svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Business

พาณิชย์รับมือวิกฤต! จ่อเพิ่มบัญชี "สินค้าควบคุม" ยอมรับสถานการณ์ไม่ปกติ "คุมไม่ได้ทุกประเภท"

26 มี.ค. 2569

พาณิชย์รับมือวิกฤต! จ่อเพิ่มบัญชี "สินค้าควบคุม" ยอมรับสถานการณ์ไม่ปกติ "คุมไม่ได้ทุกประเภท" สนค. เฝ้าระวังน้ำมันดิบโลก หากแตะ 120 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่งแน่

26 มีนาคม 2569 ที่กระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงแนวทางการดูแลราคาสินค้าในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน ว่า

 

กระทรวงพาณิชย์ยังคงดำเนินการควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันมีรายการสินค้าที่สามารถกำกับดูแลได้ตามกลไกที่มีอยู่ และอยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติมสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตเข้าไปในบัญชีสินค้าควบคุม เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างเหมาะสม

 

 

 

 

ทั้งนี้ยอมรับว่าไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าได้ทุกประเภท เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้ถือเป็นภาวะไม่ปกติ แต่คาดว่าจะไม่ยืดเยื้อเป็นระยะเวลานาน จึงขอความเข้าใจ และความร่วมมือจากประชาชนในการช่วยกันประหยัดค่าใช้จ่าย และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

 

พาณิชย์รับมือวิกฤต! จ่อเพิ่มบัญชี "สินค้าควบคุม" ยอมรับสถานการณ์ไม่ปกติ "คุมไม่ได้ทุกประเภท"

 

 

 

 

พร้อมยกตัวอย่างเช่น กรณีหากประชาชนซื้อผักชี ราคาผักชีก็ปรับตัวสูงขึ้นนั้น 

 

นางศุภจี ชี้แจงว่า ไม่ใช่การละเลยการดูแล แต่เนื่องจากสินค้าบางประเภทมีผู้ประกอบการจำนวนมากและมีความซับซ้อนในห่วงโซ่การผลิต จึงยังไม่สามารถเข้าไปกำกับดูแลในระดับรายสินค้าได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม กระทรวงยังคงมุ่งเน้นควบคุมสินค้าที่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะวัตถุดิบหลัก เช่น เนื้อหมูและเนื้อไก่ เพื่อช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ 

ในส่วนของการควบคุมราคาจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปนั้น กระทรวงพาณิชย์เน้นกำกับดูแลให้ผู้ประกอบการแสดงราคาสินค้าอย่างชัดเจน และจำหน่ายตามราคาที่ระบุ หากพบการจำหน่ายไม่ตรงตามป้ายราคา ประชาชนสามารถร้องเรียนเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถกำหนดให้ร้านค้าทุกร้านจำหน่ายสินค้าในราคาเดียวกันได้ เนื่องจากแต่ละร้านมีต้นทุนและรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างกัน 

 

นางศุภจี ย้ำว่า กระทรวงพาณิชย์พยายามดำเนินมาตรการอย่างเต็มที่ภายใต้กลไกที่มีอยู่ เพื่อให้ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการสามารถดำเนินชีวิตและธุรกิจต่อไปได้อย่างสมดุลในช่วงวิกฤต 

 

ด้าน นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นว่า ขณะนี้ได้มีการจัดทำฉากทัศน์ (Scenario) เบื้องต้นร่วมกันแล้ว และมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ผู้ผลิต สินค้าควบคุม ช่องทางการจัดจำหน่าย ผู้ค้าส่ง ค้าปลีก รวมถึงต้นทุนด้านการขนส่ง 

 

ทั้งนี้ หากมีการปรับขึ้นราคาสินค้า จะต้องสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นสต๊อกใหม่ ขณะที่สินค้าที่ยังเป็นสต๊อกเดิมหรืออยู่ในคลังสินค้าแล้ว การปรับขึ้นราคาในทันทีอาจไม่เหมาะสม และต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้จัดทำข้อมูลวิเคราะห์ล่วงหน้าเกี่ยวกับผลกระทบของราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นต่ออัตราเงินเฟ้อ และผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อใช้ประกอบการกำหนดมาตรการดูแลในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง 

 

นอกจากนี้ นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ. สนค.) ระบุว่า ได้มีการจัดทำฉากทัศน์ประเมินผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกไว้ 3 ระดับ คือ 80 ดอลลาร์ 100 ดอลลาร์ และ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยจากการประเมินเบื้องต้นหากราคาน้ำมันอยู่ที่ 120 ดอลลาร์ อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์จะอยู่ที่ระดับ 3%

 

แม้ว่าขณะนี้ราคาน้ำมันจะแกว่งตัวอยู่ที่ประมาณ 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่สถานการณ์มีความไม่แน่นอนสูงมาก สำหรับเงินเฟ้อจะทะลุ 3% หรือไม่นั้น สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือการติดตามอย่างใกล้ชิดและเตรียมมาตรการรองรับให้ทันท่วงที

 

 

 

สรุปประเด็นร้อนจากกระทรวงพาณิชย์:


เน้นคุมวัตถุดิบหลัก: โฟกัสไปที่เนื้อหมูและเนื้อไก่เพื่อช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุน

เบรกขึ้นราคาสต็อกเก่า: กรมการค้าภายในเตือน สินค้าสต็อกเดิมห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาตามน้ำมันทันที ต้องพิจารณาตามจริง

เปิด 3 ฉากทัศน์น้ำมันโลก: หากราคาน้ำมันดิบพุ่งถึง 120 ดอลลาร์/บาร์เรล คาดเงินเฟ้อไทยจะทะลุไปถึง 3% (ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 88 ดอลลาร์)

ช่องทางร้องเรียน: หากพบร้านค้าขายไม่ตรงป้าย หรือโก่งราคาเกินจริง แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้ทันที

 

พาณิชย์ขอความร่วมมือประชาชน "ช่วยกันประหยัด" และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เชื่อสถานการณ์นี้จะไม่ยืดเยื้อ