svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม nation online

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
เนชั่นทีวี

คอลัมนิสต์

ยาเสพติด และ "โศกนาฏกรรมซ้ำซ้อน" นัยต่อการปรับนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ

07 ตุลาคม 2565

"การกราดยิง" ที่เกิดจากสารเสพติดกำลังยกระดับส่งผลต่อความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศโดยรวม ตราบใดที่ลดความสามารถในการเข้าถึงยาเสพติดและการแก้ไขปัญหาแหล่งผลิตจากต่างประเทศเป็นไปอย่างล่าช้า... ติดตามเจาะประเด็นโดย "ฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร"

 

"โศกนาฏกรรมซ้ำซ้อน" ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะเหตุการณ์การกราดยิงในศูนย์เด็กเล็ก จังหวัดหนองบัวลำภู ในท้ายที่สุดแล้วจะพบว่าเงื่อนไขหรือการได้รับผลกระทบจากยาเสพติดกลายเป็นเงื่อนไขที่นำมาสู่การสร้างอาชญากรรมที่น่าสะพรึงกลัว 

ภาพ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงหนองบัวลำภู

แม้ว่า"การกราดยิง"จะถูกอธิบายหลากหลายมิติในสังคมไทย แต่ในกรณีที่เกิดขึ้นล่าสุดจาก"จังหวัดหนองบัวลำภู"หากเปรียบเทียบให้เห็นอย่างชัดเจนกับกรณีที่เกิดขึ้นกับการกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมาและ"โศกนาฎกรรม"ที่จังหวัดกระบี่จะพบว่ามีเงื่อนไขและความแตกต่างที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะมูลเหตุจูงใจและความกดดันที่เกิดขึ้นจากการใช้ยาเสพติดและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากแรงกดดันต่อสภาพจิตใจ กล่าวคือ


"การกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา" เป็นการเกิดขึ้นจากความคับข้องใจจากการถูกกดขี่และการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมของผู้ก่อเหตุ แรงกดดันดังกล่าวก่อให้เกิดการใช้อาวุธสงครามกราดยิงเข้าไปในพื้นที่สาธารณะ ทั้งบริเวณตัวห้างสรรพสินค้าและสถานที่สาธารณะที่หลากหลาย ซึ่งในกรณีดังกล่าวนี้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าแรงกดดันและความยับยั้งชั่งใจ รวมทั้งการควบคุมกำลังคนภายในกองทัพ การให้การดูแลเรื่องราวต่างๆอาจจะกลายเป็นสิ่งหนึ่งที่หน่วยงานต้นสังกัดอาจจะต้องดูแลเป็นพิเศษ

 

อย่างไรก็ตาม  เมื่อพิจารณาย้อนดูในกรณีของพื้นที่จังหวัดกระบี่ซึ่งมีการสังหารเยาวชนในระดับมัธยมศึกษาเป็นจำนวน 3 ศพ จะพบว่ากรณีดังกล่าวนี่เป็นกรณีของการคลั่งที่เกิดจากการใช้สารเสพติดจนส่งผลต่อสุขภาพจิต และเกิด"การสังหารหมู่เยาวชน" 

 

การเปรียบเทียบสองสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้นนี้จะพบว่า การกราดยิงในสังคมไทยมักจะมีมูลเหตุมาจากสองมิติโดยเฉพาะปัญหาสุขภาพจิตจากแรงกดดันและปัญหาการใช้สารเสพติด จนส่งผลกระทบต่อจิตและประสาทหากเปรียบเทียบความรุนแรงทั้งสองกรณีต่อวิถีการสร้าง "โศกนาฏกรรมการกราดยิง" จะพบว่า ทั้งสองส่วนสามารถที่จะเป็นอันตรายต่อสาธารณะได้อย่างเท่าเทียมกัน แต่มูลเหตุที่เกิดขึ้นจากการกดดันจากสุขภาพจิตนั้นจะพบว่าการดูแลของหน่วยงานต้นสังกัดหรือแม้แต่กระทั่งบุคคลรอบข้างอาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถป้องกันปัญหาได้อย่างชัดเจนกว่า

ยาเสพติด และ "โศกนาฏกรรมซ้ำซ้อน" นัยต่อการปรับนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงมูลเหตุการณ์กราดยิงที่เกิดจากการใช้สารเสพติดแล้วจะพบว่ากลายเป็นเหตุที่หน่วยงานต้นสังกัดเองหรือแม้แต่กระทั่งการควบคุม โดยฉพาะสังคมรอบข้างอาจจะไม่ได้มีศักยภาพเพียงพอที่จะลดความเสี่ยงได้ในกรณีการแสวงยาเสพติดมาเสพอย่างต่อเนื่องจนเกิดกลายเป็นปัญหาสุขภาพจิต


และเมื่อกล่าวให้ถึงที่สุดแล้วจะพบว่าในสังคมไทยเองในอดีตที่ผ่านมาเคยพบกับประสบการณ์ที่เลวร้ายจากผู้ที่ติดสารเสพติดและเกิดอาการคลุ้มคลั่งในหลากหลายรูปแบบอาทิการจับกุมตัวประกันหรือแม้แต่กระทั่งการใช้อาวุธมีดปกติธรรมดาเข้าไปทำร้ายผู้คนแม้กระทั่งบุคคลในครอบครัวจนกลายเป็นข่าวอาชญากรรมที่สังคมรู้สึกว่ากลายเป็นเรื่องปกติ

 

"แต่ความปกติต่อข้อมูลที่ปกติในชีวิตประจำวันเหล่านั้นกลายเป็นสิ่งที่ไม่ปกติ" เมื่อวิถีการก่อเหตุอาชญากรรมสามารถที่จะสร้างเครื่องมือแบบใหม่หรือแม้แต่กระทั่งการใช้วิธีการเลียนแบบจากวิธีการจาก ข่าวหรือข้อมูลจากต่างประเทศโดยเฉพาะการกราดยิง

 

ยาเสพติด และ "โศกนาฏกรรมซ้ำซ้อน" นัยต่อการปรับนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ

 

การกราดยิงในสังคมไทยจึงมีวิธีการและโครงสร้างไม่ได้เหมือนกับการกราดยิงในต่างประเทศ ซึ่งในปัจจุบันการกราดยิงในต่างประเทศมักจะกลายเป็นข่าวในชีวิตประจำวันเช่นเดียวกันแต่แรงจูงใจมักจะเกิดจากการถูกข่มเหงโดยเฉพาะภายในเขตของรั้วมหาวิทยาลัยหรือแม้แต่กระทั่งในปัจจุบันจะพบว่าการกราดยิงกลายเป็นกลไกวิธีการหนึ่งในการก่อการร้ายโดยเฉพาะการเหยียดทางด้านเชื้อชาติ

 

กล่าวได้ว่าการกราดยิงคือวิธีการที่ถูกซ้อนทับกัน "ระหว่างการก่อการร้ายกับการก่อเหตุอาชญากรรม"  

 

กรณีของไทยการให้ความสนใจต่อการยกระดับการก่อเหตุอาชญากรรมที่มาจากแรงจูงใจหรือการเสพสารเสพติดจนส่งผลต่อสุขภาพจิตในปัจจุบันไม่ได้เป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตประจำวันของผู้คนแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

 

หากแต่การกราดยิงที่เกิดจากสารเสพติดกำลังยกระดับส่งผลต่อความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศโดยรวม ตราบใดก็ตามที่กรณีของการลดความสามารถในการเข้าถึงยาเสพติดและการแก้ไขปัญหาแหล่งผลิตจากต่างประเทศเป็นไปได้อย่างล่าช้า

 


ในมิตินี้แม้ว่าจะมีความพยายามนำเสนอถึง การประสบความสำเร็จในการยึดทรัพย์ จากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด อย่างไรก็ตามหากพิจารณาในมุมมองของสาธารณชนแล้วเป็นการยากเป็นอย่างยิ่งที่จะเชื่อว่านโยบายและยุทธศาสตร์ดังกล่าวประสบความสำเร็จ

 

การปรับยุทธศาสตร์ยาเสพติด ที่เกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงของไทยจึงอาจกลายเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบและมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้ความสนใจ โดยเฉพาะการทำให้ยาเสพติดกลายเป็นภัยคุกคามความมั่นคงรูปแบบใหม่และสามารถบรรจุอยู่ในนโยบายความมั่นคงแห่งชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม


หากพิจารณาจากร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติปี พ.ศ. 2566 – 2570 จะพบว่า หมวดประเด็นความมั่นคงมีทั้งหมด 13 ประเด็น การป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดกลายเป็นประเด็นที่ 8 ซึ่งถูกระบุว่าเป็นภัยคุกคามที่เร่งป้องกันและแก้ไขเร่งด่วน 5 ปี

 

แต่ข้อสังเกตหนึ่ง ที่จะต้องสนใจนั่นก็คือเมื่อรูปแบบอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเปลี่ยนแปลงไป นโยบายความมั่นคงของไทยต่อปัญหายาเสพติดมีความจำเป็นที่จะต้องถูกออกแบบใหม่ด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะการให้ความสนใจต่อการสร้างกลไกเพิ่มเติม 2 ระดับนั่นคือ 


ระดับแรก การพัฒนาระบบติดตามการฟอกเงินที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการใช้ยาเสพติดเป็นทุนสร้างธุรกิจต่อเนื่อง การใช้ยาเสพติดเพื่อเป็นทุนสนับสนุนทางด้านการเมือง การใช้ยาเสพติดเป็นทุนสนับสนุนหรือกลายเป็นแหล่งทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งการพัฒนาระบบการฟอกเงินดังกล่าวนี้ยังสามารถทำให้ระบบการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด สามารถสร้างภาระและความรับผิดชอบร่วมไม่ใช่เฉพาะหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังเกี่ยวเนื่องกับองค์กรอิสระด้านอื่น

 

โดยเฉพาะ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือกลไกตรวจสอบทางด้านการเมืองอื่นๆ เพราะยาเสพติดในปัจจุบันสั่นคลอนสังคมไทยในทุกรูปแบบ การเป็นเจ้าภาพร่วมในนโยบายความมั่นคงแห่งชาติจากทุกกองค์กรจึงเป็นกุศโลบายที่มีนัยยะสำคัญ

 

ระดับที่สอง การให้ความสนใจการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการก่อเหตุอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดอาจจะกลายเป็นอีกนโยบายหนึ่งที่ความมั่นคงไทยจะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจากการกราดยิงหรือแม้แต่กระทั่งการสร้างความไม่มั่นคงและปลอดภัยในชีวิตประจำวันให้กับผู้คน การเผยแพร่องค์ความรู้หรือการทำให้ผู้คนตระหนักถึงการเอาตัวรอดจากเหตุของการกราดยิง

 

แม้ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากหน่วยปฏิบัติที่ต่อเนื่องนับตั้งแต่การเกิดเหตุกราดยิงที่โคราช แต่ในอีกระยะ 5 ปี ต่อไป การป้องกันเหตุจากการกราดยิงที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดหรือแม้แต่กระทั่งแรงจูงใจที่อาจจะเกิดมาจากการก่อการร้ายอาจจะกลายเป็นอีกมิติหนึ่งของนโยบายความมั่นคงไทย ที่จะต้องสร้างมาตรการรองรับรูปแบบอื่นๆ หรือแม้แต่กระทั่งการสร้างหรือออกแบบมาตรการ ให้กระทรวงหรือหน่วยงานราชการ สร้างมาตรการรองรับต่อการก่อเหตุอาชญากรรมที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ต่อไปในอนาคต