- เห็นว่า การปฏิรูปที่ประสบความสำเร็จมักมิได้เกิดจาก "คนใน"ของหน่วยงาน เพราะคนในส่วนกระแสหลักมักอยู่ใน comfort zone ไม่ต้องการการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ตนสูญเสียสถานะเดิม การเปลี่ยนแปลง จึงมักเกิดจากแรงภายนอกหรือส่วนที่อยู่ชายขอบ (marginal) มากกว่า ดังกรณีศึกษาการปฏิรูประบบสาธารณสุขในรอบ 5 ทศวรรษที่ผ่านมา
- พบว่า ไม่ปรากฏว่ามีหน่วยงานใดที่ทำการ "รื้อปรับระบบ" กลไกรัฐและโครงสร้างองค์กรของตนอย่างจริงจังตามเจตนารมณ์ของแผนปฏิรูปเลย อีกทั้งการจัดทำกฎหมายปฏิรูปทั้งหลายก็ไม่เข้าเป้า
- ประเมินว่า เมื่อถึงเวลาสิ้นสุดแผนปฏิรูปประเทศ "เป็นภาวะเสี่ยงอย่างยิ่งต่องาน ต-ส-ร" เพราะอาจจะไม่มีแผนปฏิรูปมารองรับการดำเนินงานอีกต่อไป
- ตระหนักดีว่า การเปลี่ยนผ่านอำนาจทางการเมืองในรัฐสภาและรัฐบาลกำลังจะเกิดขึ้นภายใน 6 เดือนข้างหน้า อีกทั้งวุฒิสภาชุดนี้เหลือเวลาทำงานเพียง 20 เดือนเท่านั้น
โจทย์ข้อสุดท้าย "จะทำงาน ต-ส-ร อย่างไร ในช่วงเวลาที่เหลือ" วงสัมมนาได้ถกแถลงแลกเปลี่ยนกันอย่างออกรสออกชาด สรุปประเด็นทำงานได้ 3 แนวทางหลัก ดังนี้
1. มุ่งเป้าผลสัมฤทธิ์ (FOCUSING) - ให้คณะกรรมาธิการสามัญฯผู้รับผิดชอบแผนปฏิรูป นำเสนอประเด็นที่เป็นจุดโฟกัสของตน โดยประกาศ "1 แผน 1 จุดโฟกัส หลากรูปแบบ หลายพื้นที่รูปธรรม" ทั้งนี้เพื่อให้ทุกกลไกของวุฒิสภาที่มีกิจกรรมลงพื้นที่และตรวจเยี่ยมหน่วยงาน สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการติดตามค้นหาตัวอย่างผลงานรูปธรรมการปฏิรูปที่เด่นชัด นำไปสู่การยกย่อง ชื่นชม หรือให้รางวัลแก่หน่วยงาน องค์กร ตามความเหมาะสม การทำเช่นนี้จะเป็นเสมือนการสร้าง "ปฏิมากรรมการปฏิรูป" ภายใต้การ ต-ส-ร อย่างสร้างสรรค์ของวุฒิสภา ให้สังคมจับต้องได้
2. สื่อสารด้วยปฏิบัติการ (ACTION/COMMUNICATION) - การลงพื้นที่ เพื่อค้นหาตัวอย่างผลสัมฤทธิ์การปฏิรูปที่เป็นรูปธรรม ทั้งระดับหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และชุมชนท้องถิ่น ในแต่ละครั้งควรออกแบบกระบวนการสังเคราะห์องค์ความรู้และกระทำการสื่อสารที่หลากหลาย เพื่อให้งาน ต-ส-ร การปฏิรูปกลายเป็นประเด็นที่สาธารณะชนให้ความสนใจ กระแสสังคมจะช่วยตัดสินอนาคตการปฏิรูป
3. แสดงจุดยืนชัดแจ้ง (POSITIONING) - วุฒิสภาควรแสดงจุดยืน "ไม่เห็นด้วย" ต่อการยุติระบบแผนปฏิรูปประเทศ นำเรียนต่อนายกรัฐมนตรี รัฐบาล และสาธารณชนอย่างหนักแน่น ตรงไปตรงมา รวมทั้งเสนอให้มีแผนปฏิรูประยะที่สอง โดยมุ่งโฟกัสเฉพาะประเด็นปฏิรูปสำคัญ และมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและระบบในหน่วยงานเป้าหมาย