svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Nation Story

ต้องมีเงินดาวน์เท่าไหร่? คำถามของคนอยากมีบ้าน ในวันที่ชีวิตยังต้องคิดให้รอบ

15 ม.ค. 2569

ในวันที่คำว่า บ้าน ไม่ได้หมายถึงแค่ที่อยู่อาศัย แต่คือพื้นที่พักใจหลังเลิกงาน คือความมั่นคงในระยะยาว และคือหนี้ก้อนใหญ่ที่สุดในชีวิตของใครหลายคน คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาเสมอคือ “ต้องมีเงินดาวน์เท่าไหร่ ถึงจะซื้อบ้านหรือคอนโดได้?”

🔵[เงินดาวน์: จุดเริ่มต้นของการมีบ้าน ไม่ใช่เส้นชัย]

เงินดาวน์ คือเงินก้อนแรกที่ผู้ซื้อจ่ายเองก่อนขอสินเชื่อจากธนาคาร

พูดง่าย ๆ คือ “ส่วนที่เราไม่กู้”

 

สำหรับบ้านหรือคอนโดในประเทศไทย

โดยทั่วไปธนาคารมักพิจารณาให้กู้ประมาณ 80–90% ของราคาทรัพย์

นั่นหมายความว่า ผู้ซื้อควรเตรียมเงินดาวน์ไว้ราว 10–20%

 

ตัวอย่างเช่น คอนโดราคา 3 ล้านบาท

เงินดาวน์จะอยู่ที่ประมาณ 300,000–600,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ไม่ใช่กฎตายตัว

แต่เป็นค่าเฉลี่ยที่พบได้บ่อยในตลาด

 

ทำไมบางคนดาวน์น้อยได้ บางคนต้องดาวน์เยอะ

เพราะธนาคารไม่ได้มองแค่ “เงินดาวน์”

แต่มองไปถึง ความสามารถในการผ่อนระยะยาว

 

ปัจจัยสำคัญที่ธนาคารใช้พิจารณา ได้แก่

• รายได้ต่อเดือนและความสม่ำเสมอของรายได้

• ภาระหนี้เดิม เช่น รถยนต์ บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล

• ประวัติการชำระหนี้ (เครดิตบูโร)

• อายุงานและลักษณะอาชีพ

 

บางคนมีเงินเก็บไม่มาก แต่รายได้มั่นคงและไม่มีหนี้

ธนาคารอาจยอมให้กู้ในสัดส่วนสูง

ในขณะที่บางคนมีเงินดาวน์เยอะ แต่ภาระหนี้สูงหรือรายได้ไม่แน่นอน

ธนาคารอาจขอเพิ่มเงินดาวน์ หรือปฏิเสธสินเชื่อ

 

🔵[รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ กู้ได้ไหม?]

นี่คือความจริงของคนทำงานยุคใหม่

โดยเฉพาะฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการ หรือมนุษย์เงินเดือนช่วงเริ่มต้นชีวิต

คำตอบคือ “มีโอกาส แต่ต้องวางแผน”

 

ทางเลือกที่พบได้บ่อย เช่น

  • กู้ร่วมกับคู่สมรสหรือคนในครอบครัว
  • ลดภาระหนี้เดิมก่อนยื่นกู้
  • เก็บเงินดาวน์เพิ่ม เพื่อให้ยอดกู้ลดลง
  • รอให้รายได้มีความสม่ำเสมอมากขึ้น

 

การกู้ไม่ผ่านในครั้งแรก ไม่ได้แปลว่าคุณไม่มีวันมีบ้าน

แต่อาจหมายถึง จังหวะชีวิตยังไม่พร้อมในเวลานั้น

บ้านที่ดี ไม่ควรแลกมากับความกังวลทุกสิ้นเดือน

ในมุมของไลฟ์สไตล์

บ้านที่เหมาะกับเรา ไม่ใช่บ้านที่ราคาแพงที่สุด

หรือผ่อนผ่านแบบเฉียดฉิว

 

แต่คือบ้านที่

ผ่อนแล้วไม่ต้องตัดความสุขอย่างอื่นออกจากชีวิต

ยังมีเงินเก็บ ยังมีเงินใช้

และยังใช้ชีวิตได้โดยไม่กังวลทุกวันที่เงินเดือนออก

 

บางครั้ง

การรออีกนิด เก็บเงินดาวน์เพิ่มอีกหน่อย

อาจทำให้บ้านหลังเดิม

กลายเป็นบ้านที่อยู่แล้วสบายใจกว่าเดิมมาก

 

สุดท้ายแล้ว เงินดาวน์ไม่ใช่อุปสรรค

แต่คือบทสนทนาระหว่าง “ความฝัน” กับ “ความจริง”

การมีบ้านไม่ใช่การแข่งขันว่าใครเร็วกว่า

แต่คือการเลือกจังหวะที่เหมาะกับชีวิตตัวเอง

เพราะบ้านที่ดี ไม่ใช่แค่ซื้อได้

แต่ต้องอยู่ได้…อย่างสบายใจในระยะยาว