ในทางกลับกัน เด็กนักเรียนจากครอบครัวยากจนหรืออยู่ในครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวจะได้รับผลกระทบสำคัญสองประการ อย่างแรกคือพ่อแม่ไม่มีเวลาและทรัพยากรเพียงพอที่จะกระตุ้นการเรียนรู้ของลูกๆ ในช่วงปิดเทอม อย่างที่สองคือพ่อแม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเมื่อเด็กๆ อยู่บ้าน ทั้งการหาคนมาช่วยดูแลในช่วงที่พ่อแม่ต้องไปทำงาน รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าอาหารซึ่งหลายประเทศรัฐบาลจะให้การสนับสนุนผ่านโรงเรียน งานวิจัยพบว่า ‘ช่องว่างการเรียนรู้ระหว่างปิดภาคเรียน’ จะส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาโดยเฉพาะเด็กๆ ตั้งแต่ระดับมัธยมต้นขึ้นไป
ยังไม่ต้องพูดถึง ‘ค่าเสียโอกาส’ ของทรัพยากรทั้งอาคารเรียนและบุคลากรที่ไม่ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ในช่วงปิดเทอม การปรับวิธีปิดภาคเรียนให้สอดคล้องกับผลการศึกษาและตารางชีวิตของพ่อแม่สมัยใหม่จึงเป็นเรื่องที่ควรถกเถียงอภิปรายเพื่อหาทางออกที่ก้าวข้าม ‘ความเคยชิน’ แบบเดิม
แล้วเราควรปรับการปิดภาคเรียนอย่างไรดี
หากจะยกเลิกการปิดภาคเรียน แน่นอนว่าเสียงบ่นขรมย่อมมาจากเหล่าเด็กๆ และบุคลากรในสถาบันการศึกษา ทั้งเด็กๆ ที่คงโอดอวยเพราะถูกช่วงชิงเวลาช่วงปิดเทอม บุคลากรด้านการศึกษาที่ไม่มีเวลาได้พักหายใจหรือพัฒนาตัวเอง รวมถึงผู้บริหารที่ไม่สามารถหาช่องว่างในการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานในโรงเรียนที่ทรุดโทรม
เอาเป็นว่าผมขอเสนอทางออกแบบหลากหลายโดยมีเป้าหมายเพื่อปรับรูปแบบการปิดภาคเรียนให้สอดคล้องกับผลการวิจัยแล้วกันนะครับ
ทางเลือกแรกที่สามารถช่วยป้องกันการถดถอยด้านเรียนรู้ของเด็กๆ คือเปลี่ยน ‘รูปแบบ’ ของการปิดเทอม จากที่มีปิดเทอมใหญ่ (10 สัปดาห์) และปิดเทอมย่อย (4 สัปดาห์) ระหว่างภาคเรียน เราก็อาจปรับเป็นการปิดเทอมย่อยๆ ระยะสั้นคราวละ 2 สัปดาห์กระจายตลอดทั้งปี หรือในกรณีที่ไม่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เราก็อาจเกลี่ยระยะเวลาการปิดภาคเรียนให้ใกล้เคียงกัน เช่นคราวละ 6-7 สัปดาห์แบบเนเธอร์แลนด์หรือเดนมาร์ก เพราะยิ่งปิดภาคเรียนนานเท่าไหร่ก็จะยิ่งเสี่ยงต่อการสูญเสียความรู้มากขึ้นเท่านั้น
ทางเลือกที่สองคือการกระตุ้นการเรียนรู้ในช่วงปิดภาคเรียน เช่น การแจกใบงาน การบ้าน หรือกิจกรรมระหว่างปิดภาคเรียนเพื่อให้เด็กๆ เรียนรู้ด้วยตนเอง วิธีการเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่สำหรับผู้ปกครองอย่างผมแค่คิดว่านอกจากจะต้องคอยดูแลลูกที่บ้านแล้วยังต้องคอยจ้ำจี้จ้ำไชให้ทำการบ้านก็ชวนให้ปวดหัวไม่น้อย การกระตุ้นการเรียนรู้ในช่วงปิดภาคเรียนอีกรูปแบบหนึ่งเช่นในประเทศฝรั่งเศสคือการเปิดศูนย์นันทนาการบริหารจัดการโดยรัฐสำหรับเด็กๆ ที่พ่อแม่อาจไม่มีเงินพอจะส่งไปเรียนพิเศษ แม้ว่าศูนย์ดังกล่าวจะไม่เน้นการเรียนรู้แบบเข้มข้น แต่อย่างน้อยก็เป็นการพาเด็กๆ ออกจากบ้านและช่วยบรรเทาภาระพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องทำงาน
ส่วนทางเลือกสุดท้ายคือทางเลือกที่คนส่วนใหญ่คงไม่อยากได้ยินนักคือการลดช่วงเวลาปิดเทอม หนึ่งในประเทศที่มีช่วงเวลาปิดภาคเรียนน้อยที่สุดอันดับต้นๆ ของโลกคือเกาหลีใต้ แม้แต่ช่วงปิดภาคเรียนเองก็ยังอัดแน่นด้วยตารางเรียนเสริม ผลลัพธ์ที่ได้คือนักเรียนเกาหลีใต้มีคะแนนสอบของโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากลหรือ PISA สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกทั้งในด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน แต่แนวทางดังกล่าวก็มีราคาที่ต้องจ่ายคืออัตราการป่วยเป็นโรคจิตเวชของเด็กๆ ในเกาหลีใต้นั้นสูงที่สุดในหมู่ประเทศร่ำรวย
การระบาดของโควิด-19 คือหนึ่งสาเหตุที่เหล่านักวิจัยด้านการเรียนรู้หันมาศึกษาปรากฏการณ์การสูญเสียการเรียนรู้อย่างจริงจัง น่าเสียดายที่ภายหลังการระบาดของโควิด-19 การอภิปรายในหัวข้อดังกล่าวดูจะเงียบเหงาลง ทั้งที่ความจริงแล้วการปิดภาคเรียนฤดูร้อนที่ยาวนานร่วม 10 สัปดาห์ก็ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ของเด็กๆ ในลักษณะเดียวกัน
หากต้องการให้นโยบายด้านการศึกษาสามารถเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วงเวลาการปิดภาคเรียนเป็นทั้งโอกาสและอุปสรรคที่ภาครัฐต้องใส่ใจ โดยอาจปรับเปลี่ยนระยะเวลาให้สอดคล้องกับงานวิจัยสมัยใหม่ หรือออกแบบกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อบรรเทาความเหลื่อมล้ำระหว่างเด็กๆ ในครอบครัวร่ำรวยและครอบครัวยากจน
ข้อมูลอ้างอิง
- Cooper, H., Nye, B., Charlton, K., Lindsay, J., & Greathouse, S. (1996). The Effects of Summer Vacation on Achievement Test Scores: A Narrative and Meta-Analytic Review. Review of Educational Research, 66(3), 227–268. https://doi.org/10.3102/00346543066003227
- Alexander, K. L., Entwisle, D. R., & Olson, L. S. (2007). Lasting Consequences of the Summer Learning Gap. American Sociological Review, 72(2), 167–180. https://doi.org/10.1177/000312240707200202
- Xu, Jingyi and Lee, Sun Goo, Problems With Complex College Admissions Policies and Overloaded After-School Private Education on Middle- and High-School Students’ Mental Health in South Korea (October 1, 2022). Journal of Global Health Reports. 2023;7:e2023049. doi:10.29392/001c.84099, Available at SSRN: https://ssrn.com/abstract=4475257 or http://dx.doi.org/10.2139/ssrn.4475257
- https://www.economist.com/europe/2022/07/14/down-with-long-school-summer-breaks
- https://www.economist.com/international/2018/08/09/long-summer-holidays-are-bad-for-children-especially-the-poor
- https://brilliantio.com/is-summer-vacation-too-long/
ภาพประกอบโดย Krittaporn Tochan