โดย TAA วางแผนเชิงรุกในการเพิ่มเส้นทางบินทั้งใน เเละ ต่างประเทศต่อเนื่อง ทั้งจากฐานปฏิบัติการการบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ เชียงใหม่ และภูเก็ต ที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาดจีนที่มีโอกาสและปริมาณความต้องการเดินทางสูง ซึ่งตั้งแต่ต้นปีนี้จนถึงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยมาแล้วกว่า 845,000 คน สูงเป็นอับดับที่สองรองจากนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาประมาณ 1,289,000 คน
โดยปลายไตรมาสที่ 1 ไทยแอร์เอเชียให้บริการเส้นทางบินจีนไปแล้ว 67 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ พร้อมมีเเผนเพิ่มเป็น 114 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ในไตรมาส 2 นี้ และเร่งกลับไปบินให้ใกล้เคียงกับที่เคยทำได้ในปี 2562 ที่ประมาณ 140 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ รวมทั้งตลาดอาเซียน อินเดีย และตลาดนักท่องเที่ยวใหม่อย่างฟุกุโอกะและไทเป ก็ได้รับการตอบรับดีเยี่ยมเช่นกัน
สำหรับตลาดภายในประเทศ ไทยแอร์เอเชียกลับมาขนส่งผู้โดยสารแล้วกว่า 89% ของช่วงก่อนโรคระบาด และไตรมาสนี้เรามีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 37% ส่วนหนึ่งมาจากความไว้วางใจจากผู้โดยสาร และด้วยจำนวนเครื่องบินที่เรามีมากที่สุดในตลาด อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้พิจารณาเพียงเฉพาะเรื่องส่วนแบ่งตลาดเท่านั้น แต่ดูภาพรวมของอุตสาหกรรมประกอบด้วย ทั้งด้านราคาตั๋วโดยสารและการบริการที่ดีที่สุด โดยไตรมาส 1 ที่ผ่านมานี้ อุตสาหกรรมโดยรวมยังคงมีทิศทางฟื้นตัวเป็นที่น่าประทับใจ
ทั้งนี้ในปี 2566 TAA ยังคงเป้าหมายขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ 20 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ 9.95 ล้านคน คาดการณ์อัตราขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ 87% คงความเป็นผู้นำด้านความตรงต่อเวลา และพร้อมนำฝูงบินทั้งหมด 53 ลำมาปฏิบัติการบินให้เร็วที่สุด