หอการค้าฯ ชี้เศรษฐกิจไทยเปราะบาง-ไม่วิกฤติ
25 ม.ค. 2567 | kwanprasert_sri

การที่เศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่า 2% ซึ่งถือว่าเหนือความคาดหมายเพราะไม่มีใครคิดว่าจะโตเพียง 1.8% หอการค้าไทยประเมินจุดที่ทำให้โตต่ำมาจากการใช้จ่ายภาครัฐที่ติดลบ 3.4% เป็นติดลบ 3.6%
Business thai
25 ม.ค. 2567 | kwanprasert_sri

การที่เศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่า 2% ซึ่งถือว่าเหนือความคาดหมายเพราะไม่มีใครคิดว่าจะโตเพียง 1.8% หอการค้าไทยประเมินจุดที่ทำให้โตต่ำมาจากการใช้จ่ายภาครัฐที่ติดลบ 3.4% เป็นติดลบ 3.6%
อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ระบุ จากประมาณการเศรษฐกิจปี 2566 ของกระทรวงการคลังที่ขยายตัว 1.8% มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยยังไม่ทบทวนปรับตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจปี 2566 ที่ยังเชื่อว่าจะอยู่ในกรอบประมาณ 2.5% แต่จากตัวเลขที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์ จากกระทรวงการคลังทำให้ต้องกลับมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
ทั้งนี้ การที่เศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่า 2% ซึ่งถือว่าเหนือความคาดหมายเพราะไม่มีใครคิดว่าจะโตเพียง 1.8% หอการค้าไทยประเมินจุดที่ทำให้โตต่ำมาจากการใช้จ่ายภาครัฐที่ติดลบ 3.4% เป็นติดลบ 3.6% สะท้อนว่างบประมาณแผ่นดินของรัฐบาลใหม่ในไตรมาส 4 ไม่ถูกเคลื่อนออกมาเท่าไหร่ ทำให้เศรษฐกิจขาดแรงกระตุ้นจากการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐที่ติดขัด การลงทุนต่าง ๆ ไม่ถูกเคลื่อน ทำให้เงินช็อตในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องลงไปดูว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เบิกจ่ายงบฯ เป็นปกติหรือไม่ที่จะพยุงเศรษฐกิจ
ส่วนประเด็นต่อมาที่ที่ตัวเลขต่ำกว่าคาดคือการลงทุนภาครัฐจาก 0% เป็นติดลบ 0.2% ซึ่งชี้ให้เห็นว่าในไตรมาส 4 ที่คาดหวังว่าหน่วยงานภาครัฐจะเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามแผน จึงทำให้เศรษฐกิจหลุด 2% ในมุมมองของกระทรวงการคลัง
จุดที่น่าสังเกตอีกเรื่องคือการส่งออกและการบริการต่ำลงอย่างมากจาก 4.3% ที่คาดไว้ในเดือน ต.ค.66 เหลือโตเพียง 2% ซึ่งน่าจะเป็นตัวสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยหลุดเป้าต่ำกว่า 2%
ดังนั้น สิ่งที่มีนัยยะสำคัญจากมุมมองกระทรวงการคลังที่ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมายทั้งๆ ที่การส่งออกติดลบน้อยลง แสดงว่าปัญหาอยู่ที่ภาคบริการ ซึ่งน่าจะเป็นตัวที่กระทรวงการคลังมอง เพราะภาคบริการ นักท่องเที่ยวเป็นไปตามเป้าที่ 28 ล้านคน จึงเป็นจุดที่น่าสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบเศรษฐกิจ ภาคบริการมีอะไรช็อตหรือไม่ หรือภาคธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อ ซึ่งมองว่ากระทรวงการคลังและผู้วางนโยบายจำเป็นต้องกลับไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเศรษฐกิจที่โตต่ำกว่าศักยภาพทั้งๆ ที่มีคณะรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็มเป็นโมเมนตัมที่น่าเสียดายที่เศรษฐกิจหลุดเป้าต่ำกว่า 2%
ทั้งๆ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลังสภาพัฒน์ ธนาคารโลก ต่างคาดการณ์ไว้ว่าเศรษฐกิจไทยจะโตประมาณ 2.5%