ในส่วนตลาดบอนด์ รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด จนทำให้ผู้เล่นในตลาดมั่นใจว่า เฟดจะสามารถลดดอกเบี้ยได้ราว 2 ครั้ง ในปีนี้ รวมถึงความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ได้หนุนให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวลดลงสู่ระดับ 4.40% โดยการปรับตัวลดลงของบอนด์ยีลด์ระยะยาว ก็ถูกจำกัดลงบ้าง หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นแรงจากความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อนึ่ง เรายังคงมองว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจมีความเสี่ยงผันผวนสูงขึ้นบ้าง โดยเฉพาะในจังหวะที่ตลาดกลับมากังวลแนวโน้มเสถียรภาพการคลังของสหรัฐฯ อีกครั้ง หรือในจังหวะที่รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มออกมาสดใส ทำให้ เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรรอจังหวะเข้าซื้อ หากบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะโซนแถวระดับ 4.50% หรือสูงกว่า
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง หลังรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังถูกกดดันจากการแข็งค่าขึ้นของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่ได้แรงหนุนจากทั้งความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและส่วนต่างบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ กับญี่ปุ่น ที่แคบลง หลังบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวลดลง ทำให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 98.4 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 98.4-99.1 จุด) ในส่วนของราคาทองคำ ความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง กอปรกับความหวังต่อแนวโน้มการเดินหน้าลดดอกเบี้ยของเฟด หลังอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด ได้หนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. 2025) พลิกกลับมาปรับตัวสูงขึ้น เข้าใกล้โซน 3,380 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ อาทิ ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ในเดือนพฤษภาคม เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ PCE ที่เฟดติดตามใกล้ชิด นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินสภาวะตลาดแรงงานสหรัฐฯ ผ่านรายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims)
ส่วนในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) ของอังกฤษ และดุลการค้าในเดือนเมษายน นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดก็จะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพื่อประเมินแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายของ ECB
และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม แนวโน้มการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับบรรดาประเทศคู่ค้า อย่าง จีน รวมถึงสถานการณ์ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งในตะวันออกกลาง และสงครามรัสเซีย-ยูเครน
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เรามองว่า เงินบาทมีแนวโน้มทยอยแข็งค่าขึ้นบ้างและอาจสามารถแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ ตราบใดที่ราคาทองคำยังคงได้แรงหนุนจากปัจจัยเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี เราคงขอเน้นย้ำว่า ราคาทองคำ คือ ปัจจัยเสี่ยง Two-Way risk ต่อการเคลื่อนไหวของเงินบาท โดยเฉพาะในจังหวะที่ราคาทองคำ (XAUUSD) ทยอยปรับตัวขึ้นเข้าใกล้โซนแนวต้านสำคัญ เช่น โซน 3,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากผู้เล่นในตลาดก็อาจพร้อมรอทยอยขายทำกำไรทองคำ กดดันให้ ราคาทองคำพลิกกลับมาย่อตัวลงได้ หากไม่ได้มีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม
โดยเรามองว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจเป็นเพียงแค่ “Noise” ในระยะสั้น ที่จะช่วยหนุนให้ราคาทองคำรีบาวด์ขึ้นทดสอบโซนแนวต้าน แต่จะไม่สามารถหนุนให้ ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องได้ ยกเว้นว่า สถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าวทวีความรุนแรงและบานปลายมากขึ้น ซึ่งเราเชื่อว่า ในระหว่างที่สหรัฐฯ กับอิหร่านพยายามเดินหน้าเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์นั้น ทั้งสองฝ่ายก็อาจพยายามไม่ให้สถานการณ์ความตึงเครียดบานปลายมากขึ้นได้
ทั้งนี้ แม้ว่าสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจอยู่กับตลาดการเงินในระยะสั้น และอาจหนุนราคาทองคำ รวมถึงเงินบาท แต่สถานการณ์ดังกล่าวก็หนุนให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นได้เช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงนี้ ที่ผู้เล่นในตลาดต่างมีความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับบรรดาประเทศคู่ค้า ทำให้ เงินบาทก็อาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าได้ จากโฟลว์ธุรกรรมซื้อน้ำมันของผู้เล่นในตลาด (จากการวิเคราะห์ข้อมูลในอดีตของเรา พบว่า ราคาน้ำมันดิบมักจะเคลื่อนไหวสวนทาง กับเงินบาทในช่วงที่ราคาน้ำมันดิบมีการปรับตัวขึ้นเร็ว แรง ในระยะสั้น)
นอกจากนี้ เราคงมองว่า เงินบาทจะยังมีแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าอยู่บ้าง จากแรงขายสินทรัพย์ไทยของบรรดานักลงทุนต่างชาติ ทำให้ เรามองว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทก็อาจชะลอแถวโซนแนวรับ 32.40-32.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ ยกเว้นว่า เงินบาทจะได้รับอานิสงส์จากปัจจัยหนุนใหม่ๆ เพิ่มเติมที่ชัดเจน
การเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ อย่าง เงินบาทในช่วงระยะสั้นนี้ ยังคงสะท้อนถึงภาวะความผันผวนสูงเกินปกติของตลาดการเงิน ทำให้ เราคงเน้นย้ำความสำคัญของการใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options และการพิจารณาใช้ Local Currency เนื่องจากบางสกุลเงิน อย่าง CNYTHB ก็มีความผันผวนที่ต่ำกว่า USDTHB อย่างเห็นได้ชัด
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.40-32.65 บาท/ดอลลาร์