คอร์รัปชันดันไทย ใกล้ถูกลดเครดิตเรตติ้ง ข้อมูลจากหลายสำนักจัดอันดับเครดิตต่างประเทศชี้ว่า บรรยากาศ "การลงทุนของไทยกำลังขาดเสถียรภาพ" หลายหน่วยงานได้ปรับแนวโน้มเครดิตไทยจาก Stable เป็น Negative แล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่า หากไทยไม่ยกระดับความโปร่งใส ความเสี่ยงถูกปรับลดเรตติ้ง “มีความเป็นไปได้สูง”
นายเกรียงไกร กล่าวว่า ไทยเคยเป็นดาวรุ่งเศรษฐกิจอาเซียน แต่วันนี้กลายเป็นประเทศที่นักลงทุนหลีกเลี่ยง” เพราะ ระบบราชการล้าหลัง กฎหมายไม่โปร่งใส และ #คอร์รัปชันที่เพิ่มขึ้น อย่างก้าวกระโดด ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง #เวียดนาม #อินโดนีเซีย ก้าวนำไปไกล โดยเฉพาะการปฏิรูประบบอนุญาตที่ลดดุลพินิจและเพิ่มความโปร่งใส
ประเทศไทยถูกมองเป็น “ฐานฟอกเงิน” ขนาดใหญ่ในภูมิภาค ส.อ.ท. ชี้ว่า ประเทศไม่ได้เสียเพียงการลงทุนคุณภาพเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นเป้าหมายของ “นักลงทุนสีเทา” และ “นักลงทุนสีดำ” ที่ไหลเข้าใช้ไทยเป็นทางผ่านฟอกเงินและตั้งฐานธุรกิจผิดกฎหมาย
นายเกรียงไกร กล่าวชัดว่า “ถ้าเราไม่ปฏิรูประบบให้โปร่งใส ประเทศไทยจะเหลือเพียงนักลงทุนที่ประเทศอื่นไม่รับ และกลายเป็นแหล่งรองรับของเสียจากภูมิภาค”
กระบวนการการยุติธรรมล่าช้า–กฎระเบียบซับซ้อน หมักดองปัญหาทุจริต ส.อ.ท. ระบุว่า ต้นตอใหญ่ที่ทำให้คอร์รัปชันเฟื่องฟู ได้แก่
- ดุลพินิจมากเกินจำเป็นของข้าราชการบางหน่วยงาน
- กฎหมายตีความได้หลายทาง
- คดีคอร์รัปชันใช้เวลาสอบสวน 10–15 ปี ทำให้ “ความยุติธรรมกลายเป็นความไม่ยุติธรรม”
- กฎระเบียบจำนวนมากเป็นเครื่องมือสร้างต้นทุนให้เอกชนแบบไม่จำเป็น
จึงเสนอให้เร่งทำ “กิโยตินกฎหมาย” ตัดกฎเกณฑ์ที่ซ้ำซ้อน–เปิดช่องทุจริต พร้อมสร้างระบบตรวจสอบ ที่มีกรอบเวลาแน่นอน
ตัวเลขคอร์รัปชันที่น่าตกใจ: สูญ 5 แสนล้านบาทต่อปี
นายมานะ นิมิตรมงคล ประธาน #องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ความเสียหายจากคอร์รัปชันในไทยสูงกว่า 5 แสนล้านบาท/ปี
แบ่งเป็น
- 2–3 แสนล้านบาท จากการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
- 1 แสนล้านบาท จากโครงการก่อสร้างร้างทั่วประเทศ
- ส่วนที่เหลือมาจากการซื้อขายตำแหน่งและการผูกขาดผลประโยชน์
ปัญหานี้ทำให้ความเชื่อมั่นการลงทุนไทย “ร่วงต่อเนื่องไม่หยุด”
เร่งรัฐปฏิรูป “ในทันที” ก่อนประเทศตกหลุมลึกเกินฟื้น
กกร. และเครือข่ายเอกชนระบุว่า หากไทยไม่เร่งเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ความเชื่อมั่นจะยิ่งเสื่อมถอย ส่งผลต่อการลงทุน อุตสาหกรรม และความมั่นคงของเศรษฐกิจโดยตรง พร้อมเตือนว่า
“หากไม่ลงมือวันนี้ อีกไม่นานอาจสายเกินไป”
#Thaitribune