กรมชลฯ แจ้งหน่วยงานเร่งกักเก็บน้ำ รับมือฝนทิ้งช่วงในเดือน พ.ค.- ส.ค. 66
12 พ.ค. 2566 | wanida_phe

กรมชลประทาน เผยปริมาณน้ำต้นทุนทั่วประเทศเหลือ 56% คาดช่วงเดือน พ.ค. – ส.ค. 66 ฝนทิ้งช่วงปริมาณน้ำน้อย เร่งหน่วยงานในสังกัดกักเก็บน้ำ ไว้ใช้ตามแผน
Business thai
12 พ.ค. 2566 | wanida_phe

กรมชลประทาน เผยปริมาณน้ำต้นทุนทั่วประเทศเหลือ 56% คาดช่วงเดือน พ.ค. – ส.ค. 66 ฝนทิ้งช่วงปริมาณน้ำน้อย เร่งหน่วยงานในสังกัดกักเก็บน้ำ ไว้ใช้ตามแผน
นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา พบว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 42,785 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 56% ของความจุอ่างฯรวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 18,844 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา
ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกัน 12,707 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 51% ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้ 6,011 ล้าน ลบ.ม. ภาพรวมปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ในเกณฑ์ดี ขณะนี้ได้สิ้นสุดการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 65/66 แล้ว เริ่มเข้าสู่การจัดสรรน้ำฤดูฝน ปี 2566
จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 11 – 14 พ.ค. 66 ลมตะวันออกเฉียงใต้ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ภาคเหนือ และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ ทางด้านภาคใต้ ลมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ อีกทั้งยังได้คาดการณ์ว่าในช่วงเดือน พ.ค. – ส.ค. 66 มีแนวโน้มที่จะเกิดฝนทิ้งช่วงด้วยปรากฎการณ์เอลนีโญ
อาจส่งผลให้ปริมาณฝนในปีนี้ มีแนวโน้มต่ำกว่าค่าเฉลี่ย กรมชลประทาน ได้กำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศติดตามสภาพอากาศและสภาพฝนอย่างใกล้ชิด และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่สำคัญได้เน้นย้ำให้มีการกักเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ในอนาคตให้มากที่สุด
รวมไปถึงการเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ การกำจัดวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้ปฏิบัติตาม 12 มาตรการ รับมือฤดูฝน ปี 2566 อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่เพียงพอสำหรับทุกกิจกรรม และลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด