• ขยายโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน: โดยแกร็บพยายามเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารรายใหม่ที่ต้องการเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องเข้าถึงบริการสินเชื่อรายย่อยมากขึ้น โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ มีผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ได้รับ “สินเชื่อเงินสดทันใจ” จากแกร็บคิดเป็นสัดส่วนถึง 40% ด้วยวงเงินสูงสุด 1 แสนบาท และมีอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 2.75% ต่อเดือน ขณะที่อัตราหนี้เสีย (NPL) ของแกร็บยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่า 2% (เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ที่ 2.9% ในไตรมาสแรก) ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพของร้านค้าผู้กู้และประสิทธิภาพของระบบ AI ที่แกร็บนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงในการให้สินเชื่อ
• พัฒนาศักยภาพร้านค้าด้วย AI: โดยแกร็บได้พัฒนาและทดลองใช้ “AI Merchant Assistant” ซึ่งเป็นแชทบอทในแอปพลิเคชันของพาร์ทเนอร์ร้านค้า (GrabMerchant App) ที่ขับเคลื่อนด้วย LLMs เพื่อช่วยสนับสนุนร้านค้า โดยเฉพาะร้านขนาดเล็กที่ไม่สามารถเข้าถึงเครื่องมือวิเคราะห์เชิงลึกเหมือนกับแบรนด์ใหญ่ๆ โดยเครื่องมือนี้จะทำหน้าที่เสมือนเป็นที่ปรึกษาธุรกิจ ให้คำแนะนำกับผู้ประกอบการร้านอาหารได้ตลอด 24 ชั่วโมง เช่น การจัดทำสรุปรายงานยอดขาย การพัฒนาปรับปรุงเมนูเพื่อให้โดนใจลูกค้า ไปจนถึงการวางแผนการตลาดและทำโปรโมชันเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่และกระตุ้นยอดขาย เป็นต้น นอกจากนี้ แกร็บยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรม “Grab Merchant Conference” เพื่ออัปเดตเทรนด์ธุรกิจ พร้อมแนะนำเทคนิคการขาย โซลูชันและแคมเปญดันยอดขายต่างๆ เพื่อเสริมแกร่งทางธุรกิจ โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “พาร์ทเนอร์คู่คิด พิชิตยอดปัง” ในรูปแบบออนไลน์ ในวันที่ 27 มิถุนายน 2568 ซึ่งสามารถเข้าร่วมได้ผ่านทาง GrabTH Facebook
ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย แกร็บยังยึดมั่นพันธกิจ GrabForGood โดยมุ่งใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มของเราในการแก้ไขปัญหาชีวิตประจำวัน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในวงจรธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านอาหาร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเรายังคงมุ่งมั่นที่จะยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการเหล่านี้ ไม่ว่าจะในช่วงเวลาปกติหรือในยามที่ต้องเผชิญกับความท้าทาย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการร้านอาหารให้สามารถฝ่าฟันและเดินหน้าธุรกิจไปได้อย่างต่อเนื่อง