มุมมองของโหน่ง วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ หรือโหน่ง A Day คนทำหนังสือที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการสิ่งพิมพ์เลือกที่จะถ่ายทอดแนวคิดและมุมมองผ่านแผ่นฟิล์ม ด้วยสารคดีเรื่อง TheDown ที่อยากจะเปิดโลกทัศน์ให้คนในสังคมได้เปลี่ยนทัศนคติต่อผู้ที่เป็นดาวน์ซิมโดรมให้ต่างไปจากเดิม โดยใช้เวลากว่า1 ปี เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับเด็กดาวน์ซินโดรม
ด้วยความเป็นห่วงของครอบครัวที่มีความกังวลว่าอาจจะเป็นการยากที่ผู้ดาวน์ซินโดรม จะสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติแต่ที่น่าเศร้ากว่านั้น ก็คือการที่พ่อแม่และคนรอบข้างกลับรู้สึกอาย ที่มีบุตรเป็นดาวซินโดรมจนน่าเป็นห่วงว่าการผลักกลุ่มผู้เป็นดาวซินโดรมออกจากสังคม อาจเป็นเหมือนการปิดโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของกลุ่มคนพิเศษเหล่านี้อีกด้วย
แม้ว่าการสื่อสารจะเป็นข้อจำกัดที่ทำให้สังคมทั่วไปเข้าถึงผู้ที่เป็นดาวน์ซินโดรมได้ยากแต่ความรักและความเข้าใจของสังคม คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้พื้นที่ในสังคมไทย เปิดกว้างรับผู้ที่เป็นดาวน์ซินโดรมได้เข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างสมบูรณ์
นอกจากนี้หลายครั้งที่เรามีโอกาสผู้ที่เป็นดาวน์ซินโดรมบนเห็นพื้นที่สื่อ ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นการซ้ำเติมกลุ่มคนพิเศษ เมื่อการนำความบกพร่องทางร่างกายมาเป็นจุดขายเพื่อเรียกเสียงหัวเราะหรือนำซ้ำให้บุคคลเหล่านี้อยู่ในบริบทที่น่าสังเวท จนหลายครั้งที่อาจละเลยไปว่า แม้บุคคลเหล่านี้จะมีความต่างจากคนทั่วไปแต่ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มคนเหล่านี้จะไร้จิตใจที่บอบบาง ด้าน 2ผู้สร้างภาพยนตร์เรื่อง "เดอะดาวน์"มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเพราะขาดความรอบคอบในการนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่เป็นดาวน์ซินโดรมซึ่งในภาพยนตร์เรื่อง "เดอะดาวน์" ที่มีนักแสดงนำเป็นเด็กดาวน์ แต่เนื้อหา กลับถ่ายทอดให้เห็นถึงความน่ารัก สดใสและตอกย้ำให้เห็นว่า เด็กดาวน์ ก็คือเด็กปกติทั่วไป ที่มีความฝัน ความรัก และความเข้มแข็งไม่ต่างจากเด็กๆคนอื่นในสังคมแม้แต่น้อย
ประเทศไทยไม่ได้มีจำนวนผู้ที่เป็นดาวซินโดรมน้อยว่าประเทศไหนในโลก เพราะมีอัตราการเกิดของเด็กดาวน์ซินโดรมมากต่อเนื่องถึง1,000 คนต่อปี ดังนั้นการเปิดรับและความเข้าใจจากสังคม จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ผู้ที่เป็นดาวน์ซินโดรม รวมไปถึงผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข