พิธีกรข่าว : ตกลงวันนี้จะมีการประชุมที่ไหนคราบคุณเสถียร: ก็ไม่ได้เป็นการประชุมที่เป็นกิจลักษณะ เพียงแต่ว่าหลังจากที่มีผู้ตรวจการแผ่นดินออกมาชี้และวินิจฉัยเรื่องของมติมหาเถระสมาคมการเสนอชื่อ เพื่อสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช เพราะว่าทางองค์กรชาวพุทธก็ได้หารือกัน เกรงว่าจะเกิดข้อปัญหาในกลุ่มชาวพุทธในความเข้าใจ จึงได้มีการหารือกัน ประมาณ 6-7 องค์กรในวันนี้ เพื่อที่จะได้ชี้แจงกับพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะชาวพุทธได้รับทราบข้อเท็จจริงว่า ตกลงแล้วคำวินิจฉัย ข้อชี้มูลของผู้ตรวจการสำคัญอย่างไร แล้วก็มีอำนาจหน้าที่อย่างไร แล้วคณะสงฆ์จะทำอย่างไร และก็การชี้มูลดังกล่าวนั้น เราจะยอมรับในแง่กฎหมายหรือยอมรับหน้าที่ว่าถูกต้องหรือไม่ ก็คงจะเป็นหารือกัน จะมีชี้แจงผ่านทางสื่อนะครับวันนี้ เวลา 10 โมงโดยประมาณครับ
พิธีกรข่าว : แล้วสถานที่คือ?ผศ.ดร. เสถียร : เป็นอาคารเรียนของทางมหา'ลัยจุฬา ของวัดศรีฯ แต่เป็นอาคารเรียนเก่าบางขุนนนท์ตรงสี่แยก ครับ
พิธีกรข่าว : การแถลงในวันนี้ เนื้อหาจะมีเรื่องของการให้พระสงฆ์ที่ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ออกมาชุมนุมกันไหมครับ?ผศ.ดร. เสถียร : เท่าที่ทราบในเบื้องต้น ที่ได้รับการประสานงานมา เพียงแต่ว่าเป็นส่วนหนึ่งในองค์กรที่เขาร่วมรับฟังความคิดเห็นกับประเด็น คงจะมี 1- 2- 3 ว่าจะทำอย่างไร แต่เท่าที่ทราบ เป็นการออกมาชี้ว่าเราจะไม่ยอมรับหรือไม่ และก็ในกรณีดังกล่าวในข้อกฎหมาย เราจะทำอย่างไร ในฐานะที่เขาได้ออกมาแถลงอย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดความกังวลใจ และดูกับเหมือนจะป้ายมลทินในเรื่องของคณะสงฆ์โดยเฉพาะในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช เพราะฉะนั้น จะต้องไปดูในเนื้อหาของถ้อยความของการแถลงวันนี้ แต่ประเด็นสั้นๆไม่มีการเชิญชวนพระสงฆ์มาชุมนุมแน่นอน แล้วก็เราต้องการให้ข้อเท็จจริง เพียงแต่ว่าข้อเท็จจริงต้องประกอบด้วยการกระทำ 1-2-3 ว่าจะทำอย่างไรในข้อปฏิบัติของสิ่งที่เราจะทำต่อไปในวันรุ่งขึ้น
พิธีกรข่าว : แต่ถ้าหากว่าในที่ประชุม และมีการแถลงข่าวกัน มีหนึ่งในผู้ร่วมประชุมเกิดมีความเห็นว่า จะนัดชุมนุมพระสงฆ์ เพื่อไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน คุณเสถียรเห็นด้วยไหม?ผศ.ดร. เสถียร : เป็นคำถามที่ดีมาก ผมยังไม่เห็นด้วยนะครับ
พิธีกรข่าว : ไม่เห็นด้วยเพราะ?ผศ.ดร. เสถียร : ไม่เห็นด้วยในการที่จะให้พระไปแสดงนอกพื้นที่นะครับ เพราะว่าโดยข้อกฎหมายก็ดี ในความเรียบร้อยของบ้านเมืองก็ดี คำว่าไม่เห็นด้วย มีข้อปฏิบัติหลายเรื่องเหมือนกับท่านไพบูลย์ทำแล้วก็หลวงพี่พุทธะอิสระทำ ที่ไม่เห็นด้วยหลายเรื่องใช่ไหม แต่ว่าไม่ใช่ลักษณะที่ผมว่านั้นเพราะว่า ความเรียบร้อย มันหมายถึงความเรียบร้อยของบ้านเมืองด้วย ฝ่ายอาณาจักร กับฝ่ายศาสนจักร มันก็จะเพิ่มสภาพปัญหาของสังคม โดยเฉพาะวิกฤตศรัทธาของชาวพุทธมันมีจำนวนมาก ก็มีทั้งฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยอะไรอย่างไร ข้อปฏิบัติผมในส่วนตัว มันมีข้อปฏิบัติที่ไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างไรที่ให้เกิดภาคส่วนและก็มีพลังจริงๆ ไม่ใช่ไปกระจายหรือไปดำเนินการใดๆ เพียงแต่ว่า ในความเห็นของผม ก็ไม่สามารถจะไปห้ามคนส่วนใหญ่ได้นะ แต่ขออนุญาตด้วยความที่มันเป็นคำถามส่วนตัว ก็ตอบเป็นข้อปฎิบัติอย่างนี้นะครับ
พิธีกรข่าว : แต่ว่า ขอโทษนะครับ ถ้าคุณเสถียรไม่เห็นด้วย คุณเสถียรนั่งอยู่ในที่ประชุม จะมีข้อเสนอหรือจะมีแนวคิดอะไรที่จะยับยั้ง เพื่อไม่ให้เกิดการชุมนุมของพระสงฆ์ได้ไหมครับ?ผศ.ดร.เสถียร : มีครับ ผมมีเหมือนที่พิธีกรถามน่ะดีมาก ผมก็ต้องมีเพราะว่าชาวพุทธมีสิทธิ์ที่จะคิดที่จะเห็น และก็วิธีปฏิบัติหรือทางออกในทางที่ถูกต้องเหมาะสมนะครับ
พิธีกรข่าว : ข้อเสนอนั้นของคุณเสถียรคืออะไรครับ?ผศ.ดร.เสถียร : ผมคิดว่านะครับ เราต้องดูว่า อย่างกรณีที่เกิดถ้อยแถลง มันไม่เคยมีมาก่อนนะ ก็โอเคแหละองค์กรเป็นส่วนงานของรัฐ เมื่อทางคณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคม ปฏิบัติไปแล้วเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2559 โดยส่วนราชการ สำนักงานพุทธศาสนาก็แถลงไปแล้ว แล้ววันหนึ่งมีคนไปร้อง องค์กรก็ไปรับเรื่องพิจารณาและออกมาชี้แจง อันนี้ผมจะตามเรื่องนี้ว่ามันใช่หรือไม่ ถ้าไม่ใช่จะทำอย่างไร เป็นต้นนะครับ มันน่าจะเป็นเนื้อหาซึ่งกันและกันนะครับ
พิธีกรข่าว : แต่คุณเสถียรเองมองความเห็นหรือคำวินิจฉัยของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินที่มีออกมาแล้วว่า อย่างไรคะ?ผศ.ดร.เสถียร : ผมก็อ่านไปรอบนึง เพียงแต่ว่าเหมือนกับชี้ว่า ในวรรค 2 ของมาตรา 7 นะครับ จริงๆพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนา ข้อ 2 (2) ในมาตรา7 ก็ทางคณะสงฆ์โดยองค์การปกครอง มหาเถรสมาคม ก็เหมือนครม.พระนั่นแหละ ได้รับการหารือจากทางสำนักงานพุทธโดยเฉพาะเลขาธิการมหาเถรสมาคม ส่วนงานปัจจุบันคือสำนักงานพุทธ แล้วก็อยู่ใต้บังคับบัญชาของประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ดูแล คือ ท่านสุวพันธุ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายก แล้วก็มีการหารือกันประชุมกันเป็นทางการ เป็นข้อปฎิบัติ จากนั้นก็นำชื่อเสนอต่อ
นายกรัฐมนตรี ผมว่าขั้นตอนนี้เป็นต้นทาง ปลายทางที่ถูกต้องนะครับ ส่วนขึ้นไปแล้วถึงข้างบนแล้วจะทำอย่างไร เราก็ต้องฟังนะครับ เพียงแต่ว่าในขั้นตอนต้น มันผ่านไปแล้ว ผมก็ยังเห็นด้วยนะครับ ในข้อปฏิบัติไม่จำเป็นจะต้องกลับไปทบทวน มีมติใหม่ แล้วให้นายกฯเสนอ มันก็กลายเป็นว่าสงฆ์ที่ปฏิบัติอยู่ 1 คือเคยปฏิบัติ ถ้าเคยปฏิบัติแล้วกลับจะผิด แล้วก็พระสงฆ์ที่ทำอยู่ในขณะนั้น ทางองค์กรปกครองแล้วมีคนไปโจทก์ เอ้า! มันผิด มันก็ทำหน้าที่ไม่ถูกต้อง สำนักงานพุทธต้องรับผิดชอบ พระสงฆ์ต้องอาบัติ มันก็จะเป็นมลทินหรือไปกันใหญ่ เป็นการกล่าวพาดพิงไปในประเด็นตรงที่ทางผู้ตรวจการพูดน่ะครับ
ผศ.ดร. เสถียร วิพรมหา นายกสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา
พิธีกรข่าว : แต่ทางผู้ตรวจการเขาก็บอกว่าทำผิดขั้นตอนเท่านั้นไม่ใช่หรือครับ?ผศ.ดร. เสถียร : ผิดขั้นตอน ใช่ครับ จริง แต่ว่าขั้นตอน รองนายกฯวิษณุ ผมก็อ่านข่าวหลายๆส่วนนะครับ ท่านวิษณุก็บอกว่ามันไม่มีปัญหานี่ครับ เพราะว่าเป็นมติไปแล้ว เป็นเรื่องของกิจกรรม กิจการคณะสงฆ์ปกครองโดยตรงตามพรบ. เพียงแต่ว่าเรายื่นไปแล้วปุ๊บ มันก็เป็นที่ยอมรับ แต่ว่าใครไปร้องแล้วมีการโจทก์ขึ้นมา ผมถามว่าวันนี้มันขึ้นอยู่กับทางผู้ที่ดูแลโดยเฉพาะ รัฐมนตรีสุวพันธุ์ และก็ทางรัฐบาล จะเอายังไง ก็ไม่เป็นไรครับ แต่ว่าองค์กรเครือข่ายพุทธ หลายๆภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ ก็เป็นห่วงเรื่องนี้ ก็มีโอกาสที่จะได้พูดคุยกันนะครับ ด้วยความนับถือในแง่ของชาวพุทธ
พิธีกรข่าว : แต่ว่าที่คุณเสถียรบอกว่ามติของผู้ตรวจการแผ่นดินดูเหมือนจะมีการป้ายมลทินให้กับทางพระสงฆ์ มันไม่มีนี่ครับ เพียงแค่ว่าทำผิดขั้นตอนเท่านั้นเองผศ.ดร.เสถียร : คืออย่างนี้ครับ ผมไม่ได้หมายความว่าป้ายมลทิน เพียงแต่ว่ากระบวนการขั้นตอนต่างๆ สิ่งที่เราเกิดขึ้นมา ตั้งแต่กระบวนการของการที่มีสภาปฏิรูปเรื่องของกิจการสงฆ์ที่ผ่านมา ในขณะก็มีกระบวนการเรื่องของผู้ปฏิบัติหน้าที่ ในที่สุดเมื่อสมเด็จพระสังฆราชพระองค์สิ้นพระชนม์ลง ก็มีกระบวนการของคณะสงฆ์ ในกระบวนการของคณะสงฆ์ กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยก็ออกมาและก็จะมีองค์กรต่างๆ ผมว่าทางโลกกับทางธรรมตอนนี้มันก็เหมือนกันว่า สรุปแล้ว อาณาจักรกับศาสนจักรตกลงใครปกครองนะครับ หรือพูดคุยสนับสนุน อันนี้มันต้องมาคิดเหมือนกันนะครับ เพราะว่า ปล่อยอย่างนี้มันก็เกิดความแตกแยก มันไม่มีผลอะไรที่จะเป็นกุศลบุญให้กับวงการพระสงฆ์ชาวพุทธนะครับ
พิธีกรข่าว : คือ ตามศาสนจักรหรือทางโลกหรืออะไรก็ตาม ก็ว่ากันไป แต่ตามมาตรา 7 เขาก็บอกแบบนี้แล้วถูกไหมครับ?ผศ.ดร.เสถียร : มาตรา 7 ต้องไปอ่านดูให้ดีนะครับ
พิธีกรข่าว : คือคุณเสถียรกำลังจะบอกว่า...ผศ.ดร.เสถียร : แต่เป็นความเห็นชอบของคณะสงฆ์ เพราะฉะนั้นคณะสงฆ์ก็ต้องหารือ หารือใคร ก็หารือราชการ สำนักงานพุทธก็เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกก็ได้รับความหมายจากครม. จากท่านนายกฯโดยกฎหมายนะ ลองไปดู
พิธีกรข่าว : กำลังจะตอบคุณเสถียร ที่คุณเสถียรอธิบายเมื่อสักครู่นี้ ฟังดูเหมือนกับว่าไม่อยากจะให้ทางโลกไปยุ่งกับศาสนจักร แต่โดยมาตรา 7 มันมีคำว่านายกรัฐมนตรีอยู่ด้วยผศ.ดร.เสถียร : คือความหมายอย่างนี้นะครับ ยุ่ง มันยุ่งได้แต่ต้องยุ่งในแง่ของสิ่งที่จะเป็นคุณูปการในการรักษาส่งเสริมพระพุทธศาสนา แต่ว่าจู่ๆเราจะไปชี้โทษพระทุกเรื่อง ผมว่าเหมือนกับเราเข้าไปยุ่งกับพระ แต่ในขณะเดียวกันเราก็บอกจะให้พระมีมารยาทเป็นพระที่ดีประมาณนี้นะครับ
พิธีกรข่าว : คุณเสถียรครับเอาเรื่องนี้เรื่องเดียวครับ ไม่ใช่ไปยุ่งกับเรื่องพระทุกเรื่อง เอาเรื่องนี้เรื่องเดียวครับ เรื่องที่ที่ประชุมมหาเถรสมาคมทำผิดขั้นตอนแค่นั้นใช่มั้ยฮะ คุณเสถียรกำลังขยายความไปผศ.ดร.เสถียร : เราตอบไม่ได้นะครับ ผมยังตอบไม่ได้ว่าทำผิดขั้นตอน เพราะว่า อันนั้นเป็นองค์กรที่เขาออกมาพูด มาถ้อยแถลง เราก็อาจไม่เห็นด้วย ก็ต้องมีโอกาสที่จะได้ชี้แจงในฐานะที่เป็นองค์กรเครือข่ายพุทธ แต่ผมตอบไม่ได้ทำผิดขั้นตอน ท่านลองไปอ่านข้อความเห็นของรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ ท่านจะเห็นเหมือนกัน อาจจะมีความเห็นที่จะต้องพูดคุยชี้แจงกัน
พิธีกรข่าว : คุณเสถียรครับ ผู้ตรวจการแผ่นดินกับท่านวิษณุ มันไม่เหมือนกันนะครับ ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นองค์กรนะครับ เป็นองค์กรอิสระถูกไหมครับ และเขาไม่ได้ไปร้องคุณวิษณุ เขาร้องผู้ตรวจการแผ่นดินนะครับ แต่ว่าคุณเสถียรไปเลือกฟัง...ผศ.ดร.เสถียร: โดยกฎหมายกับโดยบุคคล ถามว่าวันนี้ถ้าพูดอย่างนี้ก็แปลว่าผู้ตรวจการก็ไปยอมรับกับผู้ร้อง ผู้ร้องเป็นใครล่ะครับ
พิธีกรข่าว : ไม่ใช่ไปยอมรับครับ คุณเสถียรครับผศ.ดร.เสถียร : ผู้ร้องเป็นใคร ผมถามหน่อยผู้ร้องเป็นใคร เป็นองค์กรอะไรนะครับตอนนี้ ... เป็นความเห็นของปถุชนของพุทธศาสนิกที่เขาไม่เห็นด้วย เขาก็ไปร้อง แล้วถามว่าวันนี้ คุณวิษณุเป็นใคร คุณวิษณุก็เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในฝ่ายรัฐบาลและก็ดูแลทางด้านกฎหมาย และทางด้านพุทธศาสนามาอย่างยาวนาน ถามว่าวันนี้มันจะไม่น่าเชื่อถือเหรอครับ
พิธีกรข่าว : คือคุณเสถียร ควรจะไปอ่านพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน ปี พ.ศ.2542 และไปอ่านมาตรา 13 นะครับ คุณเสถียรจะเข้าใจว่าผู้ตรวจการแผ่นดิน เขามีหน้าที่ผศ.ดร.เสถียร : ก็หมายความว่าก็มีหน้าที่ เราก็ไม่ได้ไปบอกว่า คุณมีสิทธิ์หรือไม่ อย่างไร เพียงแต่ว่าชาวพุทธเขาหารือกัน ต้องไปฟังเขาถ้อยแถลง เขามีความเห็นอย่างไร ผมในองค์กรส่วนหนึ่งก็ไปรับฟัง และเมื่อสักครู่ก็ถามผมเหมือนกันว่า ถ้าไม่เห็นด้วยจะทำอย่างไร ไม่ใช่ว่าผมไม่เห็นด้วยทั้งหมด แต่ไม่เห็นด้วยแล้ว คุณทำตรงนี้ๆ ผมอาจจะไม่เห็นด้วยก็ได้ เพียงแต่ในหลักการเบื้องต้น มันเป็นข้อที่เราต้องพิจารณาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเนี่ย เราไม่ยอมรับ ถ้าเราไม่ยอมรับเพราะอะไร เรายอมรับเพราะอะไร มันมีเหตุผล มีหลักการของมันอยู่นะครับ
พิธีกรข่าว :แต่ต่อให้ไม่เห็นด้วยยังไง ยังไงก็ต้องทำตามความเห็นหรือคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินไหมคะเพราะว่าเขาก็มีของเขาออกมาแล้วผศ.ดร.เสถียร : อย่างที่ท่านทั้งสองพูดนะครับ คนที่ไม่เห็นด้วยเขาก็มีแนวทาง แนวคิดในการที่เขาเข้าไปยื่น ผมก็ไม่ได้ไปค้านอะไร ในกรณีที่ออกมาแล้วข้อวินิจฉัย ข้อชี้แจงก็มีความเห็นในแง่กฎหมายที่จะพิจารณาในส่วน นาย ก นาย ข ในกรณีองค์กรพุทธเขาก็อ่านกฎหมายเหมือนกัน แต่ในข้อกฎหมายเขาก็จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจเหมือนกัน ว่าตกลงเป็นอย่างไร ยังไง ก็จึงหารือกันในวันนี้ ผมว่าเราลองไปฟังดูว่าทิศทางที่องค์กรจะทำอย่างไร แล้วก็มีความเห็นอย่างไร น่าจะมีความกระจ่างชัดดีกว่าครับ
พิธีกรข่าว : มีข่าวลือมาว่า การหารือกันในวันนี้จะออกมาในลักษณะของการล่ารายชื่อถอดถอนผู้ตรวจการแผ่นดินผศ.ดร.เสถียร :.......(สายหลุดไป)