ปรับขนาดตัวอักษร

ทำไมซีเรียเข้าใกล้คำว่าฟุตบอลโลกมากกว่าไทย?

เรื่องโดย ณัฐวุฒิ บุญโท | ภาพโดย EPA

-

แรงบันดาลใจที่ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมา ก็เพราะว่าความสงสัยใคร่รู้ เกี่ยวกับทีมฟุตบอลทีมชาติซีเรีย ว่าทำไมพวกเขามาไกล จนเกือบได้ไปบอลโลก ทั้งๆที่บ้านเมืองก็กำลังมีไฟสงครามภายในประเทศ.. น่าเสียดายที่นัดเพลย์ออฟ มาโดนออสเตรเลีย ยิงในช่วงต่อเวลาพิเศษ ดับความฝันของซีเรีย ที่จะได้ไปฟุตบอลโลกครั้งแรก ในประวัติศาสตร์

ทำไมซีเรียเข้าใกล้คำว่าฟุตบอลโลกมากกว่าไทย?

บนสงครามที่เราเองก็อาจไม่เข้าใจลึกซึ้ง จึงได้พยายามหาข้อมูล ก็รู้ว่าสงครามนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ ปี 2011 หลังจากที่ประธานาธิบดี บาซาร์ อัล อัสซาด มีคำสั่งปราบม็อบอาหรับสปริงส์ ที่เรียกร้องให้เขาลงจากตำแหน่ง จนไฟสงครามลุกลามใหญ่โต และมีผู้ต่อต้าน พร้อมไปกับผู้ไร้บ้านนับสิบล้านคน.. และหนึ่งในนั้นก็มีนักฟุตบอลทีมชาติซีเรียรวมอยู่ด้วย

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะสิ่งที่ผมอยากรู้คือ ทำไมทีมฟุตบอลของพวกเขาถึงได้มาไกลขนาดนี้ ทั้งๆบ้านเมืองกำลังมีสงคราม และแน่นอนว่า ฟีฟ่า ไม่อนุญาตให้พวกเขาลงแข่งเกมในบ้าน ในรอบคัดเลือก ต้องไปเล่นที่โอมาน ส่วนในรอบ 3 , รอบ 4 ที่เพิ่งเตะไป.. มาเลเซีย เป็นชาติที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเรื่องสนามแข่ง ทำให้พวกเขาต้องเดินทางค่อนทวีปเพื่อลงแข่งขัน ..การใช้รังเหย้าที่เป็นสนามกลางเช่นอิรักที่มาเตะในอิหร่านตอนเจอกับทีมไทย แน่นอนว่าย่อมไม่ได้เปรียบอะไรเลย แต่ไม่น่าเชื่อว่า ทั้ง 6 นัด ในบ้าน(ปลอมๆ)รอบสุดท้ายนี้ พวกเขาไม่เคยแพ้ใครเลย โดยชนะไป 2 และ เสมอ 4 นัด


ตั้งแต่มีไฟสงครามในซีเรียมากว่า 6 ปี ฟุตบอลลีกของพวกเขา เคยหยุดแข่งขันไปแค่ปีเดียว และจาก 16 ทีมที่เข้าร่วมแข่งขัน บางทีมต้องใช้สนามร่วมกัน สนามเล็กสุด จุผู้ชมแค่ 1 พันที่นั่ง ไปจนถึงใหญ่สุดที่ 32,000 ที่นั่ง ของสโมสรอัล คารามาห์ ที่ใช้ร่วมกับ อัล วัตบา แต่ผู้เล่นซีเรียส่วนใหญ่เลือกที่จะออกไปค้าแข้งนอกประเทศ ทั้งในอียิปต์ และตะวันออกกลางมากกว่า เพราะในซีเรีย นักเตะจะได้เงินเดือนเฉลี่ยเพียงเดือนละ 7 พันบาทเท่านั้น และค่อนข้างเสี่ยงตายพอสมควร ปัจจุบันมีนักฟุตบอลในลีก เสียชีวิตอย่างน้อย 38 คน จากการทิ้งระเบิดของฝ่ายรัฐบาลเอง และที่สูญหายไปอีกกว่า 13 คน..

การสนับสนุนที่ดูจะขัดแย้งของรัฐบาลซีเรีย ทำให้สายตาชาวโลกมองทีมนี้ว่าเป็น The Dictator's Team หรือทีมของจอมเผด็จการ ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่การสนับสนุนให้นักเตะออกไปหาประสบการณ์ยังลีกต่างประเทศ ประธานาธิบดี อัสซาด ยังเปิดใจให้ ไฟราส อัล คาห์ติบ กัปตันทีมชาติซีเรีย (ผู้เล่นเบอร์ 10 ในรูป) ที่เป็นกลุ่มต่อต้านรัฐบาลหรือพวกกบฏ ได้กลับมาร่วมทีมเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี อีกด้วย..


แน่นอนว่าแฟนบอลของซีเรียไม่เคยได้สัมผัสบรรยากาศการเชียร์บอลในบ้าน ครั้นจะบินมาเชียร์ที่ มาเลเซีย ก็ไกลครึ่งทวีป ด้วยวิถีชีวิตและเงินในกระเป๋าที่ไม่เอื้ออำนวย แต่รัฐบาลของพวกเขาก็ได้มีการจัดจอยักษ์ใจกลางจัตุรัส เมืองดามัสกัส ให้ประชาชนได้ร่วมเชียร์ทีมฟุตบอลของพวกเขายามลงแข่ง เพราะนี่คงเป็นฐานเสียงเดียวของรัฐบาล และคงเป็นความหวัง,ความสุข เพียงไม่กี่อย่างที่เหลืออยู่ของชาวซีเรีย..

ในโลกของฟุตบอลสวยงามเสมอ.. แม้สถานการณ์ในประเทศจะดูเลวร้าย สิ่งที่รัฐบาลซีเรียกำลังทำถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ถึงแม้ว่าวันนี้พวกเขาจะยังไม่ได้ไปบอลโลก แต่ก็เชื่อว่าในอีกไม่ช้าพวกเขาคงจะสมหวัง และถือได้ว่า "ซีเรีย" ยังเข้ามาใกล้คำว่า "เวิลด์คัพ" มากกว่าบางประเทศ ที่คิดตื้นๆด้วยการหวังจะไปบอลโลกทางลัด ด้วยการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดมันเองซะเลย..

Tag :

192.168.52.216