svasdssvasds
เนชั่นทีวี

เศรษฐกิจ

คลังปฏิเสธขึ้น VAT เป็น 10% เพิ่มเงินออมวัยเกษียณ

27 สิงหาคม 2566

คลังออกโรงยันไม่มีนโยบายปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7 % เป็น 10% โดยนำภาษีที่ปรับขึ้นมา 3% เป็นเงินออมวัยเกษียณรองรับสังคมผู้สูงอายุ 

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง  เปิดเผยว่า  กรณีที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) แนะให้มีการแก้ปัญหาการออมสำหรับผู้สูงอายุด้วยการปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 10%

ด้วยการนำภาษีมูลค่าเพิ่มที่ปรับเพิ่มขึ้น 3%มาเป็นเงินออมของประชาชน เพื่อใช้ในวัยเกษียณ ซึ่งจะทำให้ประชาชนไทยมีเงินออมไว้ใช้สำหรับการเกษียณอายุ โดยให้มีการออกกฎหมายเฉพาะ กระทรวงการคลัง ขอยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีนโยบายการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามแนวคิดดังกล่าว

 

 

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้สศช.ระบุว่า ในปีนี้  2566 ไทยมีผู้สูงอายุประมาณ13.5 ล้านคน คิดเป็นประมาณ 20% ของประชากรทั้งประเทศ ส่วนอีก10 ปีข้างหน้าหรือปี 2576 จะเป็นสังคมผู้สูงอายุแบบสุดยอด โดยมีผู้สูงอายุประมาณ18.38 ล้านคน หรือประมาณ 28% ของประชากรทั้งหมด จากนั้นในปี 2583 ผู้สูงอายุจะเพิ่มเป็น 20.51ล้านคน หรือคิดเป็น 31.37%ของประชากรทั้งหมด เท่ากับว่าประชากรสูงอายุคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของประ ชากรทั้งประเทศ

จากข้อมูลการสำรวจรายได้ผู้สูงอายุพบว่าผู้สูงอายุของไทยจำนวนมากมีรายได้ต่ำกว่ารายจ่ายและรายได้ต่ำกว่าเส้นยากจน โดยพบว่า 34%หรือประมาณ 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุที่เข้าอยู่วัยเกษียณแล้วของประเทศไทยยังคงทำงานอยู่ แต่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนโดยผู้สูงอายุกว่า 78.3% มีรายได้ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อปี ทำให้ยังต้องพึ่งพารายได้จากแหล่งอื่น

ซึ่งแหล่งรายได้ในการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุส่วนใหญ่มาจากการทำงาน 32.4% เงินจากบุตร 32.2% และเบี้ยยังชีพ 19.2% นอกจากนี้ผู้สูงอายประมาณ 41.4% มีเงินออมต่ำกว่า 50,000 บาท  โดยรายได้สำหรับการใช้จ่ายถือว่าเป็นเรื่องสำคัญและเป็นความท้าทายของสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทยที่ต้องมีการวางแผนรองรับ

อย่างไรก็ตาม เงินออมสำหรับวัยเกษียณในปัจจุบันมีเพียงข้าราชการเท่านั้นที่เกษียณแล้วมีรายได้จากเงินบำนาญชัดเจนในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 40% ของรายได้เดือนสุดท้ายที่ได้รับ ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ที่ออมเงินอยู่ในช่องทาง อื่นๆ เช่นประกันสังคม หรือกองทุนการออมแห่งชาติ ก็ไม่เพียงพอที่จะใช้จ่ายในวัยเกษียณ

ดังนั้นเห็นว่าการขึ้นภาษีจะมีคนคัดค้าน แต่ถ้าชี้แจงรายละเอียดว่าภาษีที่ปรับขึ้น เช่น การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มมาอีก 3% จาก 7 เป็น10% ตามที่กฎหมายให้เพดานไว้ และนำภาษีที่ปรับขึ้นมานำมาไว้ในระบบเงินออมให้กับประชาชนเพื่อให้มีเงินใช้ในวัยเกษียณ

โดยเชื่อว่าประชาชนจะยอมรับ และภาครัฐก็มีแหล่งรายได้ที่ชัดเจนว่าจะเอาเงินในส่วนไหนมาจัดสวัสดิการให้ประชาชนผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต

คลังปฏิเสธขึ้น VAT เป็น 10% เพิ่มเงินออมวัยเกษียณ