นอกจากนี้ รมว.กก. ได้นำเสนอประเด็นสำคัญหลักที่ไทยและชาติสมาชิกอาเซียนควรพิจารณาให้ความสำคัญ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอาเซียนในฐานะจุดหมายปลายทางเดียวกัน ด้วยการส่งเสริมการดำเนินงานด้านนโยบายเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามพรมแดนระหว่างกัน การส่งเสริมกิจกรรมทางการตลาดด้านการท่องเที่ยว การส่งเสริมการสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยว การพัฒนามาตรฐานด้านการท่องเที่ยวใหม่ ๆ ในอาเซียน การส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การใช้นวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว การแลกเปลี่ยนข้อมูลสถิติระหว่างกัน และการพัฒนาทักษะบุคลากรด้านการท่องเที่ยว โดย รมว.กก. ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม “ASAEN – India Forum : Journey of Opportunities” ในช่วงปี พ.ศ. 2568 และขอเชิญชวนประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วม Forum ดังกล่าว
ทั้งนี้ รมว.กก. ได้รายงานให้ที่ประชุมทราบถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวของไทย โดยในปี พ.ศ. 2567 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 35.54 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1.67 ล้านล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (6,702,554 คน) มาเลเซีย (4,929,455 คน) อินเดีย (2,116,250 คน) เกาหลีใต้ (1,859,738 คน) และรัสเซีย (1,725,901 คน) ซึ่งล้วนเป็นผลสืบเนื่องจากความมุ่งมั่นในการฟื้นฟูการท่องเที่ยว ด้วยการออกนโยบาย Ease of Traveling ที่รัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาดำเนินการ เช่น มาตรการ Visa-Free สำหรับ 93 ประเทศ การยกเว้นการยื่นแบบ ตม. 6 และการพัฒนาระบบขอวีซ่าออนไลน์ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม โดย รมว.กก. กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายการท่องเที่ยวปี พ.ศ. 2568 ตั้งเป้าให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยจำนวน 40 ล้านคน คาดหมายรายได้รวม 3 ล้านล้านบาท
ท้ายนี้ รมว.กก. ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ในปี พ.ศ. 2568 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวไทย “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025” และขอรับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกในการร่วมมือส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน