นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย (PI) เปิดเผยถึงทิศทางตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้กับ Nation Online ว่า ปัจจัยการเมืองยังคงเป็นที่จับตาโดยเฉพาะวันจันทร์กับร่าง MOU ของแกนนำกลุ่มจัดตั้งรัฐบาล หากร่าง MOU ที่ประกาศออกมาแล้วส่งผลให้จำนวน ส.ว. เริ่มเห็นด้วยกับแนวทางบริหารประเทศและมีจำนวน ส.ว. ต่อการโหวดมากขึ้นก็จะช่วยคลายความกังวลต่อการจัดตั้งรัฐบาล (ปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น)
ส่วนนโยบายของพรรคก้าวไกลที่จะเน้นสนับสนุนฐานล่างมากกว่าฐานบน ยังเชื่อว่าใช้ระยะเวลาและยังไม่เห็นผลกระทบเชิงลบต่อผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในเร็ว ๆ นี้ และอีกปัจจัยคือ นโยบายต่าง ๆ อาจเต็มที่มิได้มากนัก เพราะไม่ใช่พรรคเดียวมีพรรคต่าง ๆ ผสมกัน
โดย Timeline หลังจากนี้กว่าจะเข้าสู่ช่วงเวลาเลือกนายกรัฐมนตรีก็ช่วงปลาย ส.ค. จึงเชื่อว่าแรงกดดันจากปัจจัยการเมืองจะค่อย ๆ ลดลงจากนี้และอีกไม่นานตลาดก็จะกลับไปให้น้ำหนักกับตัวเลขเศรษฐกิจ (เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย)
ซึ่งล่าสุดการแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด ระบุว่าเครื่องมือรักษาเสถียรภาพทางการเงินช่วยให้ภาคธนาคารสงบ ในทางกลับกันเงื่อนไขสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นมีแนวโน้มจะกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ดังนั้นเราจึงไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยไปมากกว่านี้ โดยทางเฟดคิดว่าการไม่ลดเงินเฟ้อจะเพิ่มต้นทุนให้กับสังคมและท้ายที่สุดจะก่อให้เกิดอันตรายต่อภาคธุรกิจและครัวเรือน
ทั้งนี้เฟดตั้งเป้าหมายที่จะหลีกเลี่ยงภาวะดังกล่าว ภายหลังจากแถลงข้างต้น CME FED Watch ปรับเพิ่มน้ำหนักคงดอกเบี้ยในการประชุมเฟดกลางเดือน มิ.ย. มาอยู่ที่ 82.6% จากวันก่อนหน้าที่ 64% โดยตัวเลขเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ ได้แก่ 1. ยอดขายบ้านมือหนึ่งของสหรัฐฯในวันอังคาร Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 6.6 แสนหลังคาเรือน
2. เงินเฟ้อสหรัฐฯในวันศุกร์ (PCE) Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 4.3%YoY , 0.3%MoM หากรายงานแล้วต่ำกว่าคาดการณ์จะเป็นปัจจัยบวกให้กับตลาดหุ้น ส่วนในประเทศไทยจะมีตัวเลขการค้าระหว่างประเทศ Bloomberg Consensus ประเมินส่งออกหดตัว 2%YoY และนำเข้า -5%YoY
สำหรับสัปดาห์นี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,500 – 1,540 จุด เชิงกลยุทธ์มองเป็นโอกาสสะสม Top Pick CPALL (Tp 72) BBL (TP 190) MINT (TP 42) KBANK (Tp 160)