ทั้งนี้หากย้อนดูผลประกอบการในช่วง 4 ที่ผ่านมาพบว่า ปี 2562 JKN มีรายได้ 1,711 ล้านบาท กำไร 253 ล้านบาท ปี 2563 รายได้ 1,683 ล้านบาท กำไร 312 ล้านบาท ปี 2564 รายได้ 1,806 ล้านบาท กำไร 179 ล้านบาท และปี 2565 รายได้ 2,670 ล้านบาท กำไร 608 ล้านบาท ส่วนตัวเลข 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) มีกำไร 89 ล้านบาท
ขณะที่การลงทุน ปี 2562 อยู่ที่ 974 ล้านบาท ปี 2563 อยู่ที่ 2,020 ล้านบาทปี 2564 อยู่ที่ 2,259 ล้านบาท และปี 2565 อยู่ที่ 2,847 ล้านบาท ส่วนในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท ซึ่งจะเห็นว่า บริษัทฯ มีการใช้งบลงทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะการซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์เป็นจำนวนมาก แต่กระแสเงินสดที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานไม่เพียงพอที่จะชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยของหุ้นกู้มูลค่า 609.98 ล้านบาท ที่ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมาจนลุกลามไปยังหุ้นกู้อื่น ๆ และเกิดปัญหาขาดสภาพคล่อง
สำหรับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคปของ JKN หายวับทันทีหลังจากยื่นแผนฟื้นฟูกิจการ โดยราคาหุ้นของ JKN วันที่ 8 พ.ย.ราคาปิดอยู่ที่ 1.09 บาท มาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 1,123.79 ล้านบาท แต่หลังจากยื่นแผนฟื้นฟูราคาหุ้นดิ่งหนัก โดยวันที่ 9 พ.ย.ราคาปิดอยู่ที่ 0.76 บาท มาร์เก็ตแคปอยูที่ 783.56 ล้านบาท ขณะที่วันที่ 6 ธ.ค.ราคาปิดอยู่ที่ 0.54 บาท มาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 556.74 ล้านบาท
นอกจากการเผชิญปัญหาการผิดนัดชำระหุ้นกู้แล้ว JKN ยังถูกบริษัท ทีซีจี โซเซียล มีเดีย กรุ๊ป ขอให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบบริษัท JKN กรณีปิดโรงงานผลิตเครื่องดื่มของบริษัท เอ็มเอ็นเบฟเวอเรจ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ของJKN ซึ่ง ทีซีจีฯ ร่วมถือหุ้นในสัดส่วน 40% โดยไม่แจ้งบริษัทฯ ในฐานะผู้ถือหุ้นให้ทราบล่วงหน้า
พร้อมฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาณ หลังจากเพจของ JKN ได้โพสต์เตือนเรื่องการออกเหรียญดิจิทัล ว่าทาง JKN ไม่ได้มีส่วนรู้เห็น และให้ระวังเพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อในการหลอกลวง โดยข้อความดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของ ทีซีจีฯ เพราะความจริงแล้วโครงการเหรียญ Cryptocurrency Miss Universe Coin หรือ MU Coin นั้น ได้ลงนามเอกสารความร่วมมือกันระหว่าง ทีซีจีฯ กับ JKN เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 66 อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ทีซีจีฯ ได้ยื่นฟ้องดังกล่าวต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 25 ก.ย.66 โดยศาลได้ประทับรับฟ้อง ตราเลขคดีดำที่ อ.2860/2566 และนัดไต่สวนมูลฟ้อง วันที่ 18 ธ.ค. 2566 เวลา 13.00 น. เรียกร้องค่าเสียหาย 1,000 ล้านบาท เพื่อปกป้องชื่อเสียงและชดเชยความเสียหายบางส่วนที่เกิดขึ้น
จากสารพัดปัญหาที่เกิดขึ้นของ JKN คงทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลใจไม่น้อยว่า ผลลัพท์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะเป็นอย่างไร และลุ้นว่าบริษัทฯ มีความจริงใจในการสางปัญหาที่เกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน แต่ทั้งนี้คงต้องผลการชี้ขาดจากศาลล้มละลายว่า จะต่อลมหายใจให้ JKN ไปต่อหรือไม่ เพื่อให้เจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นของ JKN มีโอกาสที่จะได้รับการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้....