การปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งโดย คสช. นั้นได้ดำเนินการออกแบบผ่านกระบวนการที่มีชื่อเรียกอย่างกิ๊บเก๋ว่า ‘แม่น้ำ 5 สาย’ ประกอบด้วย 1) คสช.ในฐานะผู้กุมอำนาจสูงสุดและเป็นต้นน้ำของแม่น้ำของสายอื่นๆ 2) คณะรัฐมนตรี ทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร 3) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่ตรากฎหมาย 4) สภาปฏิรูปประเทศแห่งชาติ เป็นฝ่ายระดมสมองเพื่อทำข้อเสนอการปฏิรูปประเทศ และ 5) คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ รับผิดชอบการเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นกติกาสูงสุดของประเทศ
ไม่เพียงเท่านี้ การปฏิรูปประเทศที่ คสช. คิดค้นขึ้นมานั้นก็มีความพยายามอุดช่องโหว่เพื่อป้องกันไม่ให้การรัฐประหารเสียของเหมือนกับการรัฐประหารเมื่อปี 2549 อีกด้วย จึงเป็นที่มาของการบัญญัติหลัก 10 ประการที่ควรไว้ในรัฐธรรมนูญ และ การให้ประเทศไทยอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อให้มีมรรคผลเป็นรูปธรรมมากที่สุด โดยที่อย่างน้อยการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งก็น่าจะได้เสียงชื่นชมในจุดเดียวกับเมื่อครั้งประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญ 2540
สำหรับบัญญัติ 10 ประการที่ว่านั้น ประกอบด้วย 1) การรับรองความเป็นราชอาณาจักร 2) การให้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 3) การป้องกันการทุจริต 4) การป้องกันและตรวจสอบมิให้ผู้เคยต้องคําพิพากษาว่ากระทําการทุจริต หรือกระทําให้การเลือกตั้งไม่สุจริต เข้าดํารงตําแหน่งทางการเมือง 5) การทําให้ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและพรรคการเมือง ปราศจากการครอบงํา 6) สร้างเสริมความเข้มแข็งของหลักนิติธรรม ในทุกภาคส่วนและทุกระดับ 7) ปรับโครงสร้างและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ และป้องกันการบริหารราชการแผ่นดินที่มุ่งสร้างความนิยมทางการเมือง 8) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินของรัฐให้เป็นไปอย่างคุ้มค่าและตอบสนองต่อประโยชน์ส่วนรวม 9) การป้องกันมิให้มีการทําลายหลักการสําคัญที่รัฐธรรมนูญจะได้วางไว้ และ 10) การผลักดันให้มีการปฏิรูปเรื่องสําคัญต่าง ๆ ให้สมบูรณ์ต่อไป
หลักการที่ดีพร้อมกับกรอบกติกาที่ชัดเจน มิหนำซ้ำพลเอกประยุทธ์ ยังมีมาตรา 44 ที่สามารถเสกไม้เป็นนก และเสกนกให้เป็นไม้ได้อีก ยิ่งทำให้กองเชียร์ลุงตู่ต่างเชื่อมั่นว่าการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งจะประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะระบอบทักษิณจะหมดไปจากประเทศ แต่ปรากฏว่าเอาเข้าจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะนับตั้งแต่นั้นมาจากที่เคยขึ้นต้นเป็นไม้ไผ่ ยิ่งเหลาลงไปกลับกลายเป็นบ้องกัญชาเข้าไปทุกที สะท้อนให้เห็นจากกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ
การร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรกเกิดขึ้นภายใต้การดูแลของ ‘บวรศักดิ์ อุวรรณโณ’ แต่ก็กลายเป็นปราสาทที่ถูกน้ำทะเลซัดพังทลายลงมา ภายหลังสภาปฏิรูปแห่งชาติลงมติไม่เห็นชอบท่ามกลางคำถามที่เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งสุดท้ายก็มีเฉลยออกมาจากปากอาจารย์บวรศักดิ์เองว่า “เขาอยากอยู่ยาว” โดยคำว่า ‘เขา’ ที่อาจารย์บวรศักดิ์นั้นไม่ได้เจาะจงไปที่ใครบางคนเป็นการเฉพาะ แต่คนไทยก็ได้เห็นแล้วว่านับตั้งแต่นั้นมาเขาก็อยู่ยาวจริงๆ
ความพยายามอยู่ยาวก็เริ่มปรากฏให้เห็นผ่านการกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญครั้งที่สองภายใต้การกำกับของ ‘มีชัย ฤชุพันธุ์’ และยุบสภาปฏิรูปแห่งชาติพร้อมกับตั้ง ‘สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ’ หรือ สปท. ขึ้นมาทำงานซ้ำซ้อนโรดแมปที่ สปช. เคยทำเอาไว้ก่อนหน้านี้ กระบวนการเหล่านี้ใช้เวลาอีกร่วม 4 ปีก่อนที่จะมีการประกาศเลือกตั้งในปี 2562 อันเป็นการสิ้นการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง
ประเทศไทยหลังจากผ่านการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งได้พลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย ด้วยเสียงสนับสนุนจากพรรคการเมือง 19 พรรคและ ส.ว. เกือบทั้งวุฒิสภาที่มีอำนาจโหวตนายกรัฐมนตรีตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ แม้จะเป็นอีกรัฐบาลหนึ่งที่อยู่ในอำนาจครบ 4 ปี แต่ตลอดระยะทางก็เต็มไปด้วยระบบการเมืองที่ถอยหลังลงคลองไม่ต่างกับการเมืองยุคก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ 2540 เสียอีก มีใครพอเห็นผลงานเชิงโครงสร้างที่เป็นผลผลิตจากการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งที่ดีมีอะไรบ้าง กลับกันมีแต่เพียงมรดกที่เป็นสิ่งเหลือทิ้งทางประวัติศาสตร์เท่านั้นอย่างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และวุฒิสภา 250 คนจากการลากตั้งของคสช.
ความล้มเหลวและความเสียของยิ่งมาตอกย้ำด้วยสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันที่เป็นเหมือนสามเส้าระหว่างฝ่ายเสรีประชาธิปไตย ฝ่ายอนุรักษ์นิยม และฝ่ายอำนาจนิยม ความขัดแย้งที่มี ‘ทักษิณ ชินวัตร’ เข้ามาเป็นหนึ่งในสมการนั้นกำลังจะนำถูกมาฉายซ้ำ หรือแม้แต่ความหวาดกลัวของบางฝ่ายที่มีต่อ ‘พรรคก้าวไกล’ ก็ถูกนำมามาเป็นวาทกรรมประหัตประหารใส่กันประหนึ่ง ‘ขวาพิฆาตซ้าย’
ด้วยเหตุนี้เองจึงเริ่มได้บรรดาผู้สันทัดกรณีจะเริ่มออกมาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการรัฐประหารขึ้นมาอีกครั้ง แม้เงื่อนไขอาจไม่สุกงอม แต่ก็มีปัจจัยแวดล้อมที่สนับสนุนพอสมควร เช่น การเริ่มล้ำเส้นของฝ่ายผู้มีอำนาจอนุรักษ์นิยมใหม่ การเติบโตไม่หยุดของขบวนการฝ่ายส้มที่เขย่าความเชื่อแบบเดิมๆ ของคนในสังคมไทย ที่ทำให้บางฝ่ายมองว่าต้องหาวิธีการคุมกำเนิดไว้บ้าง การยุบพรรคที่เคยคิดว่าอาจได้ผล เวลานี้แสดงให้เห็นว่ามันไม่ได้ผลอีกต่อไป เหลือแต่เพียงการล้มกระดานเท่านั้นที่อาจเป็นคำตอบ
ผ่านมา 10 ปี ประเทศไทยได้ปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งจริง ข้อนี้ไม่มีใครปฏิเสธได้ แต่ก็เหมือนเป็นการกลับไปสู่ปัญหาและวงจรเดิมที่ประเทศไทยเคยเผชิญมาแล้วตลอดสองทศวรรษเท่านั้น