ลูกหนี้ กยศ. รวมพลขอไม่จ่ายเบี้ยปรับ
16 มิ.ย. 2562
ลูกหนี้กยศ.รวมพลขอเจรจา กรรมการกยศ. ขอให้ยกเลิกเบี้ยปรับ เพราะบางคนเบี้ยปรับแพงกว่าเงินต้น เตรียมยื่นร้องเรียนหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ต่ำ 1,000 ฉบับ
ข่าว
16 มิ.ย. 2562
ลูกหนี้กยศ.รวมพลขอเจรจา กรรมการกยศ. ขอให้ยกเลิกเบี้ยปรับ เพราะบางคนเบี้ยปรับแพงกว่าเงินต้น เตรียมยื่นร้องเรียนหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ต่ำ 1,000 ฉบับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มลูกหนี้กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือกยศ. ได้รวมตัวกันในนามกลุ่ม "รวมพลคน ปลดเบี้ยปรับ" ขอเจรจายกเลิกเบี้ยปรับไม่เป็นธรรมกับผู้จัดการกองทุนกยศ. นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ โดยตัวแทนกลุ่มรวมพลคน ปลดเบี้ยปรับบอกว่า เป็นลูกหนี้กองทุนกยศ.ที่ไม่สามารถจะชำระหนี้ได้ตามกำหนดเพราะมาจากสาเหตุจำเป็นทำให้ต้องผิดนัดและถูกคิดค่าเบี้ยปรับตามสัญญาซึ่งมียอดเบี้ยปรับสูงเกินกว่าเงินต้นที่ค้างชำระ ทำให้กลายเป็นภาระหนี้จำนวนมาก และได้รับความเดือดร้อนถูกดำเนินคดี ซึ่งลูกหนี้แต่ละรายได้ติดต่อกองทุนเพื่อขอผ่อนผันขอลด ขอยกเลิกเบี้ยปรับ และขอผ่อนชำระตามกำลังของตนเอง แต่ได้รับการปฏิเสธ จนกระทั่งคณะกรรมการกองทุนได้ออกประกาศมาตรการชั่วคราวลดหย่อนหนี้ให้แก่ผู้ที่กู้ยืมเงินที่ผิดนัดชำระหนี้แต่กฎเกณฑ์ดังกล่าวจะต้องเป็นการชำระแบบปิดบัญชีในคราวเดียว ซึ่งลูกหนี้ส่วนใหญ่ไม่มีเงินเก็บสะสมที่จะนำมาปิดหนี้ในคราวเดียว วันนี้จึงขอเรียกร้องให้กองทุนกยศ.ยกเลิกเบี้ยปรับทั้งหมด - คำนวณเงินต้นและยอดที่จะชำระใหม่โดยพิจารณาจากความสมัครใจและกำลังการชำระหนี้ของลูกหนี้ - ลูกหนี้ที่ชำระค่าปรับไปก่อนหน้านี้ ขอให้กองทุนนำเงินไปหักเป็นต้นเงินแทนการนำเงินจำนวนดังกล่าวไปชำระเป็นเบี้ยปรับ - ลูกหนี้รายที่อยู่ในระหว่างบังคับคดีหรือระหว่างการขายทอดตลาดขอให้ชะลอการนั้นไว้เพื่อคำนวณยอดหนี้และกำหนดการชำระใหม่อีกครั้งหนึ่ง - ระหว่างผ่อนชำระตามสัญญาใหม่ลูกหนี้ยินยอมให้คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อปีคงที่ตลอดสัญญา หรือคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกตามความสมัครใจของลูกหนี้ ด้านผู้จัดการกองทุนกยศ. บอกว่า หลังจากที่ได้รับข้อเสนอของลูกหนี้กลุ่มนี้แล้วคณะกรรมการกยศ. จะนำไปประมวลเพื่อหาทางช่วยเหลือต่อไป ทั้งนี้ หากกยศ.ไม่รับข้อร้องเรียนก็จะดำเนินการส่งข้อเรียกร้องนี้ไปยังรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงการคลังในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุน อธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับการชำระเงินคืนกองทุน รวมถึงพรรคการเมืองที่เคยหาเสียงไว้ด้วย ซึ่งคาดว่าจะมีหนังสือไปยังผู้เกี่ยวข้องจำนวนไม่น้อยกว่า 1,000 ฉบับ และหากที่สุดแล้วเรื่องอย่างเงียบก็จะส่งหนังสือถึงกระทรวงยุติธรรม
