2.Huawei ใช้ชิปเทคโนโลยีขนาด 7 นาโนเมตร ที่ผลิตโดยบริษัทจีนเอง
หลังจากสหรัฐฯ พยายามกีดกันจีน เพื่อไม่ให้เข้าถึงเทคโน โลยีขั้นสูง โดยเฉพาะเทคโนโลยีในการผลิตชิป ด้วยการออกคำสั่งแบนการส่งออก ทั้งกับบริษัทสัญชาติอเมริกัน และกดดัน เพื่อให้ชาติพันธมิตรออกคำสั่งแบนด้วย แต่แล้วในที่สุด Huawei อดีตยักษ์ใหญ่ด้านมือถือ Smartphone ของจีนก็ได้ใส่ชิป Kirin 9000s ในมือถือรุ่น Mate60 Pro ซึ่งบริษัทผลิตชิปสัญชาติจีน SMIC ใช้เทคโนโลยี 7 นาโนเมตรในการผลิต
โดยถึงแม้ว่าเทคโนโลยีผลิตชิปของจีนจะตามหลังสหรัฐฯ อยู่อีกพอสมควร เนื่องจากชิปที่อยู่ในมือถือ iPhone 15 รุ่นใหม่ของ Apple คาดว่าน่าจะใช้เทคโนโลยี 3 นาโนเมตรในการผลิต แต่อย่างไรก็ดีการที่จีนผลิตชิปเทคโนโลยี 7 นาโนเมตรได้สำเร็จ ก็ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าจีนยังพร้อมที่จะต่อสู้ในสงครามการผลิตชิปกับสหรัฐฯ ในระยะต่อจากนี้
3.ทางการจีนอนุมัติบริษัทเอกชนเปิดให้บริการ AI กับสาธารณชน
หลังจากที่ ChatGPT ของ Microsoft และ Bard AI ของ Google ได้เปิดตัวให้คนทั่วโลกได้ใช้งาน แน่นอนว่าจีนต้องพยายามผลักดัน AI สัญชาติจีนให้ออกมาแข่งขัน โดยที่ก่อนหน้านี้ทางการจีนได้ประกาศกฎระเบียบ เพื่อใช้ในการควบคุมการใช้งาน AI ออกมา และต่อมาก็ได้ให้ใบอนุญาตกับบริษัทเอกชนในการเปิดให้บริการ AI ChatBot กับสาธารณชนในวงกว้าง
ซึ่งบริษัทกลุ่มแรกที่ได้รับใบอนุญาตก็คือ Baidu ที่มี Ernie Bot AI ที่ บริษัทเปิดให้ใช้งานในวงจำกัดมาระยะหนึ่งแล้ว โดยการที่มีสาธารณชนในวงกว้างได้ใช้งาน Ernie Bot มากขึ้น นอกจากจะเป็นประโยชน์ในแง่ของธุรกิจที่เป็นโอกาสในการสร้างรายได้แหล่งใหม่แล้ว ยังถือเป็นประโยชน์ในแง่ของการพัฒนาศักยภาพความสามารถของ Ernie Bot ที่การพูดคุยกับผู้ใช้งานมากขึ้นก็เท่ากับว่าจะยิ่งได้เรียนรู้การใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ ได้เก่งขึ้น
นอกจากนี้อีกหนึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Tencent ก็เตรียมเปิดตัว Hunyuan Ai ให้บริการกับสาธารณชน หลังจากได้รับใบอนุญาตแล้วเช่นกัน
นี่ก็คือ 3 ข่าวดีที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นจีนในช่วงที่ผ่านมา ท่ามกลางมรสุมข่าวร้ายที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อพิจารณาให้รอบด้านจากปัจจัยบวกต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมา ก็จะทำให้เห็นว่าตลาดหุ้นจีนยังพอจะมีความหวังอยู่บ้างและหากพิจารณาเลือกลงทุนในกลุ่มที่เหมาะสมและยังมีปัจจัยบวกสนับสนุน ตลาดหุ้นจีนก็ยังไม่แย่ถึงขั้นเกิดวิกฤติจนไม่สามารถหากลุ่มที่มีความน่าสนใจลงทุนได้เลย
ที่มาบทความ : สวภพ ยนต์ศรี AFPT™ Senior Wealth Manager บลจ.ทิสโก้