เนชั่นทีวี

ข่าว

โซเชียลแห่แชร์ภาพ"รถโบราณ" ของสมเด็จช่วง

17 ม.ค. 2559 |

โซเชียลแห่แชร์ภาพ"รถโบราณ" ของสมเด็จช่วง

ผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ "ขวัญทอง สอนศิริ" ยังได้มีการเผยแพร่ ภาพรถโบราณภายในพิพิธภัณฑ์วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่ทาง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าไปตรวจสอบ พร้อมระบุข้อความตอนหนึ่งว่า "ไปมาแล้ว พระเจดีย์มหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เดินชมอย่างละเอียดทั้ง 5 ชั้น กับกรณีรถยนต์หรู(โบราณ) ที่มีการนำมาผูกโยงเป็นประเด็น โจมตี เจาะยาง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์(ช่วง) เพื่อให้มีมลทิน อย่างมีเจตนาแอบแฝง สร้างความแตกแยกทางความคิด "


"ขวัญทอง สอนศิริ"  ยังโพสต์ข้อความว่า รถยนต์โบราณสามคันหรูนี้ เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้รับถวายมา แต่สมเด็จฯ ท่านมิได้เก็บไว้ใช้ หรือสะสมในเอกลาภ เหล่านี้ ถือไว้เป็นสมบัติส่วนตัวแต่ประการใด เจ้าคุณสมเด็จฯ นำ เอกลาภเหล่านี้ที่มีผู้นำมาถวาย ไปจัดแสดงไว้ ในพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นชั้นที่ 1 ของพระเจดีย์มหารัชมังคลาจารย์ พร้อมกับ พาหนะโบราณ อื่น ๆ ในอดีตของคนไทย อาทิ เรือโบราณหลายประเภท เกวียน กระแทะ ล้อลาก เทียม ควาย เทียมวัว ( จำลอง) รถม้า เทียมม้า ( จำลอง ) เป็นต้น
สำหรับภาพชุดนี้ในเฟสบุ๊คของ "ขวัญทอง สอนศิริ"  มีผู้แชร์ไปแล้ว 1,455 ครั้ง นับจากมีการโพสต์เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา 
อย่างไรก็ตาม สำหรับฝ่ายค้านที่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งสมเด็จช่วงเป็นสังฆราชองค์ใหม่ ๆ นั้น ได้เน้นไปที่ประเด็นความสัมพันธ์ของสมเด็จช่วงกับวัดพระธรรมกาย และเรื่องที่มา-ที่ไปของรถยนต์หรูโบราณดังกล่าว  ท่ามกลางปมสงสัยว่า รถยนต์โบราณมีการเสียภาษีนำเข้าอย่างถูกต้องหรือไม่  เนื่องจากอยู่ในลิสต์รายชื่อรถยนต์หรูจำนวน 5,000 คันที่ดีเอสไอได้เข้าไปตรวจสอบก่อนหน้านี้

โซเชียลแห่แชร์ภาพ"รถโบราณ" ของสมเด็จช่วง


เมื่อวันเสาร์ที่ 16 ม.ค. 59 ประชาสัมพันธ์กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ออกเอกสารแถลงข่าวชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวบนระบบอินเตอร์เน็ต โดยอ้างแหล่งข่าวว่ามาจากกลุ่มไลน์สถาบันปัญญานันทะ ว่านายกรัฐมนตรี ได้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 44 สั่งการ ดีเอสไอ ประสานกำลังทหารตำรวจ กว่า 100 นาย เตรียมบุกจู่โจมวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพื่อสอบสวนปากคำสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และประธานกรรมการมหาเถรสมาคม และยึดรถโบราณในพิพิธภัณฑ์ โดยมีการประชุมลับและคาดว่าจะเข้าจู่โจมในอีกไม่เกินสองวันข้างหน้านั้น

โซเชียลแห่แชร์ภาพ"รถโบราณ" ของสมเด็จช่วง


ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษขอชี้แจงทำความเข้าใจกับสาธารณชนให้ทราบโดยทั่วกันว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้มีคำสั่งโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ให้ ดีเอสไอปฏิบัติการในเรื่องดังกล่าว และดีเอสไอ ก็มิได้มีการประชุมลับ หรือเตรียมการจะปฏิบัติการในเรื่องดังกล่าวตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด โดยกรณีที่มีการสร้างข่าวเท็จขึ้นนี้ อาจเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พระพุทธอิสระ ได้ยื่นเรื่องขอให้ ดีเอสไอตรวจสอบการครอบครองรถยนต์ที่นำเข้ามาจากนอกราชอาณาจักรของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง ดังที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่แล้ว เนื่องจากดีเอสไอ อยู่ระหว่างการตรวจสอบรถยนต์จดประกอบที่อาจนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอากร จำนวนกว่า 5,000 คัน ซึ่งก็รับเรื่องไว้ดำเนินการสืบสวนว่ามีความเป็นมาอย่างไร 

ข่าวล่าสุด