นอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจไว้ โดยความล่าช้าในการขับเคลื่อนนโยบายและการตัดสินใจที่สำคัญของภาครัฐ ทำให้การลงทุนและการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนชะลอตัวลง บรรยากาศทางธุรกิจขาดไม่เอื้อต่อการลงทุนใหม่ ๆ ขณะที่ภาคธุรกิจทั่วไป ผู้บริโภค ยอดขายในร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้าที่ลดลงสะท้อนจาก ยอดรูดบัตรเครดิตที่ติดลบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปิดตัวของร้านอาหารจำนวนมาก และการปิดโรงงาน ดังนั้น มองว่าเศรษฐกิจโดยรวมปีนี้เผชิญโจทย์ยากมากขึ้น
อย่างไรก็ตามภายใน 1 เดือนคงต้องรอความชัดเจนของอัตราภาษีการค้าที่สหรัฐเพิ่มขึ้นในแต่ละประเทศเพื่อจะได้ประเมินว่าผลกระทบที่ไทยจะได้รับอยู่ในระดับใดในอีกไม่นานนี้ เมื่อสหรัฐประกาศเก็บภาษีรายประเทศออกมา ซึ่งจะสามารถประมาณการณ์ตัวเลขการส่งออกในช่วงปลายปีได้ว่าจะออกมาดีหรือไม่ดี โดยเฉพาะอัตราภาษีที่ประเทศคู่แข่งทางการค้าของไทยอย่างเวียดนามจะได้รับ
ทั้งนี้ มองว่าสิ่งที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ โดยมองว่ารัฐบาลควรเร่งมือผลักดันอย่างเร่งด่วน เช่นการท่องเที่ยว ยังคงเป็นความหวังสำคัญ หากสถานการณ์ความขัดแย้งทั่วโลกคลี่คลายลง รัฐบาลควรเร่งโปรโมทการท่องเที่ยวใน ตลาดใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพ เช่น อินเดีย เพื่อทดแทนตลาดเดิมที่ซบเซาไป ดังนั้น ปีนี้หากมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยได้ถึง 35.5 ล้านคนเท่ากับปีก่อนก็นับว่าดีมากแล้ว โดยพบว่านักท่องเที่ยวจีนที่เป็นกรุ๊ปทัวร์และจากเมืองรองหายไป ขณะที่เป็นครอบครัวยังมาอยู่ ส่วนนักท่องเที่ยวยุโรปยังเดินทางมาอยู่ โต18% แต่ภาพรวมก็ยังถือว่ายังไม่เข้าเป้า จึงทำให้น่าหนักใจ