"ผ้าซิ่นตีนจก" ถือเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาที่สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน เป็นผ้าที่มีลวดลายสวยงาม แสดงออกถึงความเป็นอัตลักษณ์ของชาวไทยวนได้เป็นอย่างดี เอกลักษณ์ของผ้าทอบ้านคูบัว คือ สีเขียว ดำ แดง มีลายดอกเซีย ลายหักนกคู่ ลายโก้งเก้ง ลายหน้าหมอน และลายกาบ ในการจกจะใช้เส้นด้ายยืนสีดำเพื่อจกให้เห็นลายชัดเจน ส่วนสีสันของเส้นใยจะสดใสและประณีต นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่ออื่นอีกมาก เช่น การสานข้องดักปลา การทำขลุ่ย การทำแคน การทำครกไม้
"กาดวิถีชุมชนคูบัว" ตั้งอยู่บริเวณวัดโขลงสุวรรณคีรี บริเวณเมืองเก่าคูบัว ที่นี่เป็นจุดตั้งรกรากในช่วงที่อพยพมา จึงถูกเลือกให้เป็นที่ตั้งของกาด (หมายถึง ตลาด) สถานที่แห่งนี้เปิดเป็นตลาดนัดค้าขาย เปิดทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เพื่อเผยแพร่เอกลักษณ์ของคนไทยวน สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ของชุมชน พร้อมกับชิมอาหารของชาวไทยวนมีการออกร้านค้า จำหน่ายสินค้าของฝาก อาทิ ผ้าจกคูบัว อาหารพื้นบ้าน อาหารคาว ขนมหวานพื้นถิ่น เครื่องดื่มผลไม้ ร้านกาแฟสด และของฝากจากชุมชน ของดี OTOP จังหวัดราชบุรี และของชำร่วยต่างๆ
ควรมีเวลาแวะเข้าไปเยี่ยมชมที่ "จิปาถะภัณฑ์สถานบ้านคูบัว" หรือ พิพิธภัณฑ์ชุมชนที่รวบรวมประวัติของชาวไทยวน จะเข้าใจความเป็นไทยวนได้มากขึ้น
ที่นี่ ปกติพ่อค้าแม่ขายในตลาดจะนุ่งผ้าซิ่นในการขายของและให้บริการอำนวยความสะดวก พอถึงช่วงแดดร่มลมตก เขาจะมีกิจกรรมที่ให้นักท่องเที่ยวนั่งพักเหนื่อย กินขันโตก ชมการแสดงพื้นเมือง ซึ่งพวกแม่ค้าทั้งหลายแหล่ที่ขายของอยู่และลูกหลานชาวไทยวนที่เป็นเยาวชน จะพลัดกันขึ้นมาฟ้อนรำ ร้องเพลง เล่นดนตรี และแสดงศิลปะวัฒนธรรมพื้นเมืองให้แขกได้รับชม
อาหารชาวไทยวน เน้นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในชุมชน ปรุงรสจัดจ้าน นักท่องเที่ยวผู้มาเยือนที่ลิ้มลองสามารถสัมผัสความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น เมนูแกงหยวกกล้วย แกงส้มผักปลัง และแกงผำ (ผำ เป็นพืชน้ำชนิดหนึ่งที่ขึ้นในแหล่งน้ำธรรมชาติที่สะอาด เขานำมาทำเป็นอาหารจานเด็ด) อยากลองชิมต้องมาที่บ้านคูบัว
ภายในวัดโขลงสุวรรณคีรี ยังมีแหล่งโบราณสถานสำคัญ มีหลักฐานทางโบราณคดีจำนวนมากที่ขุดค้นพบ บ่งชี้ว่าเมืองราชบุรีแห่งนี้ ในอดีตเคยเป็นเมืองท่าที่เจริญรุ่งเรืองในยุคทวารวดี ประมาณ 1,300 ปีมาแล้ว เป็นความเจริญรุ่งเรืองของเมืองริมน้ำที่เคยคึกคึกมาก่อน