svasdssvasds
เนชั่นทีวี

คอลัมนิสต์

มิติทางสังคมกับ "ความยากจนข้ามรุ่น" ผ่านมุมมอง "ปานเทพ" อดีตประธาน ป.ป.ช.

สัปดาห์นี้ "พลเดช ปิ่นประทีป" พาไปสัมผัสมุมมอง "ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ" อดีตเลขาธิการสำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ(ก.ป.ร.) และเคยดำรงตำแหน่งประธาน ป.ป.ช. ต่อสภาพปัญหา "ความยากจนข้ามรุ่น" เพื่อหาทางออกและแก้ไข

 

ในกระบวนการจัดทำสมุดปกขาว “ข้อเสนอการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ” ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์ "ส.ว. ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ" รองประธานกรรมาธิการฯ ในอดีตท่านเคยเป็น "เลขาธิการสำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ"(ก.ป.ร.) และเคยดำรงตำแหน่ง "ประธาน ป.ป.ช."

 

ปัญหาเชิงโครงสร้าง 


ท่านมองว่าความยากจนเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ชี้ว่าความยากจนของประเทศลดลง จากร้อยละ 8.6 (ปี 2559) เหลือ 6.8 (ปี 2563) แต่ว่ารายได้ต่อหัวที่ตั้งเป้าหมายให้เพิ่มปีละ 15% ยังได้แค่ 4.6 เท่านั้น แผนพัฒนาประเทศ ฉบับที่ 13 มีเป้าหมายทำให้ครอบครัวที่มีแนวโน้มยากจนและครอบครัวยากจนข้ามรุ่น สามารถขยับฐานะเศรษฐกิจและสังคมจนหลุดพ้นจากความยากจนไปได้อย่างยั่งยืน ภายในปี 2570 

 

ท่านมองว่าความยากจนเป็นปัจจัยทางด้านโครงสร้าง โดยเฉพาะการกระจายผลประโยชน์จากความเจริญทางเศรษฐกิจที่ไปไม่ทั่วถึง ไม่ได้ถูกจัดสรรให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มอย่างพอเพียง เป็นการเติบโตเฉพาะกลุ่มข้างบน ข้างล่างไม่เติบโตด้วย ยิ่งมาเจอวิกฤติการณ์โรคระบาด เศรษฐกิจชะลอตัว ผลกระทบก็ไปตกอยู่ที่กลุ่มผู้เปราะบาง คนกลุ่มนี้จะหลุดไป เป็นปัญหาโครงสร้างของสังคม

 

ยากจนข้ามรุ่น 


ประเด็น "ความยากจนข้ามรุ่น" ท่านอธิบายว่า เมื่อรุ่นพ่อยากจน ลูกขาดโอกาสทางการศึกษาและโอกาสทางสังคม ก็ยากจนต่อไป โจทย์คือทำอย่างไรความยากจนจะหลุดไปให้ได้ ท่านบอกว่าลักษณะของ 6 แสนครอบครัวที่มีความยากจนข้ามรุ่น คือ 70% ขาดเงินออม และ 80% มีการศึกษาต่ำ หัวหน้าครอบครัวเรียนถึงประถมแล้ว อยู่ในอาชีพเกษตรมากที่สุด และมีอาชีพรับจ้าง ลูกหลานวัย 6 - 14 ปี ไม่ได้รับการศึกษาก็ยิ่งยากจน เพราะความยากจนทำให้เขาต้องออกโรงเรียนไป เข้าไปสู่ตลาดแรงงาน เป็นแรงงานที่ไม่ได้ใช้ทักษะ รายได้ไม่พอ เป็นโครงสร้างที่ทำให้ยากจน

 

 

ความยากจนทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษา แม้มีระบบการศึกษาภาคบังคับ ก็ยังเข้าไม่ถึง แม้เข้าถึงโรงเรียนส่วนใหญ่ก็สอนแต่ท่องจำความรู้ ไม่เหมือนตัวอย่างโรงเรียนของท่าน "อาจารย์มีชัย วีระไวทยะ" ที่ให้การศึกษาและพัฒนาทักษะต่างๆ ไปด้วย เด็กเรียนจบหรือไม่ ก็ทำงานเป็น มีสัมมาชีพ เอาตัวรอดได้ โรงเรียนทั่วไปไม่มีเลย ประโยชน์ที่คนจนจะได้จากบริการสาธารณะอื่นก็เข้าไม่ถึงอีก ขาดหลักประกันด้านสวัสดิการที่เพียงพอต่อความมั่นคงให้ชีวิต อันนี้เป็นเรื่องของความเหลื่อมล้ำ

 

ปัญหาการกระจายทางเศรษฐกิจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำของรายได้ต่างกันประมาณ 16 เท่า กระทบมาที่การศึกษาของเด็ก ยังมีเรื่องหนี้ครัวเรือน เรื่องเงินออม ผู้ที่มีรายได้สูงย่อมมีโอกาสในการออมเงินและการลงทุนในสินทรัพย์มากกว่า  โดยร้อยละ 10 ถือครองสินทรัพย์มูลค่า 1 ใน 3 ของสินทรัพย์รวมทั้งประเทศ 

 

ความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ 


ท่านชี้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ ความเจริญกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคอุตสาหกรรมและภาคการค้า ส่วนภาคอีสานและภาคเหนือซึ่งมีจำนวนประชากรมากประมาณหนึ่งในสามของประเทศนั้น สัดส่วนรายได้มาจากภาคการเกษตร มีรายได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศสองเท่า ต่ำกว่า กทม. 3-4 เท่า มีพื้นที่ยากจนซ้ำซาก เมื่อเกิดปัญหาวิกฤติการระบาดของโควิดจึงยิ่งกระทบ

 

ตอนที่อยู่โครงการพระราชดำริฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ท่านทรงตั้งศูนย์ศึกษาพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ให้แต่ละแห่งเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและให้ความรู้ให้ชาวบ้านได้เห็นจริง มีการฝึกอบรม พัฒนาและความรู้ทุกสาขา เรื่องข้าว ปศุสัตว์ ประมง ท่านเน้นเรื่องการเกษตร และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะองค์ความรู้และศักยภาพชาวบ้านในด้านเทคโนโลยี 

 

อีกอย่างหนึ่งคือแหล่งทุน รวมทั้งความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจชุมชนหรือเศรษฐกิจฐานราก ต้องใช้พลังเครือข่าย  บ้าน วัด โรงเรียน สร้างองค์ความรู้ให้ชุมชน พัฒนาศักยภาพและมูลค่าให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์สังคมและวัฒนธรรม ส่งเสริมกลไกการตลาดของท้องถิ่น สร้างความสมดุลระหว่างการผลิตและการบริโภคในพื้นที่ สร้างรายได้จากตลาดภายนอกและสนับสนุนเทคโนโลยีดิจิทัลในการกระจายสินค้า

 

คอร์รัปชั่นซ้ำเติม 


สุดท้ายท่านฝากเรื่องคอร์รัปชั่นว่ายังเป็นปัญหาที่ซ้ำเติม ต้องสร้าง Integrity ให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ แผนปฏิรูปประเทศให้ความสำคัญกับการป้องกันทุจริต จะต้องมีการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐในทุกระดับ ให้แจ้งทรัพย์สินทุกตำแหน่งไว้ที่หัวหน้าส่วนราชการ เก็บเอาไว้อ้างอิง ถ้ามีปัญหาหยิบมาดูได้ หรือส่งให้ ป.ป.ช. คล้ายเป็นการป้องปราม