Search

วันพุธ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ย้อนกลับไปเรื่องผลการตรวจปัสสาวะของคุณเสก โลโซ ซึ่งปรากฏตั้งแต่แรกว่ามี "สีม่วง" กระทั่งมีการตรวจยืนยันว่ามาจากการเสพสารเสพติดจริงๆ คุณผู้ชมอาจจะสงสัยว่ากระบวนการตรวจเขาทำกันอย่างไร และเหตุใดการตรวจในขั้นตอนแรก จึงยังยืนยันไม่ได้ทันทีว่าเจ้าของปัสสาวะนั้นเสพสารเสพติด จนต้องตรวจซ้ำอย่างละเอียดอีกครั้ง วันนี้ล่าความจริงมีคำตอบมาฝาก



คุณผู้ชมคงเคยสังเกตว่า เวลาดารา นักร้อง หรือบุคคลมีชื่อเสียงถูกจับกุม แล้วถูกจับตรวจปัสสาวะ จนพบเบื้องต้นว่าปัสสาวะมีสีม่วง แทบทุกครั้งจะยังไม่สามารถสรุปได้ว่า คนมีชื่อเสียงคนนั้นเสพยาจริงหรือไม่ เพราะเจ้าตัวมักจะอ้างว่า ทานยานอนหลับบ้างล่ะ ทานยาแก้แพ้บ้างล่ะ อย่างกรณีของคุณเสก ก็อ้างว่าทานยานอนหลับ


สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะว่าการตรวจปัสสาวะเบื้องต้น แล้วปรากฏว่าปัสสาวะเป็นสีม่วง (เมื่อทำปฏิกิริยากับสารเคมีที่นำไปตรวจ) จะเป็นเพียงข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจมีสารเสพติดในร่างกาย แต่สารเคมีตั้งต้นที่นำไปผลิต "สารเสพติด" นั้น บางชนิดสามารถใช้เป็นยารักษาโรคได้เหมือนกัน เช่น ยาแก้ไอ ยารักษาโรคหอบหืด หรือแม้แต่สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อหมู ด้วยเหตุนี้จึงต้องนำตัวอย่างปัสสาวะเข้าห้องแล็บ เพื่อตรวจละเอียดอีกครั้ง

"ทีมล่าความจริง" ได้รับข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญโรงพยาบาลตำรวจ ที่เล่าให้ฟังถึงขั้นตอนการตรวจหาสารเสพติดที่พบในปัสสาวะของผู้ต้องหาว่า การตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดที่พบตามด่านตรวจยาเสพติดทั่วไป หรือแม้แต่ในสถานบันเทิงนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้ "ชุดตรวจหาสารเสพติดจากปัสสาวะ" หาสารเสพติดได้ 2 แบบ คือ แบบแรก เป็นการตรวจหาปัสสาวะที่มีสีม่วง ซึ่งเป็นการตรวจหาสารเสพติดประเภท เมทแอมเฟตามีน และกลุ่มสารเคมีใกล้เคียงกัน ซึ่งก็คือ ยาบ้า ไอซ์ หรือเฮโรอีน แบบที่สอง เป็นการตรวจปัสสาวะที่มีสีเขียว โดยจะเป็นการตรวจหาสารเสพติดประเภท "กัญชา" ซึ่งเครื่องมือที่ใช้ตรวจจะระบุค่าของสาร THC ซึ่งเป็นสารเคมีหลักที่พบในกัญชาเท่านั้น


แต่ขั้นตอนนี้ จะเป็นการตรวจเพียงเบื้องต้น หากผู้ถูกตรวจยอมรับว่าเสพยาเสพติดมาจริง ก็จะยุติการตรวจเพียงเท่านี้ แต่หากไม่ยอมรับ ก็จะนำตัวอย่างปัสสาวะไปเข้ากระบวนการคัดแยกสารเคมี ที่เรียกว่า "แก๊ส โครมาโทกราฟฟี่" เพื่อยืนยันผลอย่างละเอียดอีกครั้ง กระบวนการนี้เป็นวิธีการตรวจตัวอย่างปัสสาวะที่ได้ผลดีและรวดเร็วที่สุด ใช้เวลาประมาณ 3 วันก็สามารถยืนยันประเภทของสารเคมีได้ แม้กระทั่ง "ยาลดความอ้วน" ก็ยังตรวจได้

ฉะนั้นหากใคร หรือคนมีชื่อเสียงคนไหน ผ่านการตรวจด้วยกระบวนการนี้แล้ว ต้องบอกว่าหากเสพยามาจริง เถียงอย่างไรก็เถียงไม่ขึ้น เพราะผลตรวจสามารถใช้เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ยืนยันในชั้นศาลได้ด้วย

192.168.52.213