Search

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2562
live
ปรับขนาดตัวอักษร

มีผู้เปรียบเทียบว่าเลือกตั้ง 22 มีนาคม 2535 กับ 24 มีนาคม 2562 คล้ายกันตรงที่ "พรรคประชาธิปัตย์" พ่ายยับในสนาม กทม. แต่ของเก่ายังโชคดีได้ส.ส.มา 1 คน คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส่วนครั้งนี้ ปชป.สูญพันธุ์

หลายคนไม่แน่ว่าจะเห็นด้วยทั้งหมด เพราะวันนี้ "ชวน หลีกภัย" วัย 80 ในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้สะท้อนบารมีที่ยังคงเจิดจ้า แถมยังลากจูงพลพรรคประชาธิปัตย์ที่เหลือให้ดูมีราคาค่างวดขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ

ก็ถ้าจะบอกว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น "ชวน หลีกภัย" ก็ยังคงเป็นบุรุษผู้ซึ่ง "Survive" คืออยู่รอดมาได้ทุกครั้ง ทั้งโดยความหมายทางวิชาชีพ และในความหมายของ "มืออาชีพ" ก็คงได้

ไม่ใช่แค่ลูกแม่ค้าพุงปลา

ที่จริงนายหัวชวนไม่ใช่แค่ลูกแม่ค้าพุงปลา แต่เป็นลูก "แม่ถ้วนผู้ปราดเปรื่อง" มากกว่า นั่นจึงเป็นคำอธิบายว่าเหตุใดเขาถึงมีลักษณะของคนอ่อนนอก แข็งใน

แต่คงด้วยกลยุทธ์หาเสียง ถ้าชวนจะบอกว่าตนเองเป็นลูกแม่ค้าข้ามชาติ นักขายมือทอง ที่สามารถดูแลส่งลูกทั้ง 9 คนร่ำเรียนได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร ก็คงจะไม่ติดดิน เข้าถึงชาวบ้านเท่ากับ "ลูกแม่ค้าพุงปลา" ซึ่งก็ไม่ต่างกับภาพของนายกฯ สมถะที่เช่าบ้านพักในซอยหมอเหล็ง

แม่ถ้วน หรือ "กิมถ้วน" คือคนไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยน เกิดที่บ้านท่าจีน ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง และตรงบ้านท่าจีนนี้เอง ที่เป็นช่องทางค้าขายให้แม้ถ้วนได้โลดแล่นล่องเรือไปมาระหว่างตรัง และปีนัง

ขายมาแล้วทั้งหมากแห้ง มะพร้าวแห้ง และพุงปลา ฯลฯ ไม่ต้องอาศัยอ่านออกเขียนได้ มีแต่หัวค้าขาย ทักษะแม่น อัธยาศัยเลิศ เท่านั้น

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้แม่ถ้วนจึงนับเป็นหัวคะแนนอย่างดีตราไก่ให้บุตรชาย ตอนลงเลือกตั้ง ส.ส.ตรัง หนแรกปี 2512

ไม่เพียงพลังของแม้ค้าผู้กว้างขวาง แต่โปสเตอร์หาเสียงแปะเข่งของแม่ยังทำให้ชวนฝ่าด่านชนะเลือกตั้ง สร้างปรากฏการณ์เป็นที่ 1 ของจังหวัด แถมยังครองที่นั่ง ส.ส.ตรัง ยาวนาน 12 สมัย

และยังครอบครองฉายา "มีดโกนอาบน้ำผึ้ง" ซึ่งน้ำผึ้งอันหวานหยด คือความสุภาพเรียบร้อยในถ้อยพาที ที่ชวนได้ดีเอ็นเอตรงนี้มาจากบิดาซึ่งเป็นครู ส่วนใบมีดคงไม่ต้องบอกว่ามาจากใครที่ไหน

วิกฤติใคร โอกาสชวน

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ วันนั้นชวนได้ลงส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ครั้งแรก เพราะวิกฤติของผู้สมัครคนหนึ่งที่ถอนตัว ที่พรรคไม่ช่วยเหลือทุนรอน ส่งผลให้ทนายโนเนมวัย 31 ชื่อชวนได้โอกาสเสียบแทน

และถ้าใครที่ติดตามชวนจริงๆ จะพบว่าเขานับเป็นคนหนึ่งที่แหวกว่ายจนโผล่ขึ้นเหนือสายน้ำแห่งวิกฤติการณ์เสมอ

เลือกตั้ง 22 มีนาคม 2535 หรือ 35/1 ที่เกิดขึ้นหลังวิกฤติรัฐประหาร โดยคณะรสช. วันนั้นประชาธิปัตย์ที่มีหัวหน้าพรรคชื่อชวน สนามกทม. มาไกลแค่ได้ส.ส.หนุ่มหน้าใหม่คนเดียว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่ามกลางปรากฏการณ์พรรคพลังธรรม พลังผัก ที่ได้เก้าอี้ส.ส. กทม.ท่วมท้น

แต่เลือกตั้งจบ ปัญหาไม่จบ เพราะสุดท้าย 5 พรรคร่วมรัฐบาลซึ่งมีพรรคสามัคคีธรรมเป็นแกนนำ รวมพลังดันให้ พล.อ.สุจินดา คราประยูร จากคณะรสช. ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี

สถานการณ์จึงนำมาสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ประท้วงขับไล่รัฐบาลทหาร โดยการนำของ "มหา 5 ขัน" จำลอง ศรีเมือง หัวหน้าพรรคพลังธรรมนั่นแหละ

เมื่อวิกฤติผ่าน ประเทศกลับมาเลือกตั้งใหม่ในปีเดียวกัน 13 กันยายน 2535 หรือ 35/2 คราวนี้ประชาธิปัตย์พลิกกลับมาชนะเลือกตั้ง นายหัวชวนของเราขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งแรก

บางคนบอก วาทกรรม "จำลองพาคนไปตาย" ที่เป็นกระแสช่วงนั้นมีส่วนอย่างมากที่เกมพลิกได้ขนาดนี้ บางคนบอกเพราะประชาธิปัตย์เป็น 1 ใน 4 "พรรคเทพ" จุดยืนนายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้ง

หากหลายคนบอกน่าจะเป็นเพราะวาทะคมกริบของลุงชวนที่ว่า "ผมเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา" มากกว่า!

อีกครั้ง คงไม่มากไป

ต้องเน้นจริงๆ ว่าทุกครั้งที่บ้านเมืองเกิดมหาวิกฤติ คนชื่อชวนจะโผล่มาในสถานการณ์ตลอด ถึงไม่ใช่ "ฮีโร่" แต่ก็เป็นตัวละครเอกแถวหน้าแน่ๆ

นอกจากวิกฤติพฤษภาเลือด คนไทยเจ็บหนักอีกทีก็ "วิกฤติต้มยำกุ้ง 2540" ช่วงรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นี่แหละ

วันนั้นเมื่อ พล.อ.ชวลิต ลาออกจากเก้าอี้นายกฯ ปลายปี 2540 พรรคร่วมรัฐบาลที่เดิมทีออกตัวแรงมาตลอดว่าจะหนุนให้ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกฯ แทน

ปรากฏว่าได้เกิดตำนาน "งูเห่า" ขึ้น เมื่อส.ส.พรรคประชากรไทย กลุ่มของวัฒนา อัศวเหม พากัน "เท" สมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชากรไทย แล้วไปร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นฝ่ายค้านในขณะนั้น

ทำให้ฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลเดิมเหลือคะแนนไม่พอจะตั้งรัฐบาล แต่กลับเป็น ชวน หลีกภัย ที่มีส.ส.ในมือมากพอจะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีรอบ 2 พ่วงเก้าอี้รัฐมนตรีกลาโหม

แน่นอนหลังพรรคประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาลสำเร็จ แกนนำกลุ่ม ส.ส.ดังกล่าวได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีกันไปพอหอมปากหอมคอ ชื่นมื่น

แถมชวนเองยังได้ชื่อว่าเป็นนายกฯ ที่คนไทยพอใจมาก เนื่องจากหลังวิกฤติต้มยำกุ้งไม่มีใครอยากได้ผู้นำรัฐบาลขั้วเดิมกับที่เกิดวิกฤติอีกต่อไปแล้ว

อำนาจพัดหวน

นอกจากเก้าอี้รัฐมนตรีที่ชวนนั่งมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ โดยเฉพาะช่วงรัฐบาล เปรม ติณสูลานนท์ โดยช่วงปี 2523-2526 ชวนฟาดเรียบทั้งยุติธรรม พาณิชย์ เกษตร ศึกษาฯ

แถมต่อมายังได้นั่งนายกฯ อีกสองครั้ง ที่ต้องนับว่าเป็นจุดสูงสุดทางการเมืองของลูกแม่ค้าคนหนึ่งแล้ว แต่วันนี้ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ชวนได้มา ยังสะท้อนพลังบารมีทางการเมืองของนายหัวชวนสุดๆ

เพราะมันยังหมายถึงว่าเขายังได้เป็นประธานรัฐสภา ประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ ศักดิ์ศรีเทียบได้กับนายกฯ ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารอีกด้วย

ที่เด็ดคือลูกแม่ถ้วนคนนี้ก็ยังได้นั่งตรงนี้ถึง 2 ครั้งเช่นกัน ครั้งแรกปี 2529 ชวนในวัย 48 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานสภา ช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้งปี 2529

แม้ครั้งนั้น พิชัย รัตตกุล หัวหน้าพรรคขณะนั้นมิได้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกฯ เนื่องจาก 4 พรรคร่วมเห็นชอบให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป

แต่ลีลาของชวน ก็เป็นตำนานที่คนการเมืองจดจำดีว่าไม่เคยอ่อนให้ใครง่ายๆ พูดได้ว่าทำเอาดาวสภาขณะนั้นทั้ง สมัคร สุนทรเวช, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เงิบไปหลายหนหลายดอก

วันนี้ทั้งที่หลายคนนึกว่าบารมีลุงชวนน่าจะระเหิดหายไปมากแล้ว แต่ด้วยวิกฤติการเมืองไทยรอบนี้ภายใต้เงื่อนไขและละเลงเกมต่อรองได้เพพัดทำให้ชวนได้กลับขึ้นมาสูดกลิ่นหอมเดิมๆ ในสภาไทยได้เต็มปอดอีกครั้ง

ไม่ต้องเครียดว่าใครเป็นนายกฯ เพราะประวัติศาสตร์ไทยพัดหวนไปมาให้เราได้จับโน่นโยงนี่อยู่ตลอด ที่อ่านมาข้างบนก็เห็นแล้ว

จากนี้คนไทยรอดูลีลา "ตำนานมีดโกน" ดีกว่า ว่านอกจากจะได้ฟื้นแผลเดิมกับนักการเมืองหน้าเก่า เขาจะกรีดรอยใหม่กับ ส.ส.หน้าใหม่ๆ ได้เร้าใจขนาดไหนกัน

ข่าวเนชั่นสุดสัปดาห์ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก 8 มิถุนายน 2562

192.168.52.211