ปรับขนาดตัวอักษร

ฝากขัง แชร์คอร์สสัมมนา เสียหายกว่า 5 พันล้าน

เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก

-

ศาลให้ฝากขัง"หนุ่ม 34 ปี เจ้าของบริษัทอินโนวิชั่นโฮลดิ้ง"หลอกจัดขายคอร์สสัมมนาเสียหายกว่า 5 พันล้านบาท

ฝากขัง แชร์คอร์สสัมมนา เสียหายกว่า 5 พันล้าน

ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 10 ส.ค.60 เวลา 10.30 น.ร.ต.ท.ภุชงศ์ เบ้าทุ่ง พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ได้ควบคุมตัว นายภูดิศ กิตติธราดิลก อายุ 34 ปี ภูมิลำเนา จ.นนทบุรี ซึ่งเป็น กก.บริษัท อินโนวิชั่นโฮลดิ้ง จำกัด และบริษัท เดอะซิสเต็ม ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ จำกัด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 1151/2560 ลงวันที่ 13 พ.ค.60 คดีแชร์ลูกโซ่จัดคอร์สสัมมนา ความเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วันตั้งแต่วันที่ 10 -21 ส.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบปากคำพยานอีก 10 ปาก และรอผลการตรวจลายนิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหากับเอกสารอื่นๆ โดยพนักงานสอบสวน ยังได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาด้วยเนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนีมาตั้งแต่แรก ประกอบกับพฤติการณ์กระทำผิดลักษณะเป็นขบวนการและเครือข่าย กระทำผิดในหลายท้องที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก บางส่วนไปร้องทุกข์ไว้ตามสถานีตำรวจท้องที่ต่างๆ และบางส่วนไปร้องทุกข์ดำเนินคดีไว้ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) อีกทั้งผู้เสียหายบางส่วนยื่นคำร้องขอคัดค้านการประกันตัวด้วย เบื้องต้นมีผู้เสียหายกว่า 3,000 คน มูลค่าความเสียหายประมาณ 5,000 ล้านบาท

          

โดยคำร้องฝากขัง ระบุพฤติการณ์สรุปว่า นางศิวัชญา พลอยงามกับพวกรวม 17 คนผู้เสียหายได้เข้าร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายภูดิศ ผู้ต้องหา ที่ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานปรากฏข้อเท็จจริงว่า บจก.อินโนวิชั่นโฮลดิ้ง และบจก.เดอะซิสเต็ม ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ ได้ร่วมกันหลอกลวงผู้อื่น ด้วยการจัดสัมมนาแก่ประชาชนทั่วไปโดยใช้สถานที่โรงแรมชื่อดังย่านลาดพร้าว-รัชดาภิเษก และห้องสัมมนาของบริษัทฯ โดยนายภูดิศ ผู้ต้องหาจะขึ้นเวทีบรรยายพร้อมกับฉายสไลด์ประกอบเนื้อหาบรรยายที่จะกล่าวอ้างว่าบริษัททั้งสองดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการขายคอร์สสัมมนา สอนเกี่ยวกับการลงทุน แล้วชักชวนให้ผู้เข้าสัมมนาร่วมลงทุนกับบริษัท โดยอ้างว่าจะจ่ายเงินปันผลตอบแทนให้กับสมาชิกที่ร่วมลงทุนอัตรา 1 % ต่อวันจากราคาแพ็คเกจที่ซื้อ ซึ่งจะจ่ายเงินปันผลทุกสัปดาห์เป็นระยะเวลา 52 สัปดาห์ และหากผู้ใดสามารถชักชวนผู้อื่นมาซื้อแพ็คเกจด้วยบริษัทก็จะจ่ายผลตอบแทนเป็นค่าแนะนำในอัตรา 5 %ของยอดเงินที่ซื้อแพ็กเกจนอกเหนือจากเงินปันผลอีกนอกจากนี้ถ้าบอกให้คนที่มาซื้อแพ็คเกจชักชวนคนอื่นต่อไปเป็นทอดๆ คนที่ชักชวนก็จะได้ค่าตอบแทนเช่นเดียวกัน ทำให้ผู้เสียหายทั้ง 17 คนหลงเชื่อและพากันซื้อคอร์สสัมมนารวมเป็นเงิน 42,527,896 บาท โดยช่วงแรกบริษัทก็จ่ายเงินปันผลให้รวม 16,764,218 บาท แต่ภายหลังบริษัทเริ่มไม่จ่ายเงินปันผลกระทั่งไม่สามารถติดต่อกับบริษัทได้อีก ซึ่งยังเหลือเงินที่บริษัทค้างจ่ายผู้เสียหายอีกจำนวน 25,763,678 บาท

          

และจากการสืบสวนสอบสวนพบว่าบริษัททั้งสองปิดทำการไปแล้ว ขณะที่การสอบสวนเส้นทางการเงินพบว่าบริษัททั้งสองและนายภูดิศ ได้เปิดบัญชีเงินฝากไว้ที่ ธ.กสิกรไทยหลายบัญชีเพื่อการระดมเงิน โดยให้สมาชิกที่ซื้อแพ็คเกจโอนเงินเข้าบัญชี แล้วนำเงินของสมาชิกคนใหม่มาจ่ายให้สมาชิกคนเก่าในลักษณะหมุนเงิน ซึ่งตั้งแต่มีการเปิดบัญชี มีผู้หลงเชื่อจำนวนมากรวมทั้งกลุ่มผู้เสียหาย ได้โอนเงินบัญชีและทยอยถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝาก 11 บัญชี รวมจำนวน 5,333,742,677.80 บาท ซึ่งเงินนั้นผู้ต้องหาได้มาและครอบครอง โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำผิดกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เหตุเกิดที่ บจก.อินโนวิชั่น โฮลดิ้ง และบจก. เดอะซิสเต็ม ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ อาคารฟอรั่ม ถ.รัชดาภิเษก แขวง-เขตห้วยขวาง กทม. กระทั่งเมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงจับกุมผู้ต้องหาได้ โดยพนักงานสอบสวนสน.ห้วยขวาง ได้แจ้งข้อกล่าวหา ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.343 , พ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 ม.4,12 และพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (3),5(3),60,61 ชั้นจับกุมและสอบสวน นายภูดิศ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

          

ทั้งนี้ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้    

           

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการฝากขังวันนี้ กลุ่มผู้เสียหายทั้งหญิง-ชายจากกรณีดังกล่าวเกือบ 20 คน ก็ได้เดินทางมาเพื่อรวมตัวกันคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาด้วย พร้อมนำหลักฐานและเอกสารการลงทุนซื้อคอร์สอบรมสัมมนา ยื่นประกอบการคัดค้าน

          

ขณะที่นายพัฒน์ขจร เนียมจันทร์ อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการ หนึ่งในกลุ่มผู้เสียหาย เปิดเผยว่า นายภูดิศ เป็นเจ้าของบจก.อินโนเวชั้น โฮดิ้ง ซึ่งเกี่ยวกับการลงทุนทางธุรกิจการจัดคอร์สสัมมนา โดยเนื้อหาการบรรยายส่วนใหญ่จะจูงใจให้ผู้เข้าร่วมคอร์สสัมมนา นำเงินมาร่วมลงทุนทำธุรกิจกับบริษัท โดยจะจ่ายเงินให้ผู้ร่วมลงทุนทุกๆ 7 วัน ซึ่งมีผู้เสียหายถูกหลอกลวงเงินไปลงทุนหลายพันคน ตั้งแต่หลักพันบาทถึงหลักแสนบาท โดยที่พวกเราหลงเชื่อก็เพราะเห็นว่านายภูดิศ เปิดบริษัทของตัวเอง 8-9 แห่งก่อนถูกชักชวนให้ลงทุนแล้วยังนำรางวัลที่ได้รับจากหน่วยงานเอกชนและราชการมาอ้างยืนยันเพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ ในช่วงแรกๆผู้ต้องหาสามารถจ่ายเงินปันผลให้กับสมาชิกได้จริงเป็นเวลานานเกือบ 1 ปี ก็ทำให้พวกตนหลงเชื่อว่าจะไม่น่าจะถูกหลอก แต่ภายหลังกลับไม่สามารถจ่ายเงินปันผลให้ได้เป็นเวลานานหลายเดือน เมื่อสอบถามก็บ่ายเบี่ยง กระทั่งผู้ต้องหาได้เดินทางไปต่างประเทศ แล้วเมื่อกลับมาก็ถูกตำรวจจับกุมดำเนินคดี ก่อนหน้านี้พวกตนเคยร้องทุกข์กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกองปราบปรามไว้แล้ว โดยขณะนี้ทราบว่าผู้ต้องหาได้ถอนเงินจากบัญชีไปเกือบเกลี้ยงบัญชีแล้วแต่ก็ยังหวังว่าจะได้เงินคืนบ้าง

192.168.52.214