กรณีนศ.สาว เข้าแจ้งความกับตำรวจ ว่าถูกนักแสดงชายอักษรย่อ ฟ. ยื่นขนมเจลลี่ให้กินในร้านอาหาร แล้วมีอาการคล้ายถูกมอมยา ที่งานนี้นักแสดงชายที่ตกเป็นเป้า คือ ฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์ ที่ฟรอยด์ได้เข้าให้ปากคำและปฏิเสธไปแล้วว่า ไม่ได้ทำอย่างที่นศ.สาวกล่าวหา และอาจฟ้องกลับ
ล่าสุดได้เจอฟรอยด์มาเป็นพิธีกรในงานที่สยามพารากอน จึงขอถามความคืบหน้าคดีนี้ ที่ฟรอยด์บอกว่า ตัวเองเป็นแค่พยานในเหตุการณ์ ไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุ ตอนนี้ก็ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินเรื่อง เพราะไม่ได้เกี่ยวอะไร ตำรวจก็ไม่ได้มีการเรียกไปพบอะไรอีกแล้ว กับนศ.สาวก็ไม่ได้ติดต่อกัน เพราะว่าไม่เคยรู้จักกัน และไม่ได้ฟ้องกลับ เพราะยังไม่ได้มีผลกระทบกับงานของฟรอยด์ ส่วนคนก่อเหตุฟรอยด์ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร แค่เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ แล้วโดนเอาชื่อไปใช้ ตอนนี้จึงต้องระวังตัวและเลือกคนคบ
บทสัมภาษณ์
ความคืบหน้าคดีถึงไหนแล้ว? "มันไม่มีอะไร มันจบอยู่แล้ว อย่างที่ผมบอกตั้งแต่แรกว่าผมเป็นแค่พยานในเหตุการณ์ ที่เหลือก็ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินเรื่องไป ผมไม่เกี่ยวเลยครับ จริงๆ มันจบตั้งแต่ผมไปให้ปากคำเพิ่มเติมแล้ว แล้วหลังจากวันนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้ขอความร่วมมืออะไรมาอีก เพราะผมเป็นแค่พยานในเหตุการณ์ ไม่ได้เป็นผู้ต้องหา ผมไม่ได้โดนหมายศาล"หมายความว่าเราพ้นผิดจากที่เขากล่าวหาเราแล้ว? "ผมไม่ได้พ้นผิดเพราะผมไม่ได้ผิดตั้งแต่แรก (ยิ้ม) ในส่วนของคดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้ให้ผมไปทำอะไรอีกครับ แต่ถ้าอยากรู้ลึกกว่านี้ต้องไปถามทางเจ้าหน้าที่สืบสวนเอง อย่างที่ผมบอกไปตั้งแต่ตอนแรกว่าเราบริสุทธิ์ใจที่จะไปให้ปากคำในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนะ"ฟรอยด์ติดใจอะไรไหมที่น้องผู้หญิงมากล่าวหาเราให้เสียหาย? "ผมไม่อยากเอาเรื่องแบบนี้มาคิดในตอนนี้แล้ว เพราะมันผ่านปีเก่ามาแล้ว มันปีใหม่แล้ว คือผมรู้ตัวว่าผมทำอะไรอยู่แล้ว ถ้าผมทำดีหรือทำไม่ดีผมย่อมรู้อยู่แก่ใจ ปีใหม่แล้วผมไม่อยากเอาเรื่องที่มันผ่านมาแล้ว และเป็นเรื่องที่ไม่ดีในชีวิตผมเข้ามาทำให้มันรกหัว รกสมอง แล้วผมก็ไม่ได้ติดต่ออะไรไปทางน้องเขาครับ เพราะผมไม่ได้รู้จักเขาอยู่แล้ว"คดีในส่วนของฟรอยด์จบแล้ว สรุปไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ทางน้องผู้หญิงที่เขามากล่าวหาเรา น้องเขามีความผิดอะไรไหม? "ผมไม่ได้สนใจนะครับ เพราะว่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนดำเนินการต่อไปเอง ผมไม่ทราบ ส่วนตัวผมยังไม่ได้ฟ้องกลับเพราะว่ายังไม่มีผลอะไรกับงานผม ผมก็เลยยังไม่ทำอะไรเขา"