ส่วน"สุจิตต์ วงษ์เทศ" มองตามประวัติการสร้างบ้านแปงเมือง บ้านเมืองเพียถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเมืองขนาดใหญ่ในภาคอีสาน ในสมัยปลายธนบุรีและต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มีอาณาบริเวณเชื่อมต่อระหว่างโคราชกับหัวเมืองลาวฝ่ายตะวันออก
การเปลี่ยนชื่อจากเดิมคือ โนนกะยอม หรือ ดอนกะยอม มาเป็นเมืองเพีย นั้นแสดงให้เห็นถึงความสำคัญและพัฒนาการของเมืองที่ใหญ่ขึ้น เพื่อรักษาหรืออ้างถึงชื่อดั้งเดิมเก่าแก่ที่สืบกันมาเสมอในบทผญาที่เกี่ยวกับภูมิบ้านนามเมือง เพราะที่นี่เป็น "บ้านกกบ้านเค้า ของท่านท้าวพญา" เพียเมืองแสนและเพียเมืองแพนที่สืบสายตระกูลมาจากเมืองท่ง (สุวรรณภูมิ) นครจำปาศักดิ์ และนครเวียงจันทน์ เป็นลำดับ เพราะคำว่า เพีย ในชื่อบ้านเมืองเพียนั้น เป็นตำแหน่งเจ้าเมือง ก่อนที่จะถูกลดฐานะลงเป็นตำแหน่งขุนนาง
กลับมาที่ความเป็นไปในยุคปัจจุบัน จากข่าวท้องถิ่นในจังหวัดขอนแก่น ระบุว่า มีนักโบราณคดีอิสระได้ทำการขุดหลุมเพื่อวางเครื่องมือในการเดินท่อน้ำมันของบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งตามแถวถนนสายมัญจาคีรี – ขอนแก่น บริเวณบ้านเมืองเพีย หมู่ 8 ต.เมืองเพีย อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เมื่อขุดลึกลงไปประมาณ 2 เมตร ได้พบภาชนะไหโบราณบรรจุกระดูกมนุษย์ และเศษภาชนะจำนวนหนึ่ง ก่อนที่จะนำไปเก็บไว้ในสำนักศิลปากรที่ 8 จังหวัดขอนแก่น
พิธีวางศิลาฤกษ์คลังน้ำมันของกระทรวงพลังงาน ที่บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เป็นโครงการขยายระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีระยะทางทั้งสิ้น 342 กิโลเมตร ผ่าน 70 ตำบล 22 อำเภอ 5 จังหวัด เริ่มจากอำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี มาสิ้นสุดที่อำเภอบ้านไผ่จังหวัดขอนแก่น และมีการก่อสร้างคลังน้ำมันปลายทางที่อำเภอบ้านไผ่ขนาด 140 ล้านลิตร สามารถลดปริมาณการขนส่งน้ำมันทางรถบรรทุกลงไปจำนวน 200,000 เที่ยวต่อปี คิดเป็นการประหยัดเชื้อเพลิงขนส่งลงไปได้กว่า 21 ล้านลิตร
ตามที่รายงานมานี้ ด้านหนึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของอำเภอบ้านไผ่ในวิสัยทัศน์การพัฒนาของภาครัฐและภาคธุรกิจ ว่าอนาคตกำลังจะกลายเป็นเมืองศูนย์กลางขนาดใหญ่และชุมทางการคมนาคมขนส่ง ทั้งทางถนนและรถไฟความเร็วสูง ซึ่งคลังน้ำมันแห่งนี้จะเกิดประโยชน์ต่อชุมชนโดยรอบและประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง
แต่ในอีกด้านหนึ่ง หลายฝ่ายยังอดเป็นห่วงมิได้ว่า วิถีชีวิตชุมชนและรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าของท้องถิ่นจะได้รับการดูแลอนุรักษ์ให้เกิดความสมดุลอย่างไร