ปรับขนาดตัวอักษร

10 จักรยานที่ "สร้างโลก"

นันทขว้าง สิรสุนทร นันทขว้าง สิรสุนทร |
- views
10 จักรยานที่ สร้างโลก

จักรยานที่หนูน้อยเสื้อแดงปั่นใน E.T. ปี 1982 ย่อมแตกต่างไปจากความหมาย ของสองล้อที่ อันโตนิโอ ถีบหางานใน The Bicycle Thief ปี 1949

และย่อม "ไม่เหมือนกันเลย" ในความหมายแห่งชีวิต ที่ หลี่หมิง และ จางม่านอวี้ ขี่ใน "เถียนมิมี่" เมื่อปี 1995

เช่นนี้แล้ว ใครจะลืม BMX ที่ แจ๊ค อ้วนดำ ปั่นกับเพื่อนๆใน "แฟนฉัน"

แต่เมื่อชายตามอง ย้อนกลับไปเมื่อ 200 ปีที่ผ่านมา มีจักรยานอยู่สร้างโลกให้มีเรื่องราว มาจนถึงทุกวันนี้ บางรุ่นเป็นปรากฏการณ์, บางคันเป็นประวัติศาสตร์

นี่คือ 10 bikes โลกไม่ลืม !


1."Swiftwalker"(1820)


ในร่องรอยของ "สองล้อ" ใดๆ ที่ปรากฏอยู่บนโลกใบนี้ ล้วนต้องโค้งคาราวะ Swiftwalker ซึ่งเซียนจักรยานอย่าง คริส บอร์ดแมน ยังบอกว่านี่คือรุ่นแรกอย่างเป็ นทางการของพาหนะสองล้อ ที่เกิดขึ้นในปี 1820 หรือเกือบ 200 ปีที่แล้ว

ซึ่ง inventor ไม่ใช่ใครที่ไหน เดนิส จอห์นสัน ที่มักจะมีเครดิตในการออกแบบจั กรยานในยุคแรก เขาบอกว่าตอนนั้น มันจะไม่มี "ที่ถีบ" ต้องใช้ขาและเท้า "เข็นและดัน" จนเรียกกันว่ามันคือ จ้กรยานสกู๊ตเตอร์ ! ที่สำคัญมันเป็นไม้ทั้งหมด ความเร็วน่ะเหรอ ช้ามาก แต่จะช้าแค่ไหน นี่คือ จักรยานทางการประวัติศาสตร์รุ่ นแรกของโลก !


2."Eagle Bike"(1888)


ถ้า Swiftwalker เป็นเครดิตของทางยุโรป รุ่น Eagle ก็เป็นความภาคภูมิใจของทางอเมริ กา เพราะมันคือจักรยานที่เริ่มมีดี ไซน์เข้ามา และแนวคิดของกลไกโครงสร้าง ที่สำคัญ ไม่ว่าจะใช้ปั่นเพื่องาน หรือถีบเพื่อความสนุก เจ้าสายตาอินทรีย์ก็ตอบสนองได้ หมด จนเราจะเห็นได้ว่ามีการนำไปปั่ นแสดงในงานสตรีทหลายๆครั้ง (รวมทั้งเป็นจักรยานแข่งขั นในมหกรรมกีฬา) น้ำหนักของมั นคือ 20 กิโลกรัม และพี่กนก รัตน์วงศ์สกุล หมดสิทธิ์ขี่รุ่นนี้

เพราะล้อหลังอย่างเดียวสูง "เมตร 50" ! ทั้งที่น้ำหนักของมันแค่ 20 กิโลกรัม !


3."Rudge-Whitworth"(1909)


คำหน้าของรุ่น มาจากชื่อผู้สร้างคือ Daniel Rudge ซึ่งโด่งดังมากในต้นศตวรรษที่ 20 และทำให้จักรยานจากเมื องโคเวนตรีของอังกฤษ เป็นสินค้าที่รับประกันถึ งการใช้งาน ที่มาพร้อมกั บความสวยงามของการออกแบบ ที่ตื่นตาตื่นใจในตอนนั้นก็คือ รุ่นนี้มีการใช้เฟืองได้ถึง 3 สปีด และฮิตยาวนานหลานสิบปี จนทำกันออกมาหลายรุ่น (อีกรุ่นที่ดังมากคือปี 1930) แบบของรุ่นนี้ ยังมีอิทธิพลไปสู่การดีไซน์ ของมอเตอร์ไซด์บางรุ่น ในเวลาต่อมา


4."Bianchi Reparto Corse"(1949)


ว่ากันว่า จักรยานอันเป็นที่รักของ "นักปั่น" จะไม่สมบูรณ์ ถ้าของสะสมในบ้าน ขาดแบรนด์ที่ชื่อว่า Bianchi ไป (มาจากชื่อ Edoardo Bianchi) และเป็นเรื่องต้องยากที่จะเล่า "ประวัติศาสตร์" ของมันได้หมดในเวลาอันสั้น !

แต่ที่บอกได้ตรงนี้ก็คือ คนอย่าง เดวิด ริปลีย์ พูดถึงสองล้อรุ่นนี้ว่า มันเป็นแบรนด์ที่คลาสสิคที่สุด, เป็นจักรยานที่อยู่รอดจากสงครามโลกครั้งที่สอง, เป็นพาหนะที่ "ไม่ตาย" เมื่อเจอยุคเศรษฐกิจล่มสลาย ! แถมอีกนิด นี่คือแบรนด์ที่เป็นแรงบันดาลใดในการสร้างหนัง The Bicycle Thief งานนีโอ-เรียลิสม์ ขึ้นชั้น ที่ขนาดท่านมุ้ยยังนำมาสร้างเป็น "ทองพูน โคกโพ ราษฏรเต็มขั้น" ในปี 2520


5."Raleigh Twenty"(1971)


โลกของจักรยาน ปล่อยให้พวก "ล้อใหญ่" กลายเป็นขาใหญ่ครอบครองการขี่อยู่นานเป็นศตวรรษ และแล้วในที่สุดจักรยาน "ล้อเล็ก" จากเมืองนอตติงแฮมป์ของอังกฤษ ก็ได้เวลาสร้าง history ให้กับตัวเอง ความคล่องตัวของชีวิตยุคใหม่ การใช้งาน และยุคสมัยที่ปฏิเสธของเทอะทะ ทำให้ Raleigh Twenty กลายเป็นจักรยานล้อเล็กที่ขายได้ถึง 140,000 คันในปีเดียว ! และนี่คือจักรยานที่โฆษณาตัวเองว่า หมดยุคจักรยานล้อใหญ่ !

6."BMX : JMC black shadow"(1982)


ไม่มีคนรุ่น Gen X ที่ไหน ไม่รู้จักจักรยาน BMX จะรวยจน ขี่สองล้อเป็นไม่เป็น ในต้นทศวรรษที่ 80 จักรยานรุ่นนี้ ดังระเบิดถล่มโลก (และเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่หนัง "แฟนฉัน" เอามาใช้อย่างได้ผล) แต่แน่นอนว่าเมื่อฮิตระเบิดอยู่นานเป็นทศวรรษ จึงมีหลายรุ่นขึ้นทำเนียบคลาสสิค ทว่า รุ่นที่ขายดีมากที่สุดรุ่นหนึ่งคือ jmc black shadow ในปี 1982

คำว่า jmc ย่อมาจาก jim melton cyclery ซึ่งเป็นชื่อผู้ผลิตและชอปขายจักรยาน จุดเด่นของรุ่นนี้คือ คานเหล็กที่ยาวสามารถนั่งอีกคน และก้นไม่ลื่นไหลลงเหมือนรุ่นอื่นๆ มีน้ำหนักเบา และออกแบบมาเพื่อเด็กวัยรุ่น จนมันถล่มโลก


7."Trek 850"(1983)


คุ้นๆมั้ยว่ามันไปปรากฏอยู่ในหนังฮอลลีวู้ดหลายเรื่อง เพราะขณะที่ BMX ครอบครองทศวรรษที่ 80 เอาไว้ มันก็เปิดโอกาสให้จักรยาน offroad ได้แจ้งเกิดอีกครั้ง และรุ่นที่เปรี้ยงปร้างมากที่สุดในตอนยุค 80 ก็คือ Trek 850 ซึ่งประกาศด้วยเสียงอันดังว่า นี่คือ mountain bike รุ่นแรก ! ที่พร้อมบุกทุกภูเขา ราคาตอนนั้นคือ 367 ปอนด์ และรุ่นสีดำ หมดทันทีเมื่อออกจำหน่าย


8."De Rosa Corum"(2005)


เมื่อการปั้นวิ่งมาถึง "โลกสมัยใหม่" ที่ไม่ใช่แค่ "พาเราไปไหน" แต่ต้องสร้าง image ในขณะที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์การปั้นได้ด้วย ว่าแล้วแบรนด์เก่าอย่าง De Rosa Corum ก็ไม่ยอมเก่า ไปตามปีเกิดในยุค 50 ของตัวเอง

เขาออกรุ่นปี 2005 ด้วยนวัตกรรมใหม่ 3 อย่างคือ น้ำหนักเบาสุดๆ, สปีดเร็ว และเฟรมของจักรยานสวยแบบยุคโมเดิร์น จนเป็นที่มาของคำโฆษณาว่า เมื่อนั่งบนอานคันนี้ เหมือนคุณหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่ง


9."Shane Stoater"(2012)


ประวัติศาสตร์จักรยาน "เปลี่ยนผ่าน" อีกครั้ง เมื่อปี 2012 เข้าสู่ยุคของ high modulus & handcrafted และจักรยานแนว Touring Bike กลายเป็นแฟชั่น รุ่นที่ขายดีมากคือ shane stoater จากสก็อตแลนด์ จนหมู่บ้านและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ซื้อไปไว้บริการนักท่องเที่ยวที่มาพักอาศัย


10."Boardman Air 9.2 Di2


จักรยานของแชมเปี้ยน ! นี่คือคำพูดของพาหนะรุ่นนี้ ในหนังสือรวมจักรยาน 1001 bikes to dream of riding before you die ถึงขนาดสารภาพว่า มันคือจักรยานที่สวยที่สุดในเล่ม และมีความสมบูรณ์ของส่วนต่างๆ และเป็นเหตุผลสำคัญว่า ทำไมตัวหนังสือหลายเล่มต้องมีชื่อของ คริส บอร์ดแมน เป็นปรมาจารย์ฟันธง เลือกจักรยานรุ่นต่างๆ !

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสมอย่างวิญญูชนพึงกระทำพร้อมลงนาม
  2. ทีม www.nationtv.tv ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบข้อความที่หมิ่นต่อสถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย
  3. ไม่ควรใช้ ถ้อยคำที่หยาบคายดูหมิ่นส่อเสียดกล่าวหา ให้ร้ายผู้อื่น หรือสร้างความแตกแยก ในสังคม
  4. ทุกความคิดเห็นนั้นไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการ จัดทำเว็บไซต์และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย ได้ทุกกรณีประกอบกับทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นโดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็น

แสดงความคิดเห็น

192.168.52.213