เนชั่นทีวี

Business thai

สศค. คาดเศรษฐกิจไทยปี 66 ยังขยายตัวได้ 3.6% หลังการบริโภค-ท่องเที่ยวฟื้น

25 เม.ย. 2566 | wanida_phe

สศค. คาดเศรษฐกิจไทยปี 66 ยังขยายตัวได้ 3.6% หลังการบริโภค-ท่องเที่ยวฟื้น

สศค. ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2566 ยังขยายตัวที่ 3.6% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการบริโภคที่ปรับตัวดีขึ้น ภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และ อัตราเงินเฟ้อที่ลดลง ชี้ยังต้องติดตามนโยบายการเงิน และ ปัญหาสถาบันการเงินในประเทศต่างประเทศ

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง    แถลงผลการประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2566 ว่า “เศรษฐกิจไทยปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวที่ 3.6% จาก ช่วงคาดการณ์ที่3.1 - 4.1% ฟื้นตัวต่อเนื่องจากปี 2565 ที่ขยายตัวที่ 2.6% ต่อปี โดยได้รับแรงสนับสนุน จากการบริโภคที่ปรับตัวดีขึ้น และ ภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
 

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว จากภูมิภาคเอเชีย และ กลุ่มสหภาพยุโรปที่เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าในปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ เดินทางเข้ามาในประเทศไทย จำนวน 29.5 ล้านคน ขยายตัวที่ 164.6% ต่อปี และคาดว่ามีรายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จำนวน 1.3 ล้านล้านบาท คิดเป็น 255.9% ต่อปี ส่งผลให้รายได้จากภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

สอดคล้องกับด้านอุปสงค์ภายในประเทศที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยคาดว่าการบริโภคภาคเอกชน จะขยายตัวที่4.1% ตามรายได้ภาคประชาชน ที่ฟื้นตัวตามสถานการณ์เศรษฐกิจ ภายในประเทศ ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงช่วยให้การบริโภคเพิ่มขึ้น สำหรับการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าขยายตัวที่ 2.3% จากความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจ ภายในประเทศ ที่เริ่มกลับมาดีขึ้นตามทิศทางของเศรษฐกิจโดยรวม

อย่างไรก็ดี ผลของอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง การดำเนินนโยบายการเงิน ที่เข้มงวด และ ปัญหาสถาบันการเงินในประเทศเศรษฐกิจหลัก ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอลงในช่วงต้นปี 2566 ทำให้คาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐจะหดตัวเล็กน้อยที่ - 0.5%  นอกจากนี้ การบริโภคภาครัฐคาดว่าหดตัวที่ -2.1% 

และการลงทุนภาครัฐขยายตัวที่ 2.6% ส่วนหนึ่งมาจากกระบวนการ จัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่ล่าช้ากว่าปีที่ผ่านมา ในด้านเสถียรภาพภายในประเทศ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 2.6% ปรับเข้าสู่กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 1.0 – 3.0% เนื่องจากราคาพลังงานโลกที่ลดลง ทำให้แรงกดดันด้านอุปทานจากต้นทุนพลังงาน และราคาน้ำมันคลี่คลายลง

สำหรับเสถียรภาพภายนอกประเทศ ดุลบริการมีแนวโน้มจะกลับมาเกินดุลตามการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 2566 มีแนวโน้มที่จะกลับมาเกินดุล 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น0.8% ของ GDP 
 
 โฆษกกระทรวงการคลังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดมีทั้งปัจจัยสนับสนุน อาทิ

1) ภาคการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้นสะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวทุกสัญชาติที่มีจำนวนมากกว่าที่คาดการณ์
2) สถานการณ์เงินเฟ้อที่ลดลงเร็วกว่าที่คาดไว้ ส่งผลบวกต่อการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น
3) ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อาทิ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก , ความผันผวนของตลาดการเงินโลกจากการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของประเทศคู่ค้าหลักและปัญหาสถาบันการเงินในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป
4) ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์โลกในภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นคงระหว่างประเทศและปัจจัยการผลิตต่าง ๆ 

สศค. คาดเศรษฐกิจไทยปี 66 ยังขยายตัวได้ 3.6% หลังการบริโภค-ท่องเที่ยวฟื้น

 

ข่าวล่าสุด