ราคาทองคำวันนี้ (24 มี.ค.) ปรับราคาเพิ่มขึ้น ล่าสุดทองขายเท่าไร?
24 มี.ค. 2568
ราคาทองคำวันนี้ (24 มี.ค.) "สมาคมค้าทองคำ" ประกาศ 2 รอบ ปรับขึ้น 50 บาท ต่อบาททองคำ หลังนักลงทุนเทขายทำกำไร เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า เช็กทองรูปพรรณล่าสุดขายออกเท่าไร?
Business thai
24 มี.ค. 2568
ราคาทองคำวันนี้ (24 มี.ค.) "สมาคมค้าทองคำ" ประกาศ 2 รอบ ปรับขึ้น 50 บาท ต่อบาททองคำ หลังนักลงทุนเทขายทำกำไร เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า เช็กทองรูปพรรณล่าสุดขายออกเท่าไร?
24 มีนาคม 2568 ราคาทองวันนี้ ตามประกาศจาก สมาคมค้าทองคำ เมื่อเวลา 09.04 น. ราคาทองแท่ง ราคาทองรูปพรรณ ราคาทองคำวันนี้ ราคาทองคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากเมื่อวันเสาร์ปรับตัวลดลง 100 บาท โดยค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 33.91 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
ราคาทองรูปพรรณ
ราคาทองคำแท่ง
ราคาทองรูปพรรณ
ศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยผลสำรวจมุมมองต่อทิศทางราคาทองคำในประเทศรายสัปดาห์ระหว่างวันที่ 24-28 มี.ค.68 จากการสำรวจ GRC Gold Survey พบว่า..
14 ผู้เชี่ยวชาญในตลาดทองคำที่ได้มีส่วนร่วมตอบแบบสำรวจ ในจำนวนนี้มี 4 ราย หรือเทียบเป็น 29% คาดว่าราคาทองคำในสัปดาห์หน้าจะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 3 ราย หรือเทียบเป็น 21% คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และ จำนวน 7 ราย หรือเทียบเป็น 50% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับนักลงทุนทองคำ ได้เข้าร่วมตอบแบบสำรวจ จำนวน 334 ราย ในจำนวนนี้มี 212 ราย หรือเทียบเป็น 64% คาดว่าราคาทองคำในประเทศของสัปดาห์หน้าจะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 68 ราย หรือเทียบเป็น 20% คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และ จำนวน 54 ราย หรือเทียบเป็น 16% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา
สถานการณ์ราคาทองคำ
ราคาทองคำแท่งในประเทศ 96.5% ตามประกาศ สมาคมค้าทองคำ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 47,500 – 48,600 บาท ต่อบาททองคำ โดยราคาทองคำปิดอยู่ที่ระดับ 48,500 บาท ต่อบาททองคำ เพิ่มขึ้น 1,000 เมื่อเปรียบเทียบกับราคาปิดของสัปดาห์ก่อนหน้า (สัปดาห์ก่อนหน้าปิดที่ 47,500 บาท) ดูรายงาน GRC ฉบับก่อนหน้า
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
1. การประชุม China Development Forum (CDF) ระหว่างวันที่ 23-24 มีนาคม 2568 ณ กรุงปักกิ่ง โดยมีผู้นำจากภาคธุรกิจระดับโลกเข้าร่วม รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เผชิญแรงกดดันจากภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ ขณะเดียวกันผู้กำหนดนโยบายของจีนกำลังเร่ง ส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ เพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอก
2. แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังเป็นประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะ นโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจสร้างแรงกระเพื่อมต่อเศรษฐกิจโลก มาตรการภาษีศุลกากรใหม่มีแนวโน้มทำให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น กระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ ขณะที่นโยบายเข้มงวดด้านผู้อพยพอาจส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น เกษตรกรรม การดูแลสุขภาพ การท่องเที่ยว และการก่อสร้าง
3. รายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ตัวเลขประมาณการครั้งสุดท้ายของ GDP ไตรมาส 4/2567, ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อสำคัญของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) หากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาแข็งแกร่ง อาจทำให้ FED ยังคงชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
ขอบคุณข้อมูล :
