‘The Boy and the Heron’ ผลงานที่ไม่ยอมเกษียณของ ฮายาโอะ มิยาซากิ
29 พ.ย. 2566
‘The Boy and the Heron' หรือ ‘เด็กชายกับนกกระสา’ คือผลงานเรื่องใหม่จากสตูดิโอจิบลิ และเป็นการกลับมาทำงานกำกับอนิเมชั่นในรอบ 10 ปี ของ ฮายาโอะ มิยาซากิ ปรมาจารย์ด้านภาพยนตร์อนิเมชั่นของญี่ปุ่น
‘The Boy and the Heron' หรือที่ใช้ชื่อไทยว่า ‘เด็กชายกับนกกระสา’ ภาพยนตร์อนิเมะเรื่องใหม่ของทางสตูดิโอจิบลิ (Studio Ghibli) ที่มีการยืนยันแล้วว่าไม่ใช่ผลงานเรื่องสุดท้ายของ ฮายาโอะ มิยาซากิ (Hayao Miyazaki) อย่างที่ลือกันก่อนหน้านี้ ฮายาโอะคือผู้ก่อตั้งสตูดิโอจิบลิที่ผลิตผลงานน่าจดจำให้กับคนดูการ์ตูนทั่วโลก แต่ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของผู้กำกับนามอุโฆษท่านนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร และทำไมผู้ชมจากทั่วโลกถึงไฮป์ผลงานเรื่องนี้
และถ้าเป็นการดัดแปลงแบบตรงไปตรงมา โทชิโอะ ซูซูกิ โปรดิวเซอร์ที่ดูแลด้านการตลาดคงไม่กล่าวว่า ทางทีมงานไม่มีกำหนดเส้นตายให้กับผลงานเรื่องใหม่เรื่องนี้ ซึ่งเป็นแผนงานแบบเดียวกันกับที่พวกเขาเคยใช้กับภาพยนตร์เรื่อง The Tale of The Princess Kaguya (เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่) มาก่อน
ส่วนเหตุผลหลักที่ไม่กำหนดเวลาก็มาจากการวาดงานที่ใช้เวลานานกว่าปกติ อย่างที่โทชิโอะได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ในอดีตตัวของ ฮายาโอะ มิยาซากิ จะใช้เวลาหนึ่งเดือนในการกำกับและวาดผลงานประมาณ 10 นาที แต่สำหรับการสร้าง Kimitachi wa Dō Ikiru ka ผู้กำกับท่านนี้กลับกำกับได้เพียงเดือนละหนึ่งนาทีเท่านั้น อาจจะเพราะวัยที่ร่วงโรยเข้าสู่หลัก 80 ปี หรืออาจจะมาจากความตั้งใจที่โทชิโอะกล่าวว่า ฮายาโอะอยากจะสร้างผลงานภาพยนตร์ทิ้งไว้ให้หลานชาย
นอกจากนี้ภาพยนตร์เรื่อง The Boy and the Heron ยังเปลี่ยนการทำงานไปเล็กน้อย เพราะตัวของ ฮายาโอะ มิยาซากิ ไม่ได้เข้ามาทำการกำกับงานอนิเมชั่นที่เป็นฉากเคลื่อนไหวอีกต่อไป เขาถอยไปทำหน้าที่วาดสตอรี่บอร์ดและเขียนบท แล้วปล่อยให้ ทาเคชิ ฮอนดะ (Takeshi Honda) ที่เคยทำงานด้วยกันในภาพยนตร์ Ponyo (โปเนียว ธิดาสมุทรผจญภัย) มาดูแลงานกำกับอนิเมชั่นแทน รวมถึงมีการใช้ทีมงานจาก Studio Ponoc ที่มีศิษย์เก่าจากสตูดิโอจิบลิทำงานหลายคนเข้ามาร่วมสร้างภาพยนตร์ด้วย
ถึงจะไม่มีการโปรโมตแบบทางการ แต่การที่คนญี่ปุ่นคุ้นเคยกับนิยายต้นฉบับ รวมถึงเป็นผลงานที่ ฮายาโอะ มิยาซากิ กลับมาเป็นผู้กำกับเต็มรูปแบบในรอบ 10 ปี ประกอบกับการประกาศข่าว 'ไม่ทำการโปรโมต' เลยทำให้ผู้ชมภาพยนตร์ในญี่ปุ่นสนใจที่จะไปลิ้มลองภาพยนตร์เรื่องนี้ ผลลัพธ์คือภาพยนตร์อนิเมะ The Boy and the Heron ทำยอดรายได้จากการฉายสี่วันแรกที่ 2,140 ล้านเยน และทำรายได้จนถึงช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ปี 2023 อยู่ที่ 8,560 ล้านเยน แม้ว่าจะไม่ใช่ยอดที่สูงนัก แต่ถ้ามองด้านการใช้งบ PR ต่ำ สตูดิโอจิบลิก็คงรับรายได้ไปแบบเต็มไม้เต็มมือ
หลังจากการฉายในประเทศญี่ปุ่นไม่นาน ก็มีการประกาศฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ในประเทศอื่น ๆ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นโชคดีที่ทางสตูดิโอจิบลิยอมให้โปรโมตภาพยนตร์เรื่องนี้แบบปกติ ทำให้คอหนังที่ติดตามผลงานภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าใจได้มากขึ้นว่า ตัวเนื้อหาของ The Boy and the Heron จะเล่าเรื่องของ ‘มาฮิโตะ’ เด็กชายวัย 12 ปี ที่สูญเสียแม่ไปในไฟสงคราม ก่อนจะต้องย้ายที่อยู่ใหม่ และได้พบเจอกับนกกระสาที่จะนำทางไปสู่โลกมหัศจรรย์อีกใบหนึ่งซึ่งรอการช่วยเหลืออยู่
จะเห็นได้ว่าเนื้อหาของภาพยนตร์ The Boy and the Heron แตกต่างจากนิยายของ Kimitachi wa Dō Ikiru ka ของอาจารย์เก็นซาบูโร โยชิโนะ มากพอสมควร แต่ที่เห็นชัดเจนจากตัวอย่างของภาพยนตร์ก็คือ งานภาพของภาพยนตร์กลับมาแสดงความเหนือจินตนาการอย่างที่ผู้ชมภาพยนตร์หลายคนคาดหวัง และคุ้มค่ากับที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้เวลาพัฒนาอย่างยาวนาน
แต่สิ่งที่สื่อทุกเจ้า รวมถึงคนดูในญี่ปุ่น และตัวผู้เขียนบทความเห็นพ้องต้องกันก็คือ The Boy and the Heron (เด็กชายกับนกกระสา) เป็นผลงานในช่วงบั้นปลายชีวิตของ ฮายาโอะ มิยาซากิ ที่น่าจะปล่อยของให้สมศักดิ์ศรีปรมาจารย์ผู้ไม่ยอมเกษียณตัวเองจากการทำงานอนิเมชั่น