รวมทั้งช่วยเหลือพื้นที่เกษตรที่ประสบภัยแล้ง สร้างความชุ่มชื้นให้กับป่าไม้ การป้องกันการเกิดไฟป่าและบรรเทาปัญหาหมอกควัน ป้องกันการเกิดพายุลูกเห็บ แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน รวมถึงการเติมน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่าง ๆ ของประเทศ
โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2566 ซึ่งดำเนินการโดยศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงประจำ 5 ภูมิภาค จำนวน 7 ศูนย์ ดังนี้
1. ศูนย์ปฏิบัติการภาคเหนือตอนบน ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.ตาก
2. ศูนย์ปฏิบัติการภาคเหนือตอนล่าง ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.แพร่ และ จ.พิษณุโลก
3. ศูนย์ปฏิบัติการภาคกลาง ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.นครสวรรค์
จ.กาญจนบุรี และ จ.ลพบุรี
4. ศูนย์ปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.อุดรธานี และ จ.ขอนแก่น
5. ศูนย์ปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.นครราชสีมา และ
จ.อุบลราชธานี
6. ศูนย์ปฏิบัติการภาคตะวันออก ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.จันทบุรี จ.สระแก้ว และ จ.ระยอง
7. ศูนย์ปฏิบัติการภาคใต้ ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชุมพร จ.สุราษฎ์รธานี และ จ.สงขลา
รวมอากาศยานทั้งหมด 30 ลำ ประกอบด้วย อากาศยานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จำนวน 24 ลำ และอากาศยาน
ของกองทัพอากาศ จำนวน 6 ลำ