MOU คิกออฟ 'เมืองการบินอู่ตะเภา' ออก NTP เริ่มตอกเสาเข็ม ก.พ.นี้
29 ม.ค. 2569
UTA จับมือ สกพอ. ลงนามข้อตกลงคิกออฟ โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ และเมืองการบินภาคตะวันออก พร้อมพัฒนา Airport City และโครงสร้างพื้นฐานหลัก เริ่มตอกเสาเข็ม ก.พ.นี้
Business
29 ม.ค. 2569
UTA จับมือ สกพอ. ลงนามข้อตกลงคิกออฟ โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ และเมืองการบินภาคตะวันออก พร้อมพัฒนา Airport City และโครงสร้างพื้นฐานหลัก เริ่มตอกเสาเข็ม ก.พ.นี้
นายกวิน กาญจนพาสน์ และนายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการ บริษัท อู่ตะเภาอินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) พร้อมด้วย ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ร่วมลงนามในข้อตกลงบริหารสัญญาร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบิน ภาคตะวันออก เพื่อเริ่มต้นการดำเนินโครงการฯ อย่างเป็นทางการ โดยมีนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด และคณะผู้บริหาร จากทั้ง 2 องค์กร ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้อง Auditorium ชั้น 33 อาคารบีทีเอส วิชันนารี ปาร์ค
นายคีรี กล่าวว่า วันนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก หรือ EECa ผมขอขอบคุณในความร่วมมือของภาครัฐ ที่ทำให้เราสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้สำเร็จ และพร้อมเดินหน้าไปด้วยกัน เชื่อว่ามาตรการสนับสนุนตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ จะเป็นกลไกสำคัญ ในการขับเคลื่อนโครงการให้เดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเชื่อมั่นว่า EECa จะช่วยดึงดูดนักลงทุนระดับโลก เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว และส่งเสริมรายได้ ให้กับคนไทยได้ในระยะยาว เพื่อเป้าหมายสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก (World Class Destination) และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต
“นับตั้งแต่เราเริ่มเซ็นสัญญาเดินหน้าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก จนถึงวันนี้ ก็นับเป็นเวลาประมาณ 5 ปีครึ่ง แม้จะพบกับปัญหามากมาย ที่ทำให้โครงการต้องหยุดชะงัก แต่ด้วยพันธมิตรที่ไม่ยอมแพ้ และผลักดันโครงการกันอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดการลงนามร่วมกันเป็นครั้งที่ 4 ผมมั่นใจว่าการลงนามในครั้งนี้ จะทำให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น โดยโครงการแรกที่คาดว่าจะเริ่มได้ในช่วงปลายปีนี้ บนพื้นที่ 6,500 ไร่ จะเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ เพื่อรองรับนักลงทุน และสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนว่า EECa พร้อมเปิดรับนักลงทุนทุกคน และจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง” นายคีรี กล่าว
ดร.จุฬา ระบุว่า ภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ บริษัท UTA ตกลงสละสิทธิเงื่อนไขบังคับ ก่อนตามสัญญาร่วมลงทุนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแผนการก่อสร้าง และการเดินรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (HSR) ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อโครงการฯ ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ภาครัฐ และนักลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทาง UTA จะเริ่มต้นพัฒนาโครงการในส่วนที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน
นอกจากนี้จากการสละสิทธิเงื่อนไขดังกล่าว สกพอ. เตรียมดำเนินการส่งหนังสือแจ้งให้ UTA เริ่มนับระยะเวลาโครงการ (Notice to Proceed หรือ NTP) ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้โครงการเริ่มต้นการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม โดยหลังจากการออก NTP แล้ว ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันกำหนดมาตรการแก้ไขผลกระทบโครงการฯ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) พิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
โดยภายหลังจากการแจ้ง NTP โครงการฯ ทาง UTA จะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น โดยเร่งรัดการก่อสร้างในส่วนของ Airport City และโครงสร้างพื้นฐานหลักเพื่อกระตุ้นปริมาณผู้โดยสาร และดึงดูดนักลงทุนอย่างต่อเนื่องในพื้นที่
ทั้งนี้ในส่วนของพื้นที่โครงการฯ ณ ปัจจุบัน ทางกองทัพเรืออยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ทางวิ่งที่ 2 และทางขับของสนามบินอู่ตะเภา คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2571 และได้มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคสำคัญภายในสนามบิน เช่น ระบบผลิตน้ำประปา-บำบัดน้ำเสีย ระบบไฟฟ้า และระบบเชื้อเพลิงอากาศยานตามแผนงานที่วางไว้
ภายใต้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ บริษัท UTA ตกลงสละสิทธิเงื่อนไขบังคับก่อนตามสัญญาร่วมลงทุนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแผนการก่อสร้างและการเดินรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (HSR) ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อโครงการฯ ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ภาครัฐและนักลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยบริษัท UTA จะเริ่มต้นพัฒนาโครงการในส่วนที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน
ทั้งนี้ จากการสละสิทธิเงื่อนไขดังกล่าว สกพอ. เตรียมดำเนินการส่งหนังสือแจ้งให้ UTA เริ่มนับระยะเวลาโครงการ (Notice to Proceed หรือ NTP) ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้โครงการเริ่มต้นการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม โดยหลังจากการออก NTP แล้ว ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันกำหนดมาตรการแก้ไขผลกระทบโครงการฯ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) พิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ภายหลังจากการแจ้ง NTP โครงการฯ บริษัท UTA จะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสนามบินที่จำเป็น โดยเร่งรัดการก่อสร้างในส่วนของ Airport City และโครงสร้างพื้นฐานหลักเพื่อกระตุ้นปริมาณผู้โดยสารและดึงดูดนักลงทุนต่อเนื่องในพื้นที่
ปัจจุบัน ในพื้นที่โครงการฯ กองทัพเรืออยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2571 และได้มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคสำคัญภายในสนามบิน เช่น ระบบผลิตน้ำประปา -บำบัดน้ำเสีย ระบบไฟฟ้า และระบบเชื้อเพลิงอากาศยานตามแผนงานที่วางไว้ การลงนามฯ ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการยืนยันถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการผลักดันสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นเมืองการบินภาคตะวันออกที่ทันสมัย และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต
