เนชั่นทีวี

Business thai

ซีพีตั้งเป้า 3 Big Goals ขับเคลื่อนองค์กรธุรกิจยั่งยืน

14 ธ.ค. 2566 | kwanprasert_sri

ซีพีตั้งเป้า 3 Big Goals ขับเคลื่อนองค์กรธุรกิจยั่งยืน

การขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ (Net Zero) ไม่สามารถทำแค่เพียงการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดแล้วจะสำเร็จ แต่ในเวลาเดียวกันบริษัทจะต้องลดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ศุภชัย เจียรวนนท์ กล่าวในหัวข้อ “Lessons and Learns: Ways toward Sustainability” ในงานสัมมนา “SUSTAINABILITY FORUM 2024” จัดโดยกรุงเทพธุรกิจ ระบุว่า การขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ (Net Zero) ไม่สามารถทำแค่เพียงการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดแล้วจะสำเร็จ แต่ในเวลาเดียวกันบริษัทจะต้องลดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ตั้งเป้าหมาย 3 เรื่องสำคัญ ประกอบด้วย 1.ลดของเสียที่ต้องนำไปฝังกลบให้เหลือศูนย์ภายในปี 2030 จากที่ปี 2022 ซีพีปริมาณของเสียที่ยังต้องนำไปฝังกลบ 10% หรือ 110,880 ตัน แบ่งเป็นขยะอาหาร สูญเสียจากการผลิต เถ้าถ่าน เปลือกไข่ และอื่นๆ ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวถือเป็น 10% ที่มีความท้าทายที่ทำได้ยากที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากธุรกิจค้าปลีก โดยกระบวนการด้านการขนส่ง การยืดอายุ และบรรจุภัณฑ์จะเป็นกุญแจหลักที่ช่วยลดความสูญเสียได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

2.บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนปี 2030 และเน็ตซีโร่ในปี 2050 จากในปี 2021 ที่เครือซีพีทั้งหมดครอบคลุม 22 ประเทศ มีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์รวม 72.99 ล้านตันคาร์บอน ซึ่งตามข้อเท็จจริงแล้ว ถ้าธุรกิจยังขยายตัวและเติบโตอยู่ ก็มีแต่จะสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ออกมามากขึ้น ดังนั้นกระบวนการที่จะลดลงเป็นศูนย์คือเรื่องยากมาก

อย่างไรก็ดี ภาคเอกชนไม่ว่าอุตสาหกรรมอะไรก็ตามสามารถกำหนดแนวทางบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนได้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสัดส่วนพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ใช้ขนส่งพลังงานสีเขียว รถยนต์ไฟฟ้า รถพลังงานไฮโดรเจน หรือจะเป็นไบโอแมส ไบโอแก๊ส ยกเลิกการใช้ถ่านหิน แต่หากไม่มีส่วนผสมของการสนับสนุนจากภาครัฐ เอกชนก็จะทำได้ถึงแค่จุดหนึ่งเท่านั้น

 

ทั้งนี้ ตัวช่วยที่สำคัญคือการกำหนดนโยบายจากภาครัฐ อาทิ การเพิ่มสัดส่วนผลิตพลังงานสะอาด การเปิดเสรีการใช้พลังงาน การใช้สมาร์ตกริดเพื่อให้ผลิตโซลาร์ฟาร์มจากอีกที่หนึ่งสามารถนำมาใช้กับภาคอุตสาหกรรมได้

 

3.สนับสนุนการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้คน 50 ล้านคน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ

 

เป้าหมายเหล่านี้สอดคล้องกับทั้ง 17 หัวข้อใน SDGs Goal นอกจากนั้นยังได้น้อมนำหลักคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมากำหนดเป้าหมายความยั่งยืนด้วย เพราะพื้นฐานของความยั่งยืนเป็นเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม ลดการสร้างผลกระทบและมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม

 

WHA เร่งโมเดลธุรกิจยั่งยืน​

ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จรีพร จารุกรสกุล กล่าวในหัวข้อ “ถอดสูตรธุรกิจ สู่ความยั่งยืน Digital Innovation for Sustainability” ระบุว่า หลายปีที่ผ่านมาเจอคำถามเยอะมาก ว่าเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเมกะเทรนด์ความยั่งยืน เป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหรือการลงทุนกันแน่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการกลุ่มเอสเอ็มอีที่มีความกังวลว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นต้นทุนประกอบการที่สูงขึ้น

ดับบลิวเอชเอเรามองว่า Climate Change ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย และไม่ใช่แค่การลดต้นทุน แต่เป็นการลงทุน และโอกาสในการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ทั้งยังได้กลุ่มลูกค้าใหม่

 

รวมทั้งได้ประกาศแคมเปญ WHA : WE SHAPE THE FUTURE ซึ่งเกิดจากการต่อยอดการใช้แนวทางการพัฒนาธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน สะท้อนความมุ่งมั่นที่ชัดเจนสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างคน และเข้าถึงโอกาส ผ่านการดำเนินงาน 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ธุรกิจน้ำและพลังงาน และธุรกิจดิจิทัล

 

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวจะสนับสนุนการต่อยอดพัฒนาโซลูชันทางธุรกิจและอุตสาหกรรม เสริมความสามารถแข่งขันและผลักดันให้ไทยกลายเป็น The World’s Best Investment Destination สำหรับนักลงทุนทั่วโลก พร้อมให้ความสำคัญการขับเคลื่อน 3 มิติพร้อมกัน ทั้งมิติสังคม ลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ การสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่ทำให้ไทยแข่งขันกับประเทศอื่นได้

 

โดยตั้งเป้าขับเคลื่อนความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของทุกชีวิตและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2050 การพัฒนาธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เช่น พลังงานสะอาด การทำโครงการ Circular Economy เพื่อให้สอดคล้องนโยบาย BCG การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาควบคุมด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิดนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ

 

ทั้งนี้ปัจจุบันมี 3 โครงการคืบหน้าชัดเจนเป็นรูปธรรม ได้แก่ Green Logistics นำเทคโนโลยีสีเขียวมาปรับใช้กลุ่มโลจิสติกส์ เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานและทรัพยากรมีประสิทธิภาพ

 

Digital Health Tech การพัฒนาแอปพลิเคชัน WHAbit เป็นเครื่องมือดูแลด้านสุขภาพผ่านระบบดิจิทัลที่ช่วยให้ผู้สมัครใช้บริการ สามารถจัดการสุขภาพแบบองค์รวมได้ง่ายขึ้น

 

Circular Economy การซื้อขายแลกเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้จากผู้ประกอบการหนึ่งไปยังผู้ประกอบการหนึ่ง เพื่อการจัดการวัสดุเหลือใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น รวมทั้ง WHA Emission Trading จะเป็นตัวกลางซื้อขายคาร์บอนเครดิตเพื่อเป็นโซลลูชันที่ส่งเสริมการลดปริมาณคาร์บอนในอุตสาหกรรม

 

เสนาฯ สร้างเมืองน่าอยู่-ยั่งยืน

 

กรรมการผู้จัดการ บมจ. เสนาดีเวลลอปเม้นท์ เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กล่าวในหัวข้อ “Sustainable Urbanization : Better Cities and Communities” ระบุว่า นโยบายด้านความยั่งยืน นำมาใช้สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และทำให้เมืองดีขึ้น พร้อมพัฒนาเมืองสู่ “สมาร์ทซิตี้” ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมสร้างประสิทธิภาพบริการและจัดการเมือง ลดค่าใช้จ่าย ทรัพยากร ออกแบบเมืองน่าอยู่ทำให้ประชาชนในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

เป็นที่มาของแนวคิดพัฒนาบ้านพลังงานเป็นศูนย์ คอนโด Low Carbon ที่ได้ประยุกต์แนวคิด สมาร์ทซิตี้ เข้ามาใช้พัฒนาสินค้าเพื่อให้คนช่วยกันรักษ์โลก ตามกรอบการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของยูเอ็น

 

ล่าสุด ร่วมกับ “Zeroboard” แพลตฟอร์มคำนวณและแสดงผลคาร์บอนจากสตาร์ตอัปญี่ปุ่น เพื่อวัดผลได้เป็นรูปธรรม เพื่อเพิ่มขีดแข่งขันด้วยการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ทำให้แบรนด์เสนาฯ ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น

ข่าวล่าสุด