เนชั่นทีวี

Business thai

กลุ่มแบงก์ ชี้โจทย์ยากรัฐบาลใหม่ นโยบายศก.ไม่ง่าย เสี่ยงเพิ่มภาระการคลัง

16 พ.ค. 2566 | wanida_phe

กลุ่มแบงก์ ชี้โจทย์ยากรัฐบาลใหม่ นโยบายศก.ไม่ง่าย เสี่ยงเพิ่มภาระการคลัง

นักวิเคราะห์กลุ่มแบงก์ ชี้ โจทย์ท้าทายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ หากดำเนินตามนโยบายเศรษฐกิจตามหาเสียง จะเผชิญการขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการเบิกจ่ายเม็ดเงิน อาจไม่ทันตามแผนงานที่กำหนด

ภายหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น และการลุ้นจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยมี พรรคก้าวไกล เป็นแกนนำ สิ่งสำคัญที่ถูกจับตามองมากที่สุด คือ นโยบายด้านเศรษฐกิจ โดยนักวิเคราะห์กลุ่มธนาคารต่างมองว่า เป็นโจทย์ที่ค่อนข้างท้าทาย ท่ามกลางงบประมาณที่ยังขาดดุลสูงของไทย

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ว่านโยบายทางเศรษฐกิจ ที่ใช้หาเสียงในการเลือกตั้ง คงต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก และ หากสามารถดำเนินการได้ก็จะส่งผลบวกต่อ GDP ในระยะสั้น แต่ก็จะมีโจทย์ภาระการคลังที่เพิ่มขึ้นตามมาด้วย เนื่องจากหากแหล่งเงินที่จะใช้ดำเนินนโยบายดังกล่าว มาจากการจัดสรรงบประมาณใหม่ คงทำได้ระดับหนึ่งแต่ไม่น่าจะเพียงพอ หรือใช้รายได้รัฐบาลจากการเก็บภาษี ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ก็อาจจะต้องรอระยะเวลาให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่ม

ซึ่งคงไม่ทันช่วงเวลาที่จะต้องมีรายจ่าย ดังนั้น รัฐบาลใหม่คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะเผชิญการขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ โจทย์การคลังมาในจังหวะต้นทุนดอกเบี้ยสูง และ หากรัฐบาลขาดดุลเพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ อาจจะเป็นการแย่งทรัพยากรเงินทุนกับภาคเอกชนในจังหวะเศรษฐกิจฟื้นตัว

 

 

 

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มเห็นการแบ่งโลกออกเป็นสองขั้วชัดขึ้น โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งสังคมสูงอายุและประชากรที่ลดลง มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นโจทย์ท้าทายของรัฐบาลใหม่ที่จะเข้าใจและมองประเด็นดังกล่าวให้ครบถ้วนรอบด้าน ตลอดจนการแสดงวิสัยทัศน์และแสดงบทบาทในฐานะผู้นำได้อย่างเหมาะสม

ขณที่ SCB EIC วิเคราะห์ว่า ผลการเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป โดยในกรณีฐาน SCB EIC มองการเลือกตั้งและการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลจะส่งผลกระทบไม่มากต่อเศรษฐกิจไทยในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี เนื่องจาก พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2566 ได้ครอบคลุมการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐจนถึงสิ้นไตรมาส 3 ของปี 2566 แล้ว

 

หน่วยงานภาครัฐจึงสามารถดำเนินการตามนโยบาย และ โครงการต่าง ๆ ที่กำหนดไว้แล้วได้เป็นปกติ อีกทั้ง ยังมีการเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณและนำเรื่องเข้ากระบวนการพิจารณาก่อนการยุบสภา อย่างไรก็ดี SCB EIC คาดว่าจะเริ่มเห็นผลกระทบด้านลบชัดเจนขึ้นในไตรมาสที่ 4 ของปี 2566 

จากความไม่แน่นอนของระยะเวลาในการพิจารณาอนุมัติ พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2024 ส่งผลให้มีเม็ดเงินสนับสนุนเศรษฐกิจจากภาครัฐเพิ่มเติมได้ไม่มากนัก อีกทั้งคาดว่านโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลใหม่จะมีผลกระทบสู่เศรษฐกิจตั้งแต่ปี 2024

ข่าวล่าสุด