Search

วันอังคาร ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ขึ้นปีใหม่ 2561 นอกเหนือจากการเฉลิมฉลองเปลี่ยนศักราชกันแล้ว สำหรับคุณผู้ชมที่สนใจปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ น่าจะทราบกันดีว่าใกล้ถึงวันครบรอบเหตุการณ์ปล้นปืนครั้งใหญ่ ซึ่งตรงกับวันที่ 4 มกราคม 2547 หลายคนเรียกว่า "วันเสียงปืนแตก" ถือเป็นวันเริ่มต้นปัญหาไฟใต้รอบใหม่ในรูปแบบของการก่อเหตุร้ายรายวัน ซึ่งจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สงบราบคาบ ฉะนั้นในวันพรุ่งนี้ วันที่ 4 มกราคม จึงเป็นวันครบ 14 ปีเหตุการณ์ปล้นปืน และยังเป็น 14 ปีไฟใต้ที่ใช้งบประมาณไปแล้วมากกว่า 3 แสนล้านบาทด้วย



ความเคลื่อนไหวที่ชายแดนใต้ช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ แทบไม่ปรากฏเหตุรุนแรงเลย สาเหตุส่วนหนึ่งก็น่าจะเป็นเพราะการแจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง วางกำลังเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น จนทำให้เทศกาลปีใหม่ปีนี้เงียบสงบ ไร้เสียงปืน เสียงระเบิด พี่น้องประชาชนพากันไปท่องเที่ยวกิจกรรมรื่นเริงที่ทางราชการและองค์กรปกครองท้องถิ่นจัดไว้ให้ ที่ฮือฮาที่สุดก็เห็นจะเป็น "อุโมงค์ไฟ" ยาวถึง 200 เมตรเลียบแม่น้ำปัตตานี ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศไปเที่ยวชมจำนวนมาก

แต่ความเคลื่อนไหวทางความมั่นคงที่น่าจับตา ก็คือการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งสำคัญที่ทำหน้าที่ควบคุมกองกำลังฝ่ายทหารในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันไม่น้อยทีเดียว นั่นก็คือการเปลี่ยนตัวผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส หรือ "ผบ.ฉก.นราธิวาส"

แม่ทัพภาคที่ 4 พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช ได้อนุมัติให้เปลี่ยนแปลงตัวกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ ผบ.ฉก.นราธิวาส จาก พลตรี สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 หรือ ผบ.พล.ร.15 เป็น พลตรี สมพล ปานกุล รองแม่ทัพน้อยที่ 4

การเปลี่ยนตัว ผบ.ฉก.นราธิวาส ครั้งนี้ มีการให้เหตุผลว่า เป็นเพราะกองพลทหารราบที่ 15 ประสบปัญหาการขาดแคลนกำลังพลในการปฏิบัติงานตามสายงานปกติ แม่ทัพภาคที่ 4 จึงมีคำสั่งให้ พลตรี สมดุลย์ พ้นหน้าที่ ผบ.ฉก.นราธิวาส และกลับไปปฏิบัติงานที่กองพลทหารราบที่ 15 ตามสายงานปกติ เพื่อบริหารงานในการจัดการกำลังพลให้เพียงพอต่อภารกิจของหน่วย ขณะเดียวกันก็โยก พลตรีสมพล ปานกุล รองแม่ทัพน้อยที่ 4 มาทำหน้าที่ ผบ.ฉก.นราธิวาส แทน ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติงานในสายงานปกติของกองพลทหารราบที่ 15 และ ฉก.นราธิวาส เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เรียบร้อยทั้งสองสายงาน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป

การเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง ผบ.ฉก.นราธิวาส ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ปฏิบัติราชการสนามครั้งนี้ กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในหมู่กำลังพลในพื้นที่ชายแดนใต้ เพราะโดยปกติแล้ว นายทหารที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 จะปฏิบัติหน้าที่ ผบ.ฉก.นราธิวาส ไปพร้อมกันด้วย และ พลตรี สมดุลย์ ก็เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2560 เท่ากับทำงานได้แค่ 3 เดือนก็ถูกเปลี่ยนตัว


เสียงวิจารณ์จากกำลังพลในพื้นที่ วิเคราะห์สาเหตุการเปลี่ยนตัว ผบ.ฉก.นราธิวาส เอาไว้ 3 ประเด็น คือ


หนึ่ง พลตรีสมดุลย์ ไม่ใช่นายทหารที่แม่ทัพภาคที่ 4 วางตัวให้เป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 ควบตำแหน่ง ผบ.ฉก.นราธิวาส โดยในบัญชีรายชื่อปรับย้ายนายทหารประจำปี แม่ทัพภาคที่ 4 เสนอชื่อนายทหารที่ใกล้ชิดคนหนึ่งเพื่อดำรงตำแหน่งสำคัญนี้ แต่สุดท้ายกลับถูกเปลี่ยนตัว สอง สืบเนื่องจากข้อหนึ่ง เมื่อผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 ไม่ใช่นายทหารที่แม่ทัพวางตัวเอาไว้ ก็ทำให้การทำงานของ พลตรีสมดุลย์ ไม่ค่อยเข้าตาแม่ทัพภาคที่ 4 มากนัก และ สาม พลตรี สมดุลย์ เคยเปรยว่ามีปัญหาขาดแคลนกำลังพลในกองพลทหารราบที่ 15 จึงอาจกลายเป็นเหตุผลให้แม่ทัพภาคที่ 4 ใช้ตัดสินใจเปลี่ยนตัว ผบ.ฉก.นราธิวาส

สำหรับความสำคัญของกองพลทหารราบที่ 15 กองพลนี้ได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลพื้นที่และแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะ มีกำลังพลกระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ ทั้งในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาที่มีปัญหาความมั่นคง คือ อำเภอจะนะ , เทพา , สะบ้าย้อย และนาทวี ฉะนั้นหากผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 อยู่ในที่ตั้งปกติ คือไม่ได้ปฏิบัติงานสนาม ในฐานะ ผบ.ฉก.นราธิวาส จึงน่าจะเป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องเอกภาพการบังคับบัญชา

ก็ถือเป็นประเด็นที่แม่ทัพภาคที่ 4 และอาจจะรวมถึงระดับผู้บัญชาการทหารบก หรือผู้ใหญ่ในรัฐบาลต้องตอบคำถามต่อไป ว่าประเด็นนี้จะส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่

192.168.52.212