พร้อมยกตัวอย่างเช่น กรณีหากประชาชนซื้อผักชี ราคาผักชีก็ปรับตัวสูงขึ้นนั้น
นางศุภจี ชี้แจงว่า ไม่ใช่การละเลยการดูแล แต่เนื่องจากสินค้าบางประเภทมีผู้ประกอบการจำนวนมากและมีความซับซ้อนในห่วงโซ่การผลิต จึงยังไม่สามารถเข้าไปกำกับดูแลในระดับรายสินค้าได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม กระทรวงยังคงมุ่งเน้นควบคุมสินค้าที่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะวัตถุดิบหลัก เช่น เนื้อหมูและเนื้อไก่ เพื่อช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ
ในส่วนของการควบคุมราคาจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปนั้น กระทรวงพาณิชย์เน้นกำกับดูแลให้ผู้ประกอบการแสดงราคาสินค้าอย่างชัดเจน และจำหน่ายตามราคาที่ระบุ หากพบการจำหน่ายไม่ตรงตามป้ายราคา ประชาชนสามารถร้องเรียนเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถกำหนดให้ร้านค้าทุกร้านจำหน่ายสินค้าในราคาเดียวกันได้ เนื่องจากแต่ละร้านมีต้นทุนและรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างกัน
นางศุภจี ย้ำว่า กระทรวงพาณิชย์พยายามดำเนินมาตรการอย่างเต็มที่ภายใต้กลไกที่มีอยู่ เพื่อให้ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการสามารถดำเนินชีวิตและธุรกิจต่อไปได้อย่างสมดุลในช่วงวิกฤต
ด้าน นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นว่า ขณะนี้ได้มีการจัดทำฉากทัศน์ (Scenario) เบื้องต้นร่วมกันแล้ว และมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ผู้ผลิต สินค้าควบคุม ช่องทางการจัดจำหน่าย ผู้ค้าส่ง ค้าปลีก รวมถึงต้นทุนด้านการขนส่ง
ทั้งนี้ หากมีการปรับขึ้นราคาสินค้า จะต้องสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นสต๊อกใหม่ ขณะที่สินค้าที่ยังเป็นสต๊อกเดิมหรืออยู่ในคลังสินค้าแล้ว การปรับขึ้นราคาในทันทีอาจไม่เหมาะสม และต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้จัดทำข้อมูลวิเคราะห์ล่วงหน้าเกี่ยวกับผลกระทบของราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นต่ออัตราเงินเฟ้อ และผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อใช้ประกอบการกำหนดมาตรการดูแลในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ. สนค.) ระบุว่า ได้มีการจัดทำฉากทัศน์ประเมินผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกไว้ 3 ระดับ คือ 80 ดอลลาร์ 100 ดอลลาร์ และ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยจากการประเมินเบื้องต้นหากราคาน้ำมันอยู่ที่ 120 ดอลลาร์ อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์จะอยู่ที่ระดับ 3%
แม้ว่าขณะนี้ราคาน้ำมันจะแกว่งตัวอยู่ที่ประมาณ 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่สถานการณ์มีความไม่แน่นอนสูงมาก สำหรับเงินเฟ้อจะทะลุ 3% หรือไม่นั้น สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือการติดตามอย่างใกล้ชิดและเตรียมมาตรการรองรับให้ทันท่วงที
สรุปประเด็นร้อนจากกระทรวงพาณิชย์:
เน้นคุมวัตถุดิบหลัก: โฟกัสไปที่เนื้อหมูและเนื้อไก่เพื่อช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุน
เบรกขึ้นราคาสต็อกเก่า: กรมการค้าภายในเตือน สินค้าสต็อกเดิมห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาตามน้ำมันทันที ต้องพิจารณาตามจริง
เปิด 3 ฉากทัศน์น้ำมันโลก: หากราคาน้ำมันดิบพุ่งถึง 120 ดอลลาร์/บาร์เรล คาดเงินเฟ้อไทยจะทะลุไปถึง 3% (ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 88 ดอลลาร์)
ช่องทางร้องเรียน: หากพบร้านค้าขายไม่ตรงป้าย หรือโก่งราคาเกินจริง แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้ทันที
พาณิชย์ขอความร่วมมือประชาชน "ช่วยกันประหยัด" และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เชื่อสถานการณ์นี้จะไม่ยืดเยื้อ