กลายเป็นสินค้าที่ดึงดูดนักลงทุนและกลายเป็นกลไกหนึ่งที่สุ่มเสี่ยงที่ทำให้เงินใต้ดินหรือเงินจากยาเสพติดกลายเป็นเงินที่อยู่บนดิน หากกล่าวในภาษาทางการอาจจะเรียกว่าการฟอกเงินแต่ในทางปฏิบัติแล้ว “ปรากฏการณ์เงินลอกคราบ” อาจกลายเป็นชื่อเรียกที่เหมาะสมต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ
การตั้งข้อสังเกตต่อการบ่มเพาะ"ทุนนิยมยาเสพติด"ในเขตพื้นที่ชายแดนไม่ได้ให้ความสนใจเฉพาะการขยายเครือข่ายขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติแต่เพียงอย่างเดียว ในอีกด้านหนึ่งการเติบโตในธุรกิจดังกล่าวกลับกลายเป็นแรงดึงดูดให้เกิดการแข่งขันของประเทศมหาอำนาจโดยเฉพาะการพยายามสร้างการสกัดกั้น การขยายอิทธิพลการเติบโตของเครือข่ายทุนนิยมจีนจากประเทศตะวันตก กล่าวคือ หากกล่าวอย่างยุติธรรมแล้วเครือข่ายทุนจีนมีทั้งทุนทั่วไปและทุนที่ไม่ปกติ แต่กระแส"ทุนนิยมยาเสพติด"หรือทุนที่ไม่ปกติได้กลืนกลายการลงทุนข้ามชาติปกติให้มีภาพลักษณ์สีเทา
อีกนัยหนึ่ง เกิดกระบวนการตีตราว่าทุนธุรกิจทุกรูปแบบเป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมายมีความเกี่ยวพันกับกลุ่มเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ จนทำให้เกิดความพยายามแทรกแซงสถานการณ์ต่างๆในพื้นที่ชายแดนนับตั้งแต่การให้ความช่วยเหลือในการปราบปรามยาเสพติดหรือการพัฒนารูปแบบต่างๆ ซึ่งในทางปฏิบัติการแข่งขันเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจจึงเผชิญหน้ากับการลดความน่าเชื่อถือในการลงทุนไปโดยปริยาย
มองในลักษณะของสถานการณ์เช่นนี้ จะพบว่า เขตพื้นที่"สุญญากาศอำนาจอธิปไตย" เองกลายเป็นการสร้างอิทธิพลและการแข่งขันของประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะการทำให้ประเด็นปัญหายาเสพติดกลายเป็นเงื่อนไขของการแข่งขัน ในพื้นที่บริเวณชายแดน ไทย-เมียน มา รวมถึงบริเวณ"สามเหลี่ยมทองคำ"
ผลกระทบสำคัญที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตนั่นคือ หากพิจารณาความร่วมมือในการปราบปรามยาเสพติดแล้ว ยังก่อให้เกิดข้อคำถามที่สำคัญว่าหากการปราบปรามยาเสพติดหรือแม้กระทั่งการป้องกันในรูปแบบต่างๆ ผ่านกลไกการร่วมมือระหว่างประเทศจะเป็นไปด้วยความไว้วางใจของทุกประเทศด้วยหรือไม่? หากกรณียาเสพติดกำลังถูกทำให้เป็นประเด็นประเด็นการเมืองระหว่างประเทศจะเกิดอะไรขึ้น? ซึ่งในอดีตนั้นจะพบว่าประเด็นในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงก็เคยถูกทำให้กลายเป็นประเด็นการเมืองระหว่างประเทศมาแล้วโดยเฉพาะ การสร้างเขื่อนและระดับน้ำของแม่น้ำโขง ซึ่งกลายเป็นปัญหาคาราคาซังจนถึง ณ ปัจจุบัน
ความแตกต่างประการสำคัญในการทำให้ปัญหายาเสพติดกลายเป็นปัญหาการเมืองระหว่างประเทศและการทำให้ประเด็นแม่น้ำโขงเป็นประเด็นปัญหาการเมืองระหว่างประเทศนั้น ในกรณีของแม่น้ำโขงจะพบว่า เครือข่ายขบวนการที่พยายามอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมในระบอบนิเวศน์ย่อมมีความได้เปรียบในการเชิดชูความชอบธรรม หากแต่ในประเด็นของปัญหายาเสพติดกลับพบว่า เมื่อยาเสพติดถูกทำให้เป็นประเด็นปัญหาการเมืองระหว่างประเทศจะกลายเป็นช่องว่างทำให้เกิดแรงเสริมเพิ่มความแข็งแกร่งของพื้นที่สุญญากาศอำนาจอธิปไตย
กล่าวคือ พื้นที่สุญญากาศอำนาจอธิปไตยเองจึงถูกทำให้กลายเป็นพื้นที่ของรัฐกันชนของประเทศมหาอำนาจ อีกทั้งการเลือกท่าทีที่ไม่ระมัดระวังในการให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของหน่วยงานรัฐในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงกับมหาอำนาจโขงจึงมีความสุ่มเสี่ยงต่อการเลือกฝักฝ่ายในการเมืองระหว่างประเทศอย่างยิ่ง
กลไกที่รู้จักกันในนามของ UNOC ที่เคยถูกตั้งความหวังว่าเป็นองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในการสร้างความร่วมมือในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในอนุภูมิภาค แต่ในทางปฏิบัติแล้วก็ยังมีข้อจำกัดหลากหลายประการในการเข้าไปสู่พื้นที่สุญญากาศของอำนาจอธิปไตย เนื่องจากการตั้งสำนักงานหรือแม้กระทั่งการเจรจากับทางการเมียนมาเองได้รับการตอบสนองน้อยมากโดยเฉพาะการสร้างกระบวนการสันติภาพที่นำประเด็นยาเสพติดเข้าไปส่วนหนึ่งของการเจรจานั้นจะพบว่าแทบไม่มีผลในทางปฏิบัติ
เมื่อมองให้ครบทั้ง 3 มิติ นั่นคือ
• ในระดับท้องถิ่น การต่อสู้ระหว่างกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ในการขยายอิทธิพลครอบครองพื้นที่ยังดำเนินต่อไป
• ในระดับรัฐ กลไกของความชอบธรรมทางด้านการเมืองของรัฐบาลของเมียนมาหรือแม้แต่กระทั่งกลไกของกระบวนการสันติภาพเป็นไปอย่างล่าช้า
• ในระดับการเมืองระหว่างประเทศ การแข่งขันของประเทศมหาอำนาจเป็นไปอย่างเข้มข้น
พลังทั้งสามด้านนี้ในเชิงยุทธศาสตร์แล้วคือพลังที่โอบอุ้มและเชิดชูให้ระบอบสุญญากาศอำนาจอธิปไตยเป็นไปอย่างสถาพรยั่งยืนจนยากที่จะสลายระบอบการปกครองที่ไม่ปรากฏรูปแบบการปกครอง อีกทั้งการขยายตัวของยาเสพติดหรือแม้แต่กระทั่งปรากฏการณ์การจับกุมยาเสพติดภายในประเทศไทยอาจเป็นเพียงปรากฏการณ์ย่อยปรากฏการณ์หนึ่งในสายพานเศรษฐกิจการเมืองของยาเสพติดที่นายทุนยังทำหน้าที่ของกลไกการผลิตอย่างแข็งแกร่ง ส่วนขุนศึกติดอาวุธก็สามารถที่ทำหน้าที่ปกป้องเครือข่ายทั้งพื้นที่และการลำเลียงได้อย่างราบรื่น
เครือข่ายของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ชายแดนรวมตลอดถึงคนไทยอาจจะรับชะตากรรมเดียวกันในฐานะของผู้ถูกกดขี่ ใน"ระบบทุนนิยมยาเสพติด...และสิ่งเหล่านี้จะดำเนินต่อไปจนกว่าปัญหาสุญญากาศอำนาจอธิปไตยจะถูกมองว่าเป็น "ปัญหาคู่แฝด" ของปัญหายาเสพติดและถูกหยิบยกนำมาแก้ไขอย่างจริงจัง