Breaking News

ปรับขนาดตัวอักษร

ปีที่เมืองไทยแสนทุกข์โศก

Kanok Ratwongsakul Fan Page Kanok Ratwongsakul Fan Page |
- views
ปีที่เมืองไทยแสนทุกข์โศก

วันที่ 28 ธันวาคม 2559 เป็นวันพระสุดท้ายของปีที่เมืองไทยแสนทุกข์โศก เพราะเราสูญเสียพระมหากษัตริย์ พระผู้ทรงบรรลุภูมิธรรมอันสูงส่ง สมกับที่ทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก

ดังเรื่องที่จะถ่ายทอดให้อ่านสัก 2-3 เรื่อง ตามที่ได้อ่านมาก่อนหน้านี้ จากไหนไม่แน่ใจ จึงขอให้เครดิตฝากไปถึงท่านที่ได้เผยแพร่


ราว 3 ปี ก่อนที่ท่านพุทธทาสจะมรณภาพ (ท่านพุทธทาส มรณภาพ 2536) หนังสือพิมพ์ต่างประเทศได้ลงข่าวว่าท่านอาพาธหนัก รัฐบาลไม่ค่อยเหลียวแล หนังสือพิมพ์ไทยก็นำข่าวนี้มาลงตีพิมพ์ต่อ ความทราบถึงเบื้องพระยุคลบาท ครั้งนั้นท่านพุทธทาสป่วยหนักจริงๆ ด้วยโรคน้ำท่วมปอด เส้นเลือดหัวใจตีบ มีอาการหัวใจวาย และความดันโลหิตสูงเกือบ 300 ถ้าเป็นคนทั่วไปก็เรียกได้ว่าโคม่า เจียนอยู่เจียนไป

ตอนนั้นหนังสือพิมพ์ไทยหลายฉบับ ลงข่าวตรงกันว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้แพทย์หลวงคณะหนึ่งเดินทางไปรักษาท่านพุทธทาส ที่สุราษฎร์ธานี และให้นำความไปถวายท่านเจ้าคุณด้วยว่า "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขออาราธนาว่า ท่านเจ้าคุณอย่าเพิ่งดับขันธ์ ขอให้อยู่ช่วยจรรโลงพระศาสนาต่อไป"

หนังสือพิมพ์ยังเสนอข่าวต่อไปว่า เมื่อคณะแพทย์ไปถึงและท่านเจ้าคุณได้รับทราบว่า มีกระแสรับสั่งมาถวาย ก็พยายามลุกขึ้นนั่งสมาธิบนเตียงพยาบาล เมื่อได้ทราบคำอาราธนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ท่านพุทธทาสนิ่งอึ้งอยู่พักใหญ่ แล้วกล่าวว่า "อาตมารับอาราธนา แต่จะอยู่ไปเท่าที่สังขารจะทนไหวเท่านั้น"

ในชั่วคืนวันนั้น เหตุการณ์มหัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น เพราะอาการหัวใจวาย และเส้นเลือดหัวใจตีบได้ทุเลาลง น้ำท่วมปอดได้ลดลง ความดันก็ลดลงเกือบเป็นปกติ พระซึ่งใกล้ชิดท่านเจ้าคุณได้เล่าให้ฟังว่า หลังจากรับอาราธนาแล้ว ท่านเจ้าคุณได้ปฏิบัติสมาธิ อยู่ในอานาปานสติวิหารตลอดทั้งคืน
มีข่าวต่อมาว่า หนังสือพิมพ์ต่างประเทศฉบับหนึ่ง ได้ลงข่าวในเชิงตั้งข้อสงสัยนี้ว่า "พระสงฆ์ไทยนี้แปลก ที่สามารถผัดผ่อนความตายได้" แต่คนไทยจำนวนหนึ่งมิได้สงสัย เพราะมีความในมหาปรินิพพานสูตร แสดงไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ใดได้เจริญอิทธิบาทสี่ให้มากแล้ว มีใจตั้งมั่นบริสุทธิ์ หากปรารถนาจะมีอายุชั่วกัลป์หนึ่งหรือกว่านั้นก็ได้

ว่ากันว่าท่านพุทธทาส บรรลุภูมิธรรมถึงวิชชา 8 ประการ ถือว่ามีทิพยอำนาจอยู่ในตัว และเจริญอิทธิบาทอยู่เนืองๆ อาการป่วยขั้นวิกฤตที่ทุเลาเบาบางลง ก็ด้วยทิพยอำนาจนั้น ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบว่า ท่านเจ้าคุณมีภูมิธรรมเช่นนี้ อยู่ในวิหารธรรมเช่นนี้ มิใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะรู้ได้ ผู้ที่จะล่วงรู้ต้องมีภูมิธรรม และอยู่ในวิหารธรรมที่ใกล้เคียงกัน ท่านพุทธทาสบรรลุภูมิธรรมขั้นไหน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีภูมิธรรม ที่ใกล้เคียงกันนั้นเอง
--------------------





จดหมายเหตุพระราชพิธีทรงพระผนวช ตอนหนึ่งเขียนไว้ว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ.2499 สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราช ได้ประชวรหนัก ต้องเสด็จประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แพทย์ต้องถวายการผ่าตัดถึงสองครั้ง มีพระอาการเป็นที่น่าวิตกอย่างยิ่ง

ในการประชวรครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ในทุกทาง เพื่อให้ทรงหายประชวร และให้สมเด็จพระสังฆราชฯทรงทราบถึงพระราชปณิธาน ที่จะเสด็จออกทรงผนวช

ด้วยอำนาจพระกุศลของเจ้าพระคุณ ความร่วมกำลังกาย กำลังจิตใจของนายแพทย์และของกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทำให้เจ้าพระคุณได้หายจากการประชวร กลับมาจำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร และได้เสด็จไปทรงเป็น พระราชอุปัธยาจารย์ ในพระราชพิธีทรงผนวช เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2499 ในที่สุด
--------------------




ในปี พ.ศ.2518 ขณะที่ทางวัดป่าอุดมสมพร จังหวัดสกลนคร มีงานประจำปี "พระอาจารย์ฝั้น" ได้บอกกับพระและสมาเณรว่า อีกสองวันขอให้จัดวัดให้สะอาดเรียบร้อย แล้วให้สร้างปะรำไว้ สำหรับเป็นที่ประทับของในหลวงด้วย! ซึ่งในช่วงนั้นไม่มีวี่แววหรือข่าวว่า ในหลวงจะเสด็จมาเลย แม้ในสำนักพระราชวังก็ยังไม่มีหมายกำหนดการว่า พระองค์จะเสด็จมาทางภาคอีสาน

แต่อีกสองวันต่อมา ก็ปรากฏว่าในหลวงมีพระราชประสงค์จะเสด็จไปที่สกลนคร และได้ทรงแวะที่วัดนั้นจริงๆ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2518

ในหลวงตรัสไว้เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2520 เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร โทรเลขด่วนแจ้งให้สำนักพระราชวังทราบข่าว การมรณภาพของหลวงปู่ฝั้นว่า "พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร คือ พระอาจารย์ของในหลวง"


ในการสรงน้ำศพของพระอาจารย์ฝั้นครั้งนั้น ถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์ครั้งแรก เพราะไม่ว่าจะเป็นกรณีศพของผู้ใดก็ตาม ถ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานน้ำอาบศพแล้ว จะไม่มีการรดน้ำศพอีก แต่กรณีพระอาจารย์ฝั้น ในหลวงรับสั่งด้วยพระองค์เองว่า ขออย่าห้ามประชาชนสรงน้ำศพท่านอาจารย์ ขอให้เขาได้สรงน้ำกันต่อไปตามศรัทธา




ด้วยเหตุนี้ การสรงน้ำศพพระอาจารย์ฝั้น จึงมีประชาชนไปร่วมกันสรงน้ำศพอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน จนกระทั่งมีการนำหีบทองพระราชทานมาถึงวัด และทำพิธีบรรจุศพ จึงได้ยุติการสรงน้ำ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสมอย่างวิญญูชนพึงกระทำพร้อมลงนาม
  2. ทีม www.nationtv.tv ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบข้อความที่หมิ่นต่อสถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย
  3. ไม่ควรใช้ ถ้อยคำที่หยาบคายดูหมิ่นส่อเสียดกล่าวหา ให้ร้ายผู้อื่น หรือสร้างความแตกแยก ในสังคม
  4. ทุกความคิดเห็นนั้นไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการ จัดทำเว็บไซต์และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย ได้ทุกกรณีประกอบกับทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นโดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็น

แสดงความคิดเห็น

192.168.52.213