ซึ่งเห็นพวงหรีดของเกรียงไกร เชษฐโชติศักดิ์ และครอบครัว กับของสุรชัย-สุจิรา เชษฐโชติศักดิ์ โดยระบุว่า..
สำนึก เมื่อคืนเสร็จงานป๋า กลับไปเจอลูกๆ(ติดเทสต์เก็บคะแนนเลยไม่ได้มา)มีเหตุการณ์ให้ได้สอนเด็กๆเรื่อง สำนึกว่าเวลาที่เราทำอะไรไม่ถูกต้องแล้วมีคนบอกเราให้ฉุกคิด ทบทวนแก้ไขถ้าเราฟังแล้วเห็นจริง ยอมรับปรับแก้และตั้งใจจะไม่ทำผิดอีกอย่างนั้นเรียกว่า สำนึก
แต่ถ้าเราฟังแล้ว ไม่สบอารมณ์เหมือนกำลังถูกตำหนิโดยเฉพาะเวลาที่มีคนอื่นอยู่ด้วยรู้สึกอับอายไม่พอใจหรือน้อยใจจนไม่ได้เก็บเอาคำแนะนำหรือคำสอนนั้น ไปพิจารณาแล้วแก้ไขเพื่อให้เป็นประโยชน์อย่างนั้นจะเรียกว่า ไม่สำนึก
ก่อนนอน เลยคิดว่าที่เราสอนลูกๆไปนั้นเราได้ทบทวนและมี สำนึก หรือยังเพราะคนหลายคน รู้ บอก สอนคนอื่นแต่บ่อยๆที่ลืมว่าตัวเองก็ยังไม่ได้ทำค่อยๆนอนไป คิดไป พิจารณาไปฉากชีวิตต่างๆ ค่อยๆเรียงลำดับกลับมาให้ไตร่ตรอง ทบทวนได้พบเหตุการณ์ที่วันนั้นไม่เข้าใจแต่เพิ่งมาเข้าใจทีหลัง หลายเรื่องสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือความสำเร็จของชีวิตมาจากการให้โอกาสของผู้มีพระคุณ
ในวันที่เยาว์ หรือโตแล้วแต่ยังโง่เขลาบางครั้งเราไม่ยั้งคิดกระทำไปโดยอารมณ์เหตุผลของเราใหญ่มาก ไม่ฟังใครจนไปกระทบกระทั่ง บางทีล่วงเกินผู้มีพระคุณที่ดูแลเราด้วยความรักเอ็นดูเหมือนที่เราสอนลูก แต่ลูกยังดื้อบางทีเราเสียใจนะ แต่ก็ให้อภัยเพราะรู้ว่าเขายังคิดไม่ได้เห็นหรีด 2 พวงนี้หน้ารูปป๋าพวงหรีดเหมือนเห็นผู้มีพระคุณสามท่านกำลังมองมาที่เราด้วยสายตาอ่อนโยน
บอกให้เราคิด แก้ไข ปรับปรุงตัวด้วยความรัก เป็นห่วงเป็นใยในชีวิตจริง ป๋าจากไปแล้วแต่ได้สอนอะไรที่เป็นประโยชน์ที่สุดในชีวิตนั่นคือการบอกให้เราหัดแต่งเพลงในวันที่เราไม่เคยเชื่อว่าจะทำได้ความสำเร็จทั้งหมด เริ่มจากคำสอนนั้นพระคุณนี้อยู่ใน สำนึก ตลอดมา
อีกสามท่านได้พบว่าเคยล่วงเกิน ทั้งไม่ตั้งใจและตั้งใจ(ตอนนั้นไม่เข้าใจเพราะเป็นเด็กดื้อ 555)ถึงชีวิตจะติดขัดบ้าง แต่ก็ยังถือว่าโชคดีประสบความสำเร็จมาได้ระดับหนึ่งนั่นเป็นเพราะท่านไม่ถือสาให้ความเมตตา และให้อภัยมาตลอดจนกว่าจะถึงวันที่เราได้สำนึกเอง(นี่ยิ่งเป็นพระคุณซ้อนพระคุณ)
เขียนเรื่องนี้เพราะคิดว่าน่าจะมีประโยชน์เผื่อเพื่อนพี่น้องบางคนอาจเคยพลาดอัตตา ขวาง สำนึก ชีวิตเลยติดขัดลองปรับการฟังที่ดื้อ ได้ยินอะไรก็แปร่งหูมาเป็นการฟังที่เปิดรับปรับแก้สำนึกของตัวเองรับคำแนะนำที่แปร่งใจ แต่มันดีมาแก้ไข ให้ชีวิตดีขึ้น ง่ายขึ้นหวังว่ามันจะยังไม่สายไปนะครับ ^ ^เป็นข้อเขียนจากความคิดตกผลึกที่ใครๆต่างก็พากันเข้าไปชื่นชม
............
ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ค Sudhipong Vatanajang