ปรับขนาดตัวอักษร

Game Changer! จีนปูทางเส้นทางสายไหมใหม่สู่ซีเรีย

วัชรา จรูญสันติกุล วัชรา จรูญสันติกุล |
- views
Game Changer! จีนปูทางเส้นทางสายไหมใหม่สู่ซีเรีย

Game Changer! เมื่อจีนปูทางขยายเส้นทางสายไหมใหม่สู่ซีเรีย ผนึกยุทธศาสตร์ร่วมมือกับรัสเซียฟื้นฟูประเทศและเศรษฐกิจของซีเรียหลังจากที่ต้องตกอยู่ในภาวะสงครามมานานกว่า 9 ปี พร้อมเปิดโอกาสกาตาร์ผูกมิตรอิหร่านเข้าร่วมเป็นพันธมิตร ขยายพื้นที่การค้าการลทุนในภูมิภาคตะวันออกกลางเชื่อมกับแอฟริกาตอนเหนือ

สวิตเซอร์แลนด์เปิดรับ Bitcoin ครั้งแรก โดยอนุมัติ Private-Wealth Specialists ให้สามารถทำธุรกรรมซื้อขาย Bitcoin ได้ ตามการร้องขอของ Falcon Private Bank ในการทำธุรกิจที่มีการบริหารสินทรัพย์การทางการเงินทั่วโลก หรือ global cryptoasset-management


ขณะที่ Bitcoin วิกฤติหนักต่อเนื่อง ราคาซื้อขายร่วงหลุดต่ำกว่าระดับ 2,000 ดอลลาร์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย Bitcoin ร่วงลงต่ำสุดใรอบ 2 เดือนที่ระดับ 1,830 ดอลลาร์ ลดลงถึง 20% ในการซื้อขายช่วงวันพฤหัสบดีและศุกร์ที่ผ่านมา โดยที่มาร์เก็ตแคปของ Bitcoin อยู่ที่ 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์ จากที่เคยมีมูลค่ามาร์เก็ตแคปสูงสุดกว่า 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา


1.จีนปูทางเส้นทางสายไหมใหม่มุ่งหน้าสู่ซีเรีย หากสงครามกลางเมืองยุติลงหลังจากที่รัฐบาลซีเรียผนึกกับรัสเซียเร่งเผด็จศึกยึดพื้นที่ได้มากกว่า 90% จากกลุ่ม ISIS โดยที่จีนและซีเรียได้เริ่มต้นหารือกันที่จะเข้าไปลงทุนสร้างสรรค์โครงการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการขั้นพื้นฐาน (Infrastructure Investment) ภายใต้งานแฟร์ที่มีชื่อว่า "Matchmaking Fair for Syria Reconstruction" ที่จัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง เพื่อการฟื้นฟูประเทศจากภาวะสงครามที่เกิดขึ้นมานานกว่า 9 ปีมาแล้ว


ทางการกรุงปักกิ่งยังมีแผนการณ์ที่จะลงทุนเป็นมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมในซีเรีย รองรับแผนขยายลงทุนของบริษัทจีนอีก 150 แห่ง ซึ่งจะมี Asia Infrastructure Investment Bank (AIIB) ให้การสนับสนุนทางการเงินเป็นหลัก



2.พร้อมกันนี้ ทางการจีนเตรียมเปิดกว้างรับกาตาร์ร่วมมืออิหร่านขยายยุทธศาสตร์การค้าการลทุนในภูมิภาคตะวันออกกลางเชื่อมแอฟริกาตอนเหนือ และเชื่อมต่อเส้นทาวสายไหมใหม่เข้ากับทวีปยุโรปโดยผ่านเส้นทางขนส่งทางบกทั้งทางรถยนต์และรถไฟ รวมถึงผ่านเส้นทางทะเลในการสร้างท่าเรือน้ำลึก

ทั้งนี้ ทางการกรุงปักกิ่งยังเตรียมดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แบบ non-stop สำหรับการสร้าง Hub ที่เมือง Obor ให้กลายเป็นศูนย์กลางคอนเทนเนอร์ใช้ขนส่งสินค้าเชื่อมระหว่าง Shanghai-Latakia ต่อไปในอนาคต



3.ทางการสวิตเซอร์แลนด์เปิดรับ Bitcoin ครั้งแรก เพิ่มช่องทางให้ธนาคารพาณิชย์ของสวิส สามารถขยายธุรกรรมทางการเงินที่เรียกว่า Swiss private banking ให้ครอบคลุมที่มีการขบสบวงกว้างถึงการบริหารสินทรัพย์ให้ลูกค้าในระบบการชำระเงินผ่าน Blockchain


โดยอนุมัติ Private-Wealth Specialists ให้สามารถทำธุรกรรมซื้อขาย Bitcoin ได้ ตามการร้องขอของ Falcon Private Bank ในการทำธุรกิจที่มีการบริหารสินทรัพย์การทางการเงินทั่วโลก หรือ global cryptoasset-management

ทั้งนี้ Falcon Private Bank มีสำนักงานอยู่ในสหรัฐ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นหนึ่งผู้บริหารสินรัพย์ให้กับ !MDB Fund ของมาเลเซีย



4.วิกฤติหนัก ราคาซื้อขายร่วงหลุดต่ำกว่าระดับ 2,000 ดอลลาร์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย Bitcoin ร่วงลงต่ำสุดใรอบ 2 เดือนที่ระดับ 1,830 ดอลลาร์ ลดลงถึง 20% ในการซื้อขายช่วงวันพฤหัสบดีและศุกร์ที่ผ่านมา

ขณะที่มาร์เก็ตแคปทั้ง Bitciin และ Etehereum ปรับตัวลดลงที่ 4.8 หมื่นล้านดอลลาร์ สูญเสียไปถึง 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ในช่วงซื้อขายเพียง 2 วันดังกล่าว โดยที่มาร์เก็ตแคปของ Bitcoin อยู่ที่ 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์ และ มีมาร์เก็ตแคปที่ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์

หลังจากมีการตั้งข้อสังเกตว่า วิกฤติการซื้อขายของ Cryptocurrency ในขณะนี้ เนื่องจากคาดการณ์กันว่า ในข่วงวันที่ 1 สิงหาคมจะเกิดการเทขายทำกำไรครั้งใหญ่ขึ้น ส่งผลให้ตลาดตื่นกลัวในความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้ Bitcoin เคยปรับตัวขึ้นไปที่ระดับราคาสูงสุดที่ี 3,015 ดอลลาร์เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมปีนี้ จนถึงขณะนั้เป็นการดิ่งลงกว่า 39% แล้ว



5.ท่ามกลางการส่งสัญญาณของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อความเป็นห่วงในเรื่องราคาหุ้นที่พุ่งสูงขึ้นในปัจจุบัน จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เฟดยังคงต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด หรือ QT (Quantitative Tighthening) ในช่วงครึ่งหลังปีนี้ ถึงแม้ว่าจะมีการออกมายืนยันจากเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ว่าจะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งในการปรับขึ้นดอกเบี้ยและการลดภาระอีดฉีดเงินที่ทำผ่าน QE (Quantitative Easing) ในงบดุลของเฟดก็ตาม

เป็นที่รู้กันว่า เม็ดเงิน QE เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐทั้งดาวโจนส์และ S&P500 เดินหน้าทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลามความผันผวนที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ แต่ยังคงส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน

โดยล่าสุด ที่มีมูลค่าหุ้นทั่วโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์เพียงช่วงสัปดาห์เดียวในสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้มาร์เก็ตแคปหุ้นทั่วโลกพุ่งขึ้นช็อคโลกแตะ 76.28 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเท่ากับ 102% ของจีดีพีโลก ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 18.6% นับตั้งแต่หลังการเลิแกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2016

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสมอย่างวิญญูชนพึงกระทำพร้อมลงนาม
  2. ทีม www.nationtv.tv ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบข้อความที่หมิ่นต่อสถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย
  3. ไม่ควรใช้ ถ้อยคำที่หยาบคายดูหมิ่นส่อเสียดกล่าวหา ให้ร้ายผู้อื่น หรือสร้างความแตกแยก ในสังคม
  4. ทุกความคิดเห็นนั้นไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการ จัดทำเว็บไซต์และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย ได้ทุกกรณีประกอบกับทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นโดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็น

แสดงความคิดเห็น

192.168.52.212