svasdssvasds
เนชั่นทีวี

เศรษฐกิจ

อานิสงส์จีนคลายมาตรการโควิดดัน "ส่งออก" พลิกบวก

10 มกราคม 2566
เกาะติดข่าวสาร >> NationTV
logoline

“พูนพงษ์” เผยจีนคลายมาตรการโควิดเป็นศูนย์หนุนการส่งออกสินค้าไทยไปจีนเป็นบวกหลังติดลบ  แต่ระวังจีนกลับมาล็อกดาวน์หากโควิดแพร่ระบาดไม่หยุด แนะกระจายความเสี่ยงไปตลาดอื่นทดแทน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า  การประ กาศเปิดประเทศของจีนตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 66 ที่ผ่านมา หลังจากดำเนินนโยบาย Zero-COVID มานานกว่า 3 ปี (นับตั้งแต่เกิดการระบาดของไวรัสในปี 63) เป็นสัญญาณที่ดีต่อการส่งออกไปยังตลาดจีน โดยประเมินว่า ในปี 66 ตลาดจีนจะกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง

สำหรับจีนเป็นตลาดหลักที่มีความสำคัญต่อการค้าระหว่างประเทศของไทย เป็นตลาดส่งออกอันดับที่สอง สัด ส่วน 12 % ของการส่งออกรวม รองจากสหรัฐอเมริกา โดยเป็นตลาดส่งออกหลักของผลไม้ไทย และเป็นแหล่งส่งออกสินค้าขั้นกลาง อาทิ ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนอุปกรณ์ยานยนต์

ขณะเดียวกันยังเป็นแหล่งนำเข้าอันดับหนึ่ง สัดส่วน  23.3% ของการนำเข้ารวม โดยส่วนใหญ่ไทยนำเข้าเครื่อง จักรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักรกล ซึ่งในช่วง 11 เดือนแรกของปี 65 มูลค่าการค้ากับจีนขยายตัวเพียง 3.1 %

แบ่งเป็นการหดตัวจากภาคการส่งออกติดลบ 6.5% เป็นการหดตัวในรอบ 3 ปี แต่ขยายตัวจากการนำเข้าบวก 8.6%  สินค้าส่งออกที่หดตัวในตลาดจีนที่สำคัญ ได้แก่ ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง เม็ดพลาสติก เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ยางพารา เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เป็นต้น

การส่งออกไปยังตลาดจีนในปี 66 ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตปกติ กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะกลับมา ส่งผลให้กิจกรรมการท่องเที่ยว การบริโภค และการลงทุนภาครัฐ ฟื้นตัวอย่างมากเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการค้าระหว่างประเทศและเศรษฐกิจโลก สร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนให้กลับคืน”

อย่างไรก็ตาม อาจจะยังมีความไม่แน่นอน ถ้าหากมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวนมากจนระบบสาธารณสุขรับมือไม่ไหวจนต้องกลับไปล็อคดาวน์อีกครั้ง  และมีความเป็นไปได้ที่เงินเฟ้อจะกลับมาเร่งตัวสูงขึ้น กดดันให้จีนหันมาใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น

ซึ่งจะกระทบต่อการจัดการหนี้สินของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงมีปัญหาและหนี้ภาคครัวเรือนที่ได้รับผลจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งนโยบายการเงินและการคลังของจีนอาจจะทำได้อย่างจำกัดขึ้น

อย่างไรก็ดี  จีนยังคงเป็นตลาดหลักที่มีศักยภาพ จากการเปิดประเทศที่เร็วขึ้นจะช่วยเร่งให้การส่งออกไปประเทศจีนกลับมามีทิศทางที่สดใสอีกครั้ง จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในของจีนที่กลับมาดำเนินการใกล้เข้าสู่ระดับปกติ

โดยประชากรจีนที่มีจำนวนมากเมื่อการบริโภคและการผลิตฟื้นตัวจะผลักดันการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้น จากความต้องการที่อั้นไว้ในช่วงล็อคดาวน์ ประกอบกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ภายใต้กรอบ “เขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน และ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP” ทำให้จีนนำเข้าสินค้าจากไทยในราคาถูก

ท่ามกลางภาวะต้นทุนทางการเงินยังคงสูง สินค้าที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวจะกลับมาฟื้นตัวโดยเฉพาะผลไม้ ที่จะผ่านด่านทางบกได้อย่างสะดวกขึ้น  รวมทั้งความพร้อมในการตรวจสอบกักกันผลไม้นำเข้าของด่านรถไฟโม่ฮาน ที่จะช่วยให้ต้นทุนผู้ส่งออกต่ำลง ตลอดจนสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าแฟชั่น ที่เติบโตตามการเปิดเมืองก็จะกลับมา

ขณะที่สินค้าเกี่ยวกับการแพทย์และสินค้าสำหรับป้องกันรักษาโรคก็จะได้อานิสงส์จากการติดเชื้อโควิดที่จะเพิ่มขึ้นในจีนเช่นกัน ส่วนสินค้าที่อาจจะได้รับผลกระทบหากจีนต้องกลับไปล็อกดาวน์อีกครั้ง อาทิ ทุเรียน มันสำปะหลัง ไม้ยางพารา และเคมีภัณฑ์ เนื่องจากพึ่งพาตลาดจีนอย่างมาก ซึ่งมีส่วนแบ่งในตลาดจีนมากกว่า 90%

ดังนั้นในระยะกลางผู้ประกอบการที่พึ่งพาตลาดจีนเป็นหลักอาจจะได้รับผลกระทบหากจีนเลือกนำเข้าสินค้าเหล่านี้ จากคู่แข่งหรือผลิตเองทดแทนตามนโยบายพึ่งพาตนเองที่อยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีน ฉบับที่ 14 (ปี 64 – 68)

ดังนั้นจึงควรวางแผนกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดศักยภาพอื่น ๆ มากขึ้น รวมทั้งสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ตลอดจนการวางแผนทางการเงินที่รัดกุม เพื่อรับมือความเสี่ยงของตลาดจีนที่อาจจะยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่

 

logoline