สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทย ล่าสุด คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ปรับประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ปี 2569 อยู่ที่ 1.6%–2.0% เพิ่มขึ้นจากกรอบเดิมที่ 1.2%–1.6% ขณะที่การส่งออกปรับเพิ่มเป็นขยายตัว 8%–10% จากเดิมที่คาดว่าไม่ขยายตัว และคาดการณ์เงินเฟ้ออยู่ในระดับ 2.5%–3.0% โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการขยายตัวของการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี การลงทุนด้าน AI และ Data Center รวมถึงมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญการฟื้นตัวแบบไม่ทั่วถึง หรือ K-shape แม้ว่าการส่งออกในช่วง 4 เดือนแรกของปีจะเติบโต 18.9% และสินค้าเทคโนโลยีเติบโตสูงถึง 48.4% แต่ผลบวกยังส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจจริงได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากสินค้าเทคโนโลยีจำนวนมากยังพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าสูง ขณะที่ผู้ประกอบการหลายอุตสาหกรรมยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่อยู่ในระดับสูง กำลังซื้อที่ชะลอตัว การแข่งขันจากสินค้านำเข้า รวมถึงความไม่แน่นอนจากมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ หลัง USTR เสนอเก็บภาษีไทยภายใต้มาตรา 301
นางพิมพ์ใจ กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มผ่อนคลายในระยะนี้ ควรถูกมองเป็น “จังหวะโอกาส” ในการลดแรงกดดันด้านต้นทุน มากกว่าจะเป็นปัจจัยเดียวที่จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ทันที โดยสิ่งสำคัญคือภาคอุตสาหกรรมไทยต้องใช้ช่วงเวลานี้เร่งปรับตัวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ทั้งนี้ ส.อ.ท. เดินหน้าผลักดันยุทธศาสตร์การยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ Intelligent Industry ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยระบบ Automation และ Digital & AI ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม การสร้างแบรนด์ การลงทุนด้านพลังงานสะอาด และการลดต้นทุนเชิงโครงสร้าง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ภาคอุตสาหกรรมไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในเวทีโลก