เนชั่นทีวี

Business thai

เตือนแรงวิกฤต "มะเร็งคอร์รัปชัน" ฝังรากลึกในทุกกระบวนการ กลายเป็น "ฐานฟอกเงินธุรกิจผิดกฎหมาย"

24 พ.ย. 2568

เตือนแรงวิกฤต "มะเร็งคอร์รัปชัน"  ฝังรากลึกในทุกกระบวนการ กลายเป็น "ฐานฟอกเงินธุรกิจผิดกฎหมาย"

เตือนแรงวิกฤต "มะเร็งคอร์รัปชัน" ฝังรากลึกในทุกกระบวนการการ จากดาวรุ่งเศรษฐกิจอาเซียน กลายเป็น "ฐานฟอกเงินธุรกิจผิดกฎหมาย" กลายเป็นประเทศที่นักลงทุนหลีกเลี่ยง

24 พฤศจิกายน 2568 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ออกโรงเตือนแรง วิกฤตคอร์รัปชัน กำลังกัดกร่อนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยอย่างหนัก ระบุว่า “ต้นทุนทุจริต” ในระบบขยายตัวจนแตะ 48% ของ GDP เทียบเท่าครึ่งหนึ่งของระบบเศรษฐกิจไหลเข้าสู่กิจกรรมผิดกฎหมาย ตั้งแต่ เว็บพนัน เครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ #ยาเสพติด ไปจนถึง เส้นทางฟอกเงิน ระดับภูมิภาค

 

เตือนแรงวิกฤต "มะเร็งคอร์รัปชัน"  ฝังรากลึกในทุกกระบวนการ กลายเป็น "ฐานฟอกเงินธุรกิจผิดกฎหมาย"

 

 

 

 

 

 

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. ชี้ว่า "การคอร์รัปชันฝังรากลึกในทุกกระบวนการการ" โดยเฉพาะ #การประมูลงานรัฐ ซึ่ง “ค่าใช้จ่ายใต้โต๊ะ” ในหลายโครงการสูงถึง 20–30% ของมูลค่าโครงการ แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ “#ต้นทุนแฝง” เช่น การบิดราคาวัสดุก่อสร้าง การผูกขาดช่องทางอนุมัติ และการตีความกฎเกณฑ์ตามอำเภอใจของเจ้าหน้าที่บางหน่วยงาน

 

เตือนแรงวิกฤต "มะเร็งคอร์รัปชัน"  ฝังรากลึกในทุกกระบวนการ กลายเป็น "ฐานฟอกเงินธุรกิจผิดกฎหมาย" นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท.

 

 

 

คอร์รัปชันดันไทย ใกล้ถูกลดเครดิตเรตติ้ง ข้อมูลจากหลายสำนักจัดอันดับเครดิตต่างประเทศชี้ว่า บรรยากาศ "การลงทุนของไทยกำลังขาดเสถียรภาพ" หลายหน่วยงานได้ปรับแนวโน้มเครดิตไทยจาก Stable เป็น Negative แล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่า หากไทยไม่ยกระดับความโปร่งใส ความเสี่ยงถูกปรับลดเรตติ้ง “มีความเป็นไปได้สูง”


นายเกรียงไกร กล่าวว่า ไทยเคยเป็นดาวรุ่งเศรษฐกิจอาเซียน แต่วันนี้กลายเป็นประเทศที่นักลงทุนหลีกเลี่ยง” เพราะ ระบบราชการล้าหลัง กฎหมายไม่โปร่งใส และ #คอร์รัปชันที่เพิ่มขึ้น อย่างก้าวกระโดด ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง #เวียดนาม #อินโดนีเซีย ก้าวนำไปไกล โดยเฉพาะการปฏิรูประบบอนุญาตที่ลดดุลพินิจและเพิ่มความโปร่งใส


ประเทศไทยถูกมองเป็น “ฐานฟอกเงิน” ขนาดใหญ่ในภูมิภาค ส.อ.ท. ชี้ว่า ประเทศไม่ได้เสียเพียงการลงทุนคุณภาพเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นเป้าหมายของ “นักลงทุนสีเทา” และ “นักลงทุนสีดำ” ที่ไหลเข้าใช้ไทยเป็นทางผ่านฟอกเงินและตั้งฐานธุรกิจผิดกฎหมาย


นายเกรียงไกร กล่าวชัดว่า “ถ้าเราไม่ปฏิรูประบบให้โปร่งใส ประเทศไทยจะเหลือเพียงนักลงทุนที่ประเทศอื่นไม่รับ และกลายเป็นแหล่งรองรับของเสียจากภูมิภาค”


กระบวนการการยุติธรรมล่าช้า–กฎระเบียบซับซ้อน หมักดองปัญหาทุจริต ส.อ.ท. ระบุว่า ต้นตอใหญ่ที่ทำให้คอร์รัปชันเฟื่องฟู ได้แก่
- ดุลพินิจมากเกินจำเป็นของข้าราชการบางหน่วยงาน
- กฎหมายตีความได้หลายทาง
- คดีคอร์รัปชันใช้เวลาสอบสวน 10–15 ปี ทำให้ “ความยุติธรรมกลายเป็นความไม่ยุติธรรม”
- กฎระเบียบจำนวนมากเป็นเครื่องมือสร้างต้นทุนให้เอกชนแบบไม่จำเป็น


จึงเสนอให้เร่งทำ “กิโยตินกฎหมาย” ตัดกฎเกณฑ์ที่ซ้ำซ้อน–เปิดช่องทุจริต พร้อมสร้างระบบตรวจสอบ ที่มีกรอบเวลาแน่นอน


ตัวเลขคอร์รัปชันที่น่าตกใจ: สูญ 5 แสนล้านบาทต่อปี
นายมานะ นิมิตรมงคล ประธาน #องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ความเสียหายจากคอร์รัปชันในไทยสูงกว่า 5 แสนล้านบาท/ปี
แบ่งเป็น
- 2–3 แสนล้านบาท จากการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
- 1 แสนล้านบาท จากโครงการก่อสร้างร้างทั่วประเทศ
- ส่วนที่เหลือมาจากการซื้อขายตำแหน่งและการผูกขาดผลประโยชน์
ปัญหานี้ทำให้ความเชื่อมั่นการลงทุนไทย “ร่วงต่อเนื่องไม่หยุด”


เร่งรัฐปฏิรูป “ในทันที” ก่อนประเทศตกหลุมลึกเกินฟื้น
กกร. และเครือข่ายเอกชนระบุว่า หากไทยไม่เร่งเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ความเชื่อมั่นจะยิ่งเสื่อมถอย ส่งผลต่อการลงทุน อุตสาหกรรม และความมั่นคงของเศรษฐกิจโดยตรง พร้อมเตือนว่า
“หากไม่ลงมือวันนี้ อีกไม่นานอาจสายเกินไป”


#Thaitribune