นายสุพจน์ สุขพิศาล เลขาธิการ Cluster of FTI Future Mobility-ONE และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ ส.อ.ท.กล่าวว่า ออร์เดอร์ยอดขายชิ้นส่วนลดลง 30% ตั้งแต่ต้นปี โดยการลดกำลังการผลิตกระทบการทำงานล่วงเวลา (โอที) โดยบางบริษัทยกเลิกโอทีและบางบริษัทเพิ่มวันหยุดจาก 2 วันเป็น 3 วันต่อสัปดาห์
รวมทั้งบางบริษัทลดเวลาทำงานและเริ่มโครงการจ่ายเงินเดือน 75% ของเงินเดือนทั้งหมด ซึ่งกลับไปเหมือนช่วงวิกฤติโควิด-19 และน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ที่กระทบภาคการผลิต แต่สิ่งที่น่ากังวลอยู่ที่ไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ เพราะช่วงโควิดและน้ำท่วมเป็น Short term อีกทั้งภาครัฐสนับสนุนเยียวยาแต่เหตุการณ์นี้ไม่มี
"ทุกคนหวังว่าไตรมาส 4 ปีนี้ เศรษฐกิจไทยจะฟื้นโดยมาจากปัจจัยงบประมาณภาครัฐ นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล รวมถึงภาคท่องเที่ยวที่เป็น High Season แต่ยอดผลิตรถก็ยังไม่เพิ่มขึ้น บริษัทผู้ผลิตจะต้องบาลานซ์กำลังคนกับยอดที่หายไปด้วยเช่นกัน จึงน่าเป็นห่วงกลุ่มเอสเอ็มอีถึง 70-80% ของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ต้องบริหารจัดการองค์กรโดยเฉพาะเงินหมุนเวียน ถือเป็นจุดน่าเป็นห่วง”
นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท.เปิดเผยว่า การผลิตรถยนต์ในช่วงเดือน ม.ค.-ต.ค.2567 มีจำนวน 1.24 ล้านคัน เทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้วลดลง 19.28% แบ่งเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 384,952 คัน และผลิตเพื่อส่งออก 861,916 คัน
สำหรับยอดขายรถยนต์เดือน ต.ค.2567 มีจำนวน 37,691 คัน ลดลงจากเดือน ก.ย.2567 ที่ 36.08% ต่ำสุดรอบ 54 เดือนนับตั้งแต่ยกเลิกล็อกดาวน์จากการระบาดโรคหวัด-19 เมื่อเดือน พ.ค.2563 จากการเข้มงวดในการให้กู้ซื้อรถยนต์ของสถาบันการเงินเป็นหลัก
ทั้งนี้ ส่งผลให้จำนวนบัญชีผู้กู้ซื้อรถยนต์ไตรมาส 3 มี 6.36 ล้านบัญชี ลดลงจากช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว 199,655 บัญชี หรือลดลง 3.0% จำนวนเงินหนี้รถยนต์ไตรมาส 3 อยู่ที่ 2.46 ล้านล้านบาท ลดลงช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว 5.8% โดยรถบรรทุกลดลงจากเศรษฐกิจที่อ่อนแอเติบโตอัตราต่ำและหนี้ครัวเรือนสูง