Breaking News

ปรับขนาดตัวอักษร

คาถาหมดหนี้! ‘แก้หนี้เก่า ต้องหยุดสร้างหนี้ใหม่’

ขวัญชนก วุฒิกุล ขวัญชนก วุฒิกุล |
- views
คาถาหมดหนี้! ‘แก้หนี้เก่า ต้องหยุดสร้างหนี้ใหม่’

หลายปีก่อน เพื่อนที่เคยเรียนหนังสือด้วยกันโทรศัพท์ มาขอให้ช่วยค้ำประกันหนี้เงินกู้ หลังจากเธอยื่นขอปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง ที่เปิดโอกาสให้ลูกหนี้ที่มีบัตรเครดิตหลายใบ โอนหนี้ทั้งหมดมาเป็นเจ้าหนี้เพียงรายเดียว


เพื่อตัดปัญหาการมีเจ้าหนี้หลายราย และเพื่อตัดปัญหาที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ (ซึ่งสูงมาก) ซ้ำๆ ซ้อนๆ เป็นเบี้ยหัวแตก จริงๆ เป็นโครงการที่ดี และน่าจะมีคนสนใจเยอะ

แต่ติดปัญหาใหญ่ปัญหาเดียวเท่านั้น คือ ลูกหนี้ที่เข้าโครงการจะต้องมีผู้เซ็นค้ำประกันให้

ถึงเวลาจะผ่านมานาน แต่จำได้แม่นยำว่า ตอบปฏิเสธเพื่อนคนนั้นแบบไม่ต้องคิดอะไรมากเลย

เคยบอกลูกหนี้ที่มาออกรายการทีเด็ดลูกหนี้ ซึ่งหลายรายน่าเห็นใจมาก เพราะหนี้ที่แบกรับอยู่นั้น ไม่ใช่หนี้ที่ก่อขึ้นเอง แต่เป็นหนี้จากความมีน้ำใจ ด้วยการไปช่วยค้ำประกันให้เพื่อน

ดิฉันให้หลักคิดหลักเดียวว่า "น้ำใจเป็นของมีจำกัด" ถ้าเราอยากมีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อน ก็ให้ดูว่า วงเงินที่เขามาขอให้ค้ำประกันนั้น เรารับได้หรือไม่

คำว่า "รับได้" ก็ให้นึกถึงกรณีเลวร้ายที่สุดว่า ถ้าเขาหนี ไม่จ่ายหนี้ แล้วเจ้าหนี้มาบังคับเอากับเรา เรามีปัญญาจ่ายได้หรือไม่

ดิฉันเคยค้ำประกันเงินกู้สหกรณ์ให้เพื่อน วงเงิน 20,000 บาท ทำใจได้ว่า ถ้าเสีย 20,000 ก็ช่างมัน เรายังพอมีปัญญาหาใหม่ได้ แต่ถ้าให้ค้ำประกันหนี้ปรับโครงสร้างบัตรเครดิตของเพื่อน วงเงินเกือบ 2 ล้านบาท ถึงขู่ว่า จะตัดเพื่อนกัน ก็ต้องยอม โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากที่มาของหนี้ ยิ่งแล้วใหญ่

ก่อนที่ยอดหนี้บัตรเครดิตจะพุ่งไปแตะหลักเกือบ 2 ล้านบาท ยอดหนี้จริงอยู่ในราว 6-8 แสนบาท แต่เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระบ้าง ชำระขั้นต่ำแค่ 10% บ้าง ยอดหนี้ก็เลยทบทวีคูณจนทะลุหลักล้าน

เคยถามเพื่อนอย่างจริงจังว่า เอาเงินไปใช้ทำอะไร คำตอบคือ เอาไปซ่อมแซมบ้าน ซึ่งถ้าเป็นเรื่องตรงไปตรงมาก็ถือว่าน่าเห็นใจ เพียงแต่เรื่องมันมากกว่านั้น เพราะบ้านที่ต้องใช้เงินซ่อมแซมหลายแสนบาทนี้เป็นบ้านมือสองที่สภาพทรุดโทรมมาก ต้องตอกเสาเข็มใหม่จำนวนมหาศาล

ซึ่งถ้าหากตัดสินใจซื้อบ้านใหม่ไปเลย หรือบ้านมือสองที่สภาพดีกว่านี้ ปัญหาก็น่าจะน้อยกว่านี้มาก แต่ที่อยากได้หลังนี้ก็เพราะสามีบอกว่า อยากอยู่ใกล้ญาติพี่น้อง และไม่ต้องการไปอยู่บ้านภรรยา ที่พ่อแม่ฝ่ายหญิงซื้อทิ้งไว้ให้อีกหลังหนึ่งแล้ว

เมื่อ "หนี้" มันเกิดจาก "เหตุ" ที่ไม่ควรเกิด ก็ต้องยอมรับ "ผล" ที่ไม่ควรเกิดด้วยเช่นกัน

ด้วยวิธีคิดแบบนี้ ก็ต้องขอสารภาพเลยว่า ตอนแรกที่ได้ข่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย จะร่วมมือกับบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท หรือ บสส. เปิด "คลินิกแก้หนี้" ให้กับลูกหนี้ที่มีหนี้ค้างชำระกับธนาคารตั้งแต่ 2 แห่งขึ้นไป

ดิฉันค่อนข้างไม่เห็นด้วย ถึงแม้จะยอมรับว่า ปัญหาหนี้มันเป็น "โซ่" ที่ล่ามแขนล่ามขา ทำให้เราเดินหน้าไม่ได้ก็ตามที

ระหว่างที่กำลังไม่เห็นด้วยอยู่ดีๆ เพราะเป็นห่วงว่า ถ้าเราคอยแต่จะช่วย ลูกหนี้ก็จะไม่รับบทเรียนอะไรเลย แต่เมื่อเห็นเงื่อนไขของโครงการนี้อย่างละเอียดแล้ว ต้องกลับข้าง เป็นบอกว่า "เชียร์" ค่ะ

รายละเอียดและเงื่อนไขของ "คลินิกแก้หนี้" ระบุถึงคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ ว่าต้องเป็นบุคคลธรรมดา มีเงินเดือนประจำ มีหนี้ค้างชำระเกิน 90 วันกับธนาคารตั้งแต่ 2 แห่งขึ้นไป และมียอดหนี้เงินต้นค้างชำระก่อนวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 ไม่เกิน 2 ล้านบาท อายุไม่เกิน 65 ปี

และเงื่อนไขสำคัญคือ "ต้องเต็มใจไม่ก่อหนี้เพิ่มในช่วงที่เข้าโครงการ"

ส่วนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการนั้น จะไม่มีการลดเงินต้นให้ ส่วนดอกเบี้ยค้างชำระ เบี้ยปรับ ค่าธรรมเนียมล่าช้า ที่เกิดขึ้นก่อนเข้าโครงการ จะยกให้เมื่อลูกหนี้ชำระหนี้เสร็จสิ้น โดยต้องชำระงวดแรก ณ วันทำสัญญา สำหรับอัตราดอกเบี้ยจะคิดไม่เกิน 7% เวลาชำระไม่เกิน 10 ปี

โดยลูกหนี้ต้องไม่ก่อหนี้ใหม่ภายใน 5 ปี หากมีเหตุจำเป็นก็สามารถขอผ่อนผันการชำระหนี้เป็นการชั่วคราวได้ ขณะเดียวกัน คลินิกจะจัดให้ลูกหนี้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับความรู้การเงิน การวางแผน การออม และการใช้จ่าย อีกด้วย

ที่เปลี่ยนใจมาเชียร์ก็ตรงเงื่อนไข "ลูกหนี้จะต้องไม่ก่อหนี้ใหม่ภายใน 5 ปี" นี่แหละค่ะ

อารมณ์เหมือนลูกหนี้ต้องไปหักดิบที่ถ้ำกระบอก ก้มหน้าก้มตาใช้หนี้เก่าไปให้หมด ตรงนี้สำคัญนะคะ เพราะหลักสำคัญที่จะทำให้เราหลุดกับดักหนี้ได้ คือ "ต้องหยุดก่อหนี้ใหม่ทันที" ต้องฟรีซ หรือแช่แข็งหนี้ก้อนเดิมของเราไว้ให้มันหยุดอยู่แค่นั้น อย่าขยายวง แล้วจัดการเคลียร์มันให้จบ


วิธีการแก้หนี้ที่ทำได้เอง แต่ต้องใจแข็งๆ และมีวินัยมากๆ ก็คือ ต้องหยุดสร้างหนี้ใหม่ แล้วนั่งไล่เรียงหนี้เก่าทั้งหมดว่ามีกี่บัญชี วงเงินเท่าไหร่บ้าง จากนั้นจัดลำดับค่ะ จากวงเงินมากไปหาวงเงินน้อย ดอกเบี้ยสูงไปหาดอกเบี้ยต่ำกว่า

แล้วพยายามปิดหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงที่สุดให้ได้เร็วที่สุด เพราะมันจะเป็นภาระเยอะมาก ถ้าคุณปิดหนี้ได้หนึ่งบัญชี รับรองว่า คุณจะมีพลังในการปิดหนี้บัญชีต่อไปได้เร็วขึ้น

แต่ถ้าใจไม่แข็งพอ ขาดวินัย และหวั่นไหวกับสิ่งยั่วยุได้ง่ายเหลือเกิน ก็แนะนำให้ใช้บริการ "คลินิกแก้หนี้" ของธนาคารแห่งประเทศไทย กับ บสส. ที่ร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ 16 แห่ง

ในเมื่อบังคับตัวเองไม่ได้ ก็ต้องยอมใจให้คนอื่นบังคับค่ะ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสมอย่างวิญญูชนพึงกระทำพร้อมลงนาม
  2. ทีม www.nationtv.tv ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบข้อความที่หมิ่นต่อสถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย
  3. ไม่ควรใช้ ถ้อยคำที่หยาบคายดูหมิ่นส่อเสียดกล่าวหา ให้ร้ายผู้อื่น หรือสร้างความแตกแยก ในสังคม
  4. ทุกความคิดเห็นนั้นไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการ จัดทำเว็บไซต์และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย ได้ทุกกรณีประกอบกับทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นโดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็น

แสดงความคิดเห็น

192.168.52.216