ปรับขนาดตัวอักษร

"ผู้หญิงหัวใจแกร่ง" ขับแท็กซี่ ส่งลูกเรียน

เรื่องโดย ชลธิชา ศรีอุบล | ภาพโดย คมชัดลึก

-

ตามที่ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้ทำการคัดเลือกแม่ตัวอย่างประจำปีการศึกษา 2560 ซึ่งทางคณะกรรมการมหาวิทยาลัยได้ทำการพิจารณาคุณแม่ของนักศึกษาจากทุกคณะ โดยนางผ่องศรี ช่างคิด คุณแม่ ของนายณัฐพล เกิดเอี่ยม นักศึกษาชั้นปีที่4 สาขานาฏศิลป์ไทยศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี 1 ใน13 คุณแม่ตัวอย่างที่มีหัวใจแกร่ง ยึดอาชีพขับแท็กซี่เพื่อหาเงินมาส่งลูกเรียน มาเป็นเวลากว่า 17 ปี

ผู้หญิงหัวใจแกร่ง ขับแท็กซี่ ส่งลูกเรียน

นางผ่องศรี ช่างคิด เล่าว่า ตนเองเป็นคนจังหวัดลพบุรี และได้สมรสกับนายไชยศ เกิดเอี่ยม มีลูกด้วยกัน 2 คน คือ นายเอกสิทธิ์ เกิดเอี่ยม ปัจจุบัน อายุ 33 ปี สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 ปัจจุบันทำงานตำแหน่งพนักงานอยู่ห้องเครื่องมือ ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และนายณัฐพล เกิดเอี่ยม ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่4 สาขานาฏศิลป์ไทยศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี

เมื่อลูกชายคนเล็กอายุได้ 4 ขวบ สามีได้เสียชีวิต ด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ตอนที่สามีมีชีวิตอยู่ สามีเป็นผู้จัดการอยู่บริษัทคอนกรีตแห่งหนึ่ง ส่วนตนเองค้าขายอาหารตามสั่งอยู่ที่บ้านและเลี้ยงลูกน้อยสองคน เมื่อสามีป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ทำงานไม่ไหวบริษัทจึงให้ออกจากงาน โดยให้เงินมาจำนวน 200,000 บาท สามีจึงนำเงินไปซื้อรถแท็กซี่มาขับ เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว โดยขับได้เพียง 3 เดือน อาการมะเร็งกำเริบ และเริ่มทรุดจึงเข้าผ่าตัดและรักษาตัวในโรงพยาบาลและเสียชีวิตในที่สุด หน้าที่ของพ่อและแม่จึงเริ่มขึ้น ต้องหาเงินมาเลี้ยงลูก จุนเจือในครอบครัว จุดเริ่มต้นของอาชีพขับแท็กซี่เกิดขึ้นเมื่อปี 2543


ปัจจุบันตนเองอายุ 54 ปี โดยขับรถแท็กซี่สหกรณ์ บวรแท็กซี่ จำกัด รับ-ส่งผู้โดยสาร แถวรังสิต จังหวัดปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร ยึดอาชีพขับแท็กซี่มา 17 ปี ซึ่งขณะนั่นอาชีพแท็กซี่เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ และทำให้ตนเองมีเงินส่งลูกเรียน ออกจากบ้านตั้งแต่ 06.00 ขับถึง 21.00 น. ทุกวัน บ้างครั้งขับถึง 24.00 น. ตอนเช้าขับมาส่งลูกชายเรียนที่มหาวิทยาลัย ตอนกลับมารับ ถ้ามีลูกค้าลูกจะนั่งกลับบ้านเอง "จะส่งลูกเรียนให้จบปริญญาตรี ให้จบสูงๆ" ส่วนลูกคนโตสละให้น้องเรียน เพราะว่าอยากทำงานแบ่งเบาภาระของแม่



ตนเองอาจจะไม่แข็งแรงเหมือนผู้ชาย บางครั้งรถยางรั่วก็ลำบาก แต่ด้วยตนเองประสบปัญหาดังกล่าวมาและมีประสบการณ์ สามารถถอดเปลี่ยนเองได้ "ถ้าเราไม่ทำเองใครจะทำให้" ชีวิตคนขับแท็กซี่พบปะคนหลายรูปแบบ แต่อย่างไรก็ตามคนให้บริการต้องใจเย็น ลูกค้าใจร้อน ขี้บ่น คนขับแท็กซี่ก็ต้องใจเย็นและรับฟังลูกค้า บางครั้งรถติดก็ไม่ควรบ่นต่อหน้าลูกค้า "บ่นไปรถก็ไม่หายติด บ่นไปก็ไร้ประโยชน์" สังคมไทยเริ่มเปลี่ยนไปมีข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ว่าแท็กซี่โดนปล้น โดนชิงทรัพย์ แม่จึงตัดสินใจเข้าอบรมผู้ขับขี่แท็กซี่ ซึ่งในหลักสูตรจะสอนสังเกตลูกค้าก่อนรับขึ้นรถ ใครมีท่าทางหรือพฤติกรรมไม่เหมาะสมจะไม่รับ เพื่อเป็นการป้องกันตนเอง


"มีลูกค้าบางท่าน ตอนขึ้นมาในรถ ถามว่าเป็นผู้หญิงทำไมมาขับแท็กซี่ แม่ตอบว่าที่บ้านไม่มีพ่อบ้านต้องหาเงินส่งลูกเรียนหนังสือ ลูกค้าบ้างท่านเห็นเขาคงสงสารให้ทริปแม่ด้วย 100-200 บาท"หรือ"ลูกค้าบางคน บอกให้แม่แซงรถข้างหน้า ปาดซ้ายปาดขวา หรือว่าปาดหน้าไปเลย แต่แม่ไม่ทำนะ แม่บอกเขาว่ามันไม่ดี มันผิดกฎหมาย บ้างครั้งแม่จอดรถและแนะนำให้ลูกค้าไปนั่งคันอื่น แต่น้อยคนที่จะเป็นแบบนี้"แม่ทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจ และมีสติ"ถ้าตัวเราคิดดี คนอื่นต้องคิดดีกับเรา"

ทุกวันนี้แม่ภูมิใจในอาชีพขับแท็กซี่ ส่งลูกเรียน เพราะว่าเป็นอาชีพสุจริตไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร แม่จะสอนลูกทั้งสองคนเสมอ "ไม่ให้เอาเปรียบคนอื่น" ภูมิใจที่มีลูกดี ลูกไม่เกเร ซึ่งลูกชายคนเล็กจะพยายามหาเงินเรียน เพื่อแบ่งเบาภาระแม่ เป็นวิทยากรลูกเสือ ช่วยงานการฝึกอบรมเยาวชน หรือลูกเสือเนตรนารี ยุวกาชาด และผู้บำเพ็ญประโยชน์ของโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดปทุมธานี ถ้าไม่มีเรียน และการเล่นลิเก คณะรวมมิตรศิษย์บรรทม ซึ่งเป็นคณะลิเกของอาจารย์ในสาขานาฏศิลป์ไทยศึกษาที่มหาวิทยาลัย

ด้วยลูกค้ามีทางเลือกที่หลากหลาย รายได้การขับแท็กซี่ลดลง เหลือเพียงวันละ 500 700 บาท ส่วนวันเสาร์และวันอาทิตย์จะได้ดีกว่าวันปกติ ทุกคนย่อมมีปัญหาและความทุกข์ในการดำเนินชีวิต ท้อแท้ ทุกครั้งที่รู้สึกแบบนั้น จะนึกถึงพ่อแม่ที่เลี้ยงแม่มา เหมือนที่แม่ต้องเลี้ยงลูกของแม่


"จะไม่มองคนที่สูงกว่าแม่ ไม่เอาชีวิตไปเปรียบกับคนอื่น" ทุกวันนี้ทำหน้าที่ของแม่ให้ดีที่สุด "แม่ขับรถบนถนนเจอคนเข็นรถเข็นเก็บขยะ" มีคนที่ยากลำบากกว่าตัวเรา จะไม่เอาความท้อแท้มาบั่นทอนชีวิต "แม่ไม่มีเงิน แต่แม่มีความสุขที่มีลูก" นี่คือความสุขที่สุดของแม่ "แม่ลำบากได้ แต่อย่าให้ลูกแม่ลำบาก" ฝากถึงคุณแม่ทุกคน ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของแม่ให้ดีที่สุด และขอเป็นกำลังใจกับแม่ทุกคน

"น้องนัท" นายณัฐพล เกิดเอี่ยม ลูกชายคนเล็ก เล่าว่า ด้วยคำสอนของแม่ว่าความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี ปัจจุบันผมจะพยายามแบ่งเบาภาระของแม่ให้ได้มากที่สุด เงินที่หามาได้จากการเป็นวิทยากรลูกเสือ รับงานลิเก รวมไปถึงงานแสดงต่างๆ ผมจะพยายามแบ่งใช้อย่างประหยัด ไม่เคยอายที่ทุกครั้งที่แม่ขับรถแท็กซี่ไปส่งที่โรงเรียนและส่งที่มหาวิทยาลัย


"ทุกวันที่ผมกลับบ้าน แม่ของผมจะกลับบ้านหลังสามทุ่มทุกวัน ผมสงสารแม่ อยากให้แม่เหนื่อยน้อยที่สุด อีก 1 ปี ตนเองจะสำเร็จการศึกษา เป็นคุณครูตามที่ตนเองได้วาดฝันไว้ ตนเองจะให้แม่หยุดขับแท็กซี่ สอบบรรจุครู ทำงานเลี้ยงดูครอบครัวแม่จะได้หยุดพัก"

192.168.52.214