ARASCO ให้ความสำคัญกับ 4 หลักการหลักในการนำเข้าวัตถุดิบ คือ ราคาที่เหมาะสม คุณภาพได้มาตรฐาน การจัดส่งตรงตามความต้องการและความต่อเนื่องของสินค้า ซึ่งไทยสามารถตอบโจทย์ได้ครบถ้วน
นางศุภจี ระบุว่า ผลการหารือในครั้งนี้ ARASCO จึงตัดสินใจเพิ่มคำสั่งซื้อมันสำปะหลังอัดเม็ดอีกทันทีราว 30,000 ตัน และมีแผนการนำเข้าเพิ่มขึ้นอีกถึง 100,000 ตันในปีหน้า หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนโอกาสความร่วมมือในสินค้าเกษตรและอาหารหลากหลายประเภท โดยไทยได้นำเสนอสินค้าศักยภาพเพิ่มเติมอย่างปลายข้าว หญ้าเนเปียร์ สำหรับอาหารสัตว์ อาหารเลี้ยงปลา และ อาหารสัตว์ปีก ซึ่งได้รับความสนใจจาก ARASCO เป็นอย่างยิ่ง และพร้อมพิจารณาศึกษาต่อยอดธุรกิจร่วมกับไทยในระยะยาว
ไทยยังได้นำเสนอศักยภาพในฐานะ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารฮาลาลและการแปรรูปอาหาร เนื่องจาก ARASCO มีแผนพัฒนาอุตสาหกรรมสัตว์ปีกในประเทศเพื่อเพิ่มการพึ่งพาตนเอง ซึ่งสินค้าพร้อมส่งออกของไทย เช่น ไก่แปรรูป, เกี๊ยวซ่า, ไส้กรอก, นักเก็ต และผลิตภัณฑ์พร้อมปรุง-พร้อมทาน อื่น ๆ มีโอกาสเติบโตสูงในตลาดซาอุดีอาระเบีย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ย้ำถึงความพร้อมของไทยในการเป็นแหล่งวัตถุดิบคุณภาพสูงและเป็นพันธมิตรด้านอาหารที่เชื่อถือได้พร้อมชี้ช่องให้ผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์จากเครือข่ายธุรกิจที่หลากหลายของ ARASCO เพื่อขยายการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารสู่ตลาดตะวันออกกลางในวงกว้าง ทั้งในด้านวัตถุดิบอาหารสัตว์ การร่วมลงทุนด้านอาหาร ปศุสัตว์ และการพัฒนานวัตกรรมเกษตร
ข้อมูลการค้าในปี 2567 ซาอุดีอาระเบียเป็นคู่ค้าอันดับ 19 ของไทยในตลาดโลก และเป็นอันดับ 2 ในตะวันออกกลาง โดยมีมูลค่าการค้าสองฝ่าย 7,757.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารอันดับที่ 26 ของไทย มูลค่า 247.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ