สำหรับใครที่สามารถบริหารจัดการการเงินได้ดีกว่านั้น และอยากรู้สึกถึง ‘ความคุ้มค่า’ ที่มากกว่า เราก็สามารถทำได้ด้วยการมองหาสิทธิ์ประโยชน์ต่างๆ ที่ได้รับผ่านการซื้อสินค้า เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในอีกทางหนึ่ง มาดูกันว่าสามารถทำอย่างไรได้บ้าง
รูปข้างบนนี้เป็นตารางการใช้จ่ายตามมาตรการ Easy E-Receipt ของผมในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีที่ผมได้ใช้สิทธิ์ (ตามใบกำกับภาษี) คือ 40,560.30 บาท แต่จ่ายเงินไปจริงๆ เพียงแค่ 35,912.75 บาท เพราะมีส่วนหนึ่งที่ได้รับโค้ดส่วนลดจากแพล็ตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ ส่วนลดจากบัตรเครดิต และเครดิตเงินคืนต่างๆ และวิธีการจ่ายทั้งหมดเป็นการจ่ายผ่านบัตรเครดิต เพื่อให้ได้สิทธิ์สะสมแต้มเพิ่มเติมด้วย
สรุปสั้นๆ คือ ผมจ่ายเงินประมาณ 36,000 บาท แต่ได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีในจำนวน 40,500 บาทนั่นเอง ซึ่งถ้าดูจากตัวเลขและเปรียบเทียบดู ก็น่าจะรู้สึกถึงความคุ้มค่าที่มากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้น ในความเป็นจริงสิ่งที่ผมทำมันก็อาจจะไม่ได้คุ้มค่าอยู่ดี
ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ? เพราะในระหว่างทางของการใช้จ่ายตามมาตรการนี้ เราอาจจะต้องเจอกับอุปสรรคหรือเสียสิทธิ์บางอย่างไป เช่น
- ซื้อของจากร้านค้าบอกว่าออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่สุดท้ายไม่ได้ออกให้อย่างที่ตกลงไว้
- ของที่ซื้อบางชิ้นอาจไม่ใช่ของที่จำเป็นอย่างที่คิด เพียงแต่ต้องรีบซื้อเพื่อรักษาสิทธิ์ตัวเองไว้
- บางรายการอาจไม่ได้กดโค้ดลดราคาที่ดีที่สุด บางรายการมีโค้ดที่คุ้มค่ากว่าแต่ออกมาทีหลัง หรือไม่แน่ว่าหลังจากมาตรการนี้ ของที่ว่าอาจจะมีส่วนลดที่มากขึ้น
- เราไม่รู้ว่าปีนี้รายได้ตัวเองจะเป็นอย่างไร มากขึ้น ลดลง หรือเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบไหน การซื้อของในตอนนี้อาจจะไม่ได้ลดภาษีได้ในอัตราที่เราคิดไว้
- ด้วยจำนวนเงิน 50,000 บาทเต็มวงเงิน หลายคนอาจต้องนำเงินบางส่วนที่เก็บไว้มาใช้จ่ายไปก่อน หรือเป็นหนี้เพิ่มขึ้น ไปจนถึงกระทบกับเงินที่ใช้หมุนเวียนในชีวิต เพื่อให้ตัวเองได้ใช้สิทธิ์อย่างคุ้มค่า
อย่างไรก็ดี มาตรการ Easy E-Receipt เป็นอีกหนึ่งแนวทางวางแผนจัดการเงิน ที่สามารถช่วยให้เราลดภาษีที่ต้องจ่ายได้หากคิดคำนวณได้อย่างถูกต้องและวางแผนใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสมกับฐานะการเงินของเราเอง
แน่นอนว่าตัวผู้เขียนเองไม่ได้มีสิทธิ์ไปตัดสินว่าใครใช้จ่ายคุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่า และไม่มีสิทธิ์ว่าตัดสินว่าการใช้จ่ายในรูปแบบไหนจำเป็นหรือไม่จำเป็น แต่การพูดถึงในประเด็นต่างๆ ของบทความนี้ เป็นเพียงข้อเสนอแนะที่ชี้ให้เห็นว่าตัวมาตรการอาจมีสิ่งที่ต้องควรระวังในการจับจ่ายใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ในแต่ละร้านค้าที่ไม่สะดวกเท่าที่ควร หรือแม้แต่การใช้จ่ายที่อาจจะเกินกำลังที่เรามี ที่สุดท้ายแล้วก็จะมากระทบกับสถานะทางการเงินของเรา
หวังว่าทุกคนจะมองเห็นและเข้าใจถึงความจำเป็นในการใช้จ่ายครับ